300E ติดหัวฉีดไฟฟ้า หรือ ลง E280 ดีครับ

coolsek

Member
คือตอนแรก มีความคิดว่า จะไปทำหัวฉีดไฟฟ้า พอดีได้ไปยิน option ที่เอาเครื่อง E280 มาลงแทน ค่าใช้จ่ายต่างกันพอสมควร

ไม่รู้ว่าข้อดีข้อเสีย ของ การลงเครื่อง E280 กับ เครื่องเดิมทำหัวฉีดไฟฟ้า เป็นยังไงบ้างครับ


ขอบคุณนะครับ
 
ถ้าเครื่องเดิมดีอยู่ และงบจำกัด ก็น่าจะเป็นหัวฉีดไฟฟ้าครับ

แต่ถ้ามีงบพอก็ลง e280 หรือ e320 ก็จะยิ่งจ๊าบครับ :)
 
หัวฉีดไฟฟ้างบน้อยกว่าพอตัว

อนาคตใส่หอยไม่ต้องจ่ายค่ากล่องเอฟค่อน
 
จะเปี่ยนเคื่องไปเรย หรือ เอาแค่ลงหัวฉีดไฟฟ้า มมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างคับ

1. ตังในเป๋าพี่ พร้อมจ่าย ซัก 2 แสนกว่าป่าว ?

2. สภาพตังวถังรถดีน่าอนุรักษ์แค่ไหน ?

3. เท้าที่ใหญ่เพียงไร ?

4. พี่ใช้รถเดินทางมากน้อยแค่ไหน ?


เครื่อง 300 E เมื่อลงหัวฉีดไฟฟ้าแล้ว ยังจะได้ ระบบกึ่งไดเรคคอยด์มาด้วย ตัดปัญหาเรื่องจานจ่ายออกไปด้วย แถม ท่ออากาศเข้าเครื่อง ก็ไม่เดินผ่าน ข้ามเครื่อง ทำให้ไอดีไม่ร้อน จึงได้กำลังที่ดีกว่า อาศัยความจุมากกว่า จึงวิ่งได้ดีไม่แพ้ E 280 ซึ่งมี 4 วาวล์ต่อสูบ +แคมปรับได้

ลงเครื่อง E280 มันดีตรงที่เครื่องใหม่กว่า + ทำมาดีสดๆเรย จึงใช้งานได้ยาวนาน แถมยัง up เป็น 320 ได้ด้วย
 
300e ใส่หัวฉีดไฟฟ้า ต้องใช้ค่าใช้จ่ายรวมประมาณเท่าไหร่ครับ
น่าสนใจมาก อยากรู้จริงๆ ครับ
 
ถ้าเป็นผม.... ผมจะขาย 300E ออกไป แล้วหาซื้อ E280 แทน (เพิ่มงบ +-2แสน) กับสิ่งที่ได้...คือใให้

1.ปีใหม่กว่า
2.โฉมใหม่กว่า
3.เป็นเครื่องรุ่นใหม่(หัวฉีดไฟฟ้า)
4.วิ่งดีกว่า
5.ติดแก็สระบบหัวฉีดแล้วปัญหาไม่มี
6.อนาคต up เป็น 320 ได้
7.up ช่วงล่าง สปริง โช้ค กันโคลง
8.up หม้อลม, เบรค
9.up หม้อน้ำพัดลมไฟฟ้า
10.อื่นๆ....
 
ไม่เคยลง

แต่จำได้ขึ้นใจว่า ราคา 45000 บาทครับ

อยู่แถว ถ.เพชรเกษม
 
ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องที่เรามีอยู่ด้วยครับ
ถ้าเครื่อง 300อี ที่มีอยู่... เครื่องหลวมแล้ว+เกียร์ใกล้หมดวาระ+เฟืองท้ายหอน
หรือสิบกว่าปีมาแล้ว.. ยังไม่เคยเปิดฝาสูบมาดูสภาพเลย
อย่างนี้ตัดใจวางใหม่ไปเลยดีก่า... เพราะค่าฟิตเครื่องใหม่ + ยกเกียร์ + เฟืองท้าย
ต้องมีต่างหากอีกระดับหกหลัก.. รวมๆค.ช.จ น่าจะพอๆกับวางใหม่:)
เครื่องถ้าโทรมซะแล้ว.. ใส่หัวฉีดไฟฟ้าก็คงไม่เวิคร์เท่าไร..;)
 
พี่PK124*อนาคตใส่หอยไม่ต้องจ่ายค่ากล่องเอฟค่อน

พี่ปิ๊กครับ ใส่หอยคืออะไรครับไม่รู้จริง

พี่ 421 *จะเปี่ยนเคื่องไปเรย หรือ เอาแค่ลงหัวฉีดไฟฟ้า มมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างคับ

1. ตังในเป๋าพี่ พร้อมจ่าย ซัก 2 แสนกว่าป่าว ?

ตอนแรกสุดกะว่าจะออกรถใหม่ แต่พอเริ่มมาดูกระทู้นี้จริงจัง ก็เลยคิดว่า เอารถคันเดิมมาปรับปรุงใหม่ดีกว่า

2. สภาพตังวถังรถดีน่าอนุรักษ์แค่ไหน ?

รถคันนี้เป็นของคุณพ่อครับ เอามาใช้ต่อ ไม่เคยชนหนักเลย ตอนนี้มีสนิมตรงขอบกระจกหลังนิดหน่อย คิดว่าทำเครื่องเสร็จจะเอาไป ทำสีรอบคันครับ

3. เท้าที่ใหญ่เพียงไร ?
ไม่ใหญ่ครับ ขับไม่เคยเกิน 130

4. พี่ใช้รถเดินทางมากน้อยแค่ไหน ?
ใช้ทุกวันครับ ประมาณวันละ 70 โล ครับ


พี่ Jackrit *ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องที่เรามีอยู่ด้วยครับ

จริงจริงเครื่องตอนนี้ยังดีอยู่ครับ ก็คิดถึงค่าใช้จ่ายในอนาคตน่ะครับ คิดว่าว่าไม่นาน ต้อง overhaul เครื่องและเกียร์

เลยกำลังชั่งใจ กับเครื่อง 300E และ E280 เห็นพี่พี่บางคนไม่ยอมเปลี่ยนเครื่อง 300E เพราะชอบ เครื่อง 300E มากกว่าเลยอยากรู้ว่า เครื่อง 2 ตัวนี้มันต่างกันยังไงบ้างครับ

ขอบคุณครับ
 
เท่าที่ฟังคุณเล่ามา คงไม่ up เป็น 3200 cc แน่
ดังนั้นก็คงเทียบทำหัวฉีดไฟฟ้า 300E กับวางเครื่องใหม่เป็น E280

การวางเครื่อง e280 ไม่ได้กำลังม้าเพิ่มขึ้นจาก 300E สักเท่าใด ไม่คุ้มกับค่าวาง 170000
สนับสนุนการลงหัวฉีดไฟฟ้าให้เครื่องเดิม น่าจะได้ประโยชน์คุ้มสุด
ลงทุนน้อยกว่ากันเยอะ หรือจะ up กำลังม้า ด้วยการใส่กล่อง FCON ก็ได้
ภายหลังจะติดแก๊สหัวฉีด lpg ก็ไม่เลว แถมบอกว่าเป็นรถคุณพ่อด้วย จุดนี้บอก value ยาก
มันมีค่าทางจิตใจที่จะรักษาไว้ มาทางนี้เถอะครับ
 
อ่า...พี่ครับ 300E หัวฉีดไฟฟ้า กล่องมันไม่ใช่ F-Con เหรอครับ ... งง ครับ
แล้วมันใช้กล่องอะไรครับ
...ผมก็กำลังศึกษาอยู่ครับ ถ้าฝักบัวผมแอบหนีกลับเยอรมัน ผมก็จะแอบคนที่บ้านไปติดหัวฉีดเหมือนกัน :)
 
300E ใช้เครื่อง M103 ถือกำเนิดประมาณ ปี 1986 มี 2 วาล์วต่อสูบ 188 แรงม้า ระบบหัวฉีดกลไก KE-Jetronic ส่วนเครื่อง M104 ใน E280 คลอดประมาณปี 1992 มี 4 วาล์วต่อสูบ 193 แรงม้า ระบบหัวฉีดอิเลคทรอนิกส์ พร้อมระบบวาล์วไอดีแปรผัน (คล้าย ๆ พวก VTEC, VVTi) ทำให้มีแรงบิดดีกว่า ที่รอบต่ำกว่าเครื่อง M103 เครื่อง M104 แม้ cc จะน้อยกว่า แต่ได้พลังเยอะขึ้น กินน้ำมันน้อยลงจนพอ ๆ กับ 230E เลย

การใส่หัวฉีดไฟฟ้าให้เครื่อง M103 ก็คือ การถอดเอาระบบหัวฉีด, ระบบจ่ายน้ำมัน, แอร์โฟลว์ เดิม ออกไป ใส่ของใหม่เข้าไป แล้วคุมด้วยกล่อง ECU ใหม่ ที่เรียกว่า F-CON แทน ECU ของเดิมครับ จึงเป็นการพบกันครึ่งทางสำหรับ รถที่พื้นฐานเครื่องยังดีอยู่ ใส่ความทันสมัยเข้าไป ทำให้ได้ความแรงเพิ่มอีกนิด ประหยัดอีกหน่อย ลดความจุกจิกจากชุดจ่ายน้ำมันเดิมที่อายุมากแล้ว แถมยังใช้โซฮอลได้อย่างสบายใจ โดยที่ระบบยังคงดูแลรักษาได้ง่ายเหมือนเดิมอีกด้วย

งบ 2 แสนสำหรับ M104 เหมือนเยอะ แต่ได้ เครื่อง+เกียร์+เฟืองท้าย+เพลา+หน้าปัมท์+ECU ที่มีการเปิดฝาตรวจสภาพภายในเครื่องก่อนลงในตัวถังด้วย

ลองพิจารณาทางเลือกทั้งหมดดูครับ
 
ขอบคุณครับ คุณ Kris และคุณ chui

ผมคงไม่ติด 3200 CC ครับ เพราะ ถ้าติด พี่พี่ทั้งหลายคงแนะให้ทำอะไรเพิ่มเติมอีกเยอะแน่แน่ :)โดยเฉพาะเบรคและช่วงล่าง

เพราะตอนนี้ผมเตรียมเบรค E320 หน้า-หลังไว้แล้วครับ

ส่วนที่คิดถึงว่าอยากลง เพราะเหตุผล ที่คุณ Kris บอกมาครับคือ
*แต่ได้ เครื่อง+เกียร์+เฟืองท้าย+เพลา+หน้าปัมท์+ECU ที่มีการเปิดฝาตรวจสภาพภายในเครื่องก่อนลงในตัวถังด้ วย*


ขอถามอีกข้อนึงครับ ค่าบำรุงรักษา ระหว่าง M103 กับ M104 ต่างกันมั้ยครับ
 
ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องที่เรามีอยู่ด้วยครับ
ถ้าเครื่อง 300อี ที่มีอยู่... เครื่องหลวมแล้ว+เกียร์ใกล้หมดวาระ+เฟืองท้ายหอน
หรือสิบกว่าปีมาแล้ว.. ยังไม่เคยเปิดฝาสูบมาดูสภาพเลย
อย่างนี้ตัดใจวางใหม่ไปเลยดีก่า... เพราะค่าฟิตเครื่องใหม่ + ยกเกียร์ + เฟืองท้าย
ต้องมีต่างหากอีกระดับหกหลัก.. รวมๆค.ช.จ น่าจะพอๆกับวางใหม่:)
เครื่องถ้าโทรมซะแล้ว.. ใส่หัวฉีดไฟฟ้าก็คงไม่เวิคร์เท่าไร..;)


ใครที่เข้าวาระตามที่พี่แจ๊ค สแปโร่ว่า เห็นสมควรอย่างยิ่งครับ วางเครื่องเหอะ
 
ขอบคุณครับ คุณ Kris และคุณ chui

ผมคงไม่ติด 3200 CC ครับ เพราะ ถ้าติด พี่พี่ทั้งหลายคงแนะให้ทำอะไรเพิ่มเติมอีกเยอะแน่แน่ :)โดยเฉพาะเบรคและช่วงล่าง

เพราะตอนนี้ผมเตรียมเบรค E320 หน้า-หลังไว้แล้วครับ

ส่วนที่คิดถึงว่าอยากลง เพราะเหตุผล ที่คุณ Kris บอกมาครับคือ
*แต่ได้ เครื่อง+เกียร์+เฟืองท้าย+เพลา+หน้าปัมท์+ECU ที่มีการเปิดฝาตรวจสภาพภายในเครื่องก่อนลงในตัวถังด้ วย*


ขอถามอีกข้อนึงครับ ค่าบำรุงรักษา ระหว่าง M103 กับ M104 ต่างกันมั้ยครับ

ถ้า M103 เดิม ๆ พวกระะบบจ่ายน้ำมัน, ระบบจุดระเบิด อายุมาก ของมือสองแพงน่าดูครับ ใส่ของเก่าได้ไม่นานก็งอแงอีก ดังนั้น M104 ดูแลง่ายกว่าครับ แต่ถ้า M103 ทำหัวฉีดไฟฟ้าแล้ว คงดูแลง่ายพอกัน

รถผมใส่ M104 มา 2 ปีแล้ว เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง+กรอง ตามกำหนด ก็ไม่มีปัญหาอะไรจุกจิกเลย นอกจาก เปลี่ยนคอล์ยจุดระเบิดใหม่+หัวเทียน เพราะติดแก๊ส, กับยางฝาวาล์วที่เปลี่ยนบ่อยกว่าปกติเพราะใช้ของเทียบครับ
 
อ่า...พี่ครับ 300E หัวฉีดไฟฟ้า กล่องมันไม่ใช่ F-Con เหรอครับ ... งง ครับ
แล้วมันใช้กล่องอะไรครับ
...ผมก็กำลังศึกษาอยู่ครับ ถ้าฝักบัวผมแอบหนีกลับเยอรมัน ผมก็จะแอบคนที่บ้านไปติดหัวฉีดเหมือนกัน :)

รุ่นประหยัด ใส่กล่องญี่ปุ่นธรรมดา ยังไม่ใช่กล่องแต่ง รู้สึกเป็นคันที่แปลงรุ่นแรกๆ
ต่อมา up FCON กล่องเงิน กล่องทอง ถ้าผมจำผิด ก็ต้องขออภัยครับ

ถ้าตอนนั้น 300E ติดแก๊สหัวฉีด sequencial ได้ หลายคนคงไม่วาง 280 320
มา ณ เวลานี้ 300E ติดหัวฉีดไฟฟ้า ติดแก๊ส lpg แบบ sequencial สมบูรณ์แบบ
ไร้ซึ่ง backfire ตัดสินใจง่ายเลยครับ
 
พี่4 ครับ แล้วที่บอกต้องเตรียม 2แสนกว่านี่เป็น ค่าอะไรบ้างครับ
 
เคยได้ยินมาครับว่า รถที่จาทำหัวฉีดไฟฟ้าส่วนใหญ่จะต้องทำการฟิตเครื่องใหม่แทบทุกคัน เหมือนกับเป็นมาตรฐานของอู่ที่ทำ เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหนครับ แล้วเสียค่าใช่จ่ายฟิตเครื่องประมาณเท่าไหร่ครับสำหรับ 300 อี อีกคำถามครับเหมือนผมเคยอ่านเจอว่าถ้ากล่องแบบธรรมดาไมต้อง fconก็ได้ อันนี้จิงเท็จแค่ไหนครับ ถ้าได้ค่าใช้จ่ายถูกลงอีกเท่าไหร่อะครับ
 
2 แสน กับ 300 E ก็เป็นค่า....

1. หัวฉีดไฟฟ้า 45000

2. หม้อน้ำ + พัดลมไฟฟ้า 22000

3. เบรค หน้า - หลัง พร้อมหม้อลม 30000

4. ติดแก็ส LPG หัวฉีด 40000

5. ทำช่วงล่างใหม่ เพื่อให้รับมือ กับน้ำหนักรถที่เปลี่ยนไป สปริง 6000 + โช๊ค 18000 + เหล็กกันโคลง หลัง 3500


6. ล้อ CDI 8000 + ยาง 16000

รวม 185000 เหลือ 15000 กันบานปลาย รวมเป็น 2 แสน พอดีเรย :n45:


เออ...ยังขาด สายหัวเทียน กับหัวเทียน ของผม อีก 7200 นะคับ
 
Back
Top