เครื่องยนต์ w116 280s คาบูเรเตอร์ เครื่อง M110 กับ LPG ครับ

zzzz

New member
ขอแนะนำตัวกันนิดครับ
คันนี้ชื่อคุณฟ้า อายุใกล้เคียงกันกับผมเลย สี่สิบกว่าปีแระ
บังเอิญไปเจอเขาเข้า เลยรับเขามาในสภาพพอวิ่งได้ เจ้าของเดิมน่ารักมาก วิ่งมาส่งถึงชลบุรี
ไม่ทันลงบูรพาวิถี อาการงอลเจ้าของเดิมก็ออก น้อตล้อน่าจะขันมาไม่แน่น น้อตหลุดคับ
หน้าขวาเหลือสองตัว หลังซ้ายเช่นกัน เลยได้ใช้บริการรถลากกกกกก....



ค่าน้อต โดนไป 3500 จากเมกกะมาหนองมล :n44:


เมื่อมาถึงมือ ไม่รอช้าครับจัดน้อตมาใส่โดยพลัน 9 ตัว...
น้อตใส่กับล้อเล็บสิง ใช้น้อตยาว 30 มิลนะครับ วิ่งเปลี่ยนหลายรอบเลย :(


พอล้อดีแล้ว จะลองติดเครื่อง แต่เจ้าของเดิมแจ้งว่าใช้แต่ LPG มาตลอด
แถม เป็นรถสายจอด จอดจนลืม เลยไม่รู้ว่าน้ำมันใช้ได้ไหม :D มามะ มาลองกัน........
เปิดหม้อกรองมา ถึงกับหงายท้องครับ
ช่างแก็ส พี่ท่านเล่นตัดกรอง แล้วเอา mixer วางแปะลงไปบนปากคาบิวเฉยๆเลย
แถมเอาใยกรองยัดข้างๆแถมมาให้ด้วย
ไม่เจ๋งจริง ทำไม่ได้นะเนี่ย


ไม่พูดพล่ามทำเพลง รื้อหม้อกรองออกครับเทสน้ำมันกันหน่อย
ผล เป็นดังคาดครับ ไม่ติด :D เจอสองปัณหา
อันแรกคือ ปั้ม AC บินกลับเยอรมันไปแล้ว กับอีกอัน ตัวคาบิวเองคับ
 
Last edited by a moderator:
หัวใจของความแรงคับ
คาร์บิว solex 4A1 ตัวเท่าบาตรพระ ท่าจะบินตามปั้ม AC ไปแล้วเช่นกัน
สัดส่วนของนวลน้องเขาคือ 4 BBL type หรือ 4ลิ้น ขนาด 34mm.x2 + 44mm.x2
เจ้านี่เป็นคาบิวเทพ ที่มีระบบหยุมหยิม ยุบยับ เยอะแยะ :n44:
แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
หากเคยทำ weber ของ fiat/alfa หรือ solex34 ของเต่ามา งานนี้ ไม่น่ากลัวครับ


ถอดออกมา ฐานท่อไอดี หน้าตาเป็นแบบนี้คับ


อา 4A1 ขึ้นเขียง หั่นๆๆๆๆๆ
จำเลย หลักคือ ลิ้นคู่แรก ลาสิกขา



ลิ้นเลยปิดไม่อยู่ ระบบเดินเบาทำงานไม่ได้ vacum ที่ไปดึงจานจ่าย สวิงไปๆมาๆ ไฟอ่อนๆแก่ๆ เครื่องเลยเต้นเป็นจังหวะรุมบ้า
ดึง Vacum ออกดีขึ้น แต่ก็ยังเบาไม่ลง เร่งไม่ออก วอดดดดดดดด ตลอด
และแล้ว จำเลยตัวที่สองก็ปรากฎตัวครับ


ผ้าปั้มเร่ง กลับเยอรมันไปอีกชิ้น.....:football4:
งานที่ว่าจะง่าย ท่าจะงานงอกแฮะ
 
และแล้ว งานก็งอกจริงๆ
อะไหล่ปั้มเร่ง กับลิ้นและบุช มีขายเป็นชุดบน Ebay รวมๆน่าจะ สามพัน
แต่......รอกันเดือนนิดๆ...เอ เอาไงดีหว่า......

ไหนๆก็ไหนๆ เอาให้วิ่ง LPG ดีๆอย่างเดียวเลย เพื่อไปโอนให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า
วิชามารจึงต้องถูกงัดมาใช้ครับ
เดินไปรื้อในลังโดเรม่อน จำได้คลับคล้ายว่ามี ลิ้น B23 ของ volvo 740 อยู่
หาไปหามาดันไปได้ลิ้นเร่งของ toyota 3S-FE ขนาดลิ้น 52 มิล
ตัวรูขนาดพอๆกับรูใหญ่บนท่อไอดีเลย...:icon_twisted:

วัด ตัดแป้นเหล็ก จัดระยะ วาง แปะ ขัน เอามิกเซ่อครอบ
ใส่กรองเดิมๆด้วยนะคับ...:crazy:


หน้าตาออกมา ไม่บอก ไม่รู้เลย...จิจินะ...:n40:

 
ใช้ระบบมิกเซ่อ เพราะ ง่าย เร็ว และ plug and play ถอดได้ดังใจนึก
จัดมิกเก่าๆในลังเช่นเดิม ใส่ลงไป
เอ แต่มิกตัวนี้ เดิมมัน รู 28 มิลใช้กะ 4g63 เครื่อง 2000cc เอง
เจ้า M110 นี้ 2800cc เอาไงดีหว่า....
เอาฟิตๆไปก่อน คว้านไปที่ 31 มิลครับ
ใส่แล้ว...จูน...
เครื่องเดินได้ดีกว่าตอนมาเย๊อะ
แต่...เอิ่มมมมมมมมมม.....
เหมือนยังขาดอะไรไป...
เครื่องมันมีแรงแต่เหมือนมันยังง่วงๆอย่างบอกไม่ถูก

ถอดหัวเทียนมาเช็ก เช็กความต้านทานสาย เอ ก็ปรกติดีนี่นา
ไอ้ไหนๆก็ไหนๆ ทำความสะอาดขั้วตัวต้านทานเข้าคอลย์สักนิด
แถมปิดท้ายด้วย ตั้งไฟแก่ขึ้นตามเชื้อเพลิง
คราวนี้ รู้เรื่อง!!!


สนุกสนานกับแก๊สจนเกือบลืมไปโอน...
เติม วิ่งไปขนส่งเพื่อย้ายปลายทาง รอ เรื่อง
ขับไปตรวจสภาพรถ แต่ดันลืมแจ้งติดแก็ส วิ่งไปทำเรื่องขอติดแก๊สอีก
ได้เล่ม วิ่งไปตรวจสภาพอีกที วิ่งไปๆมาๆ ขาละ 50 โล โดยไป 5 เที่ยว
เดินทางสายบายพาส รถไม่ติด ไมลมี 100-120 ตลอด
เจ้าฟ้าคันนี้ นุ่ม พุ่ง นิ่ง และ นิ่ง และ นิ่ง...:bonk:
นิ่งจนเอิ่มมม...เข้าใจแระว่า
ไอ้ที่เขาเรียกว่า OVER ENGINEER มันเป็นอย่างนี้นี่เอง...

ประทับใจใน...เอิ่ม...ทุกอย่างของเขา
รถอายุขนาดนี้ handling แบบนี้ เครื่องกำลังขนาดนี้ เบาะสปริง ทำงานได้สุดนุ่ม
สมแล้ว ที่เขาคือ S Class ที่สุดของที่สุด...

จบ...
แล้ว...
ครับ...
สวัสดีคับ


อ้อ
สิ่งที่ผิดคาด
เจ้า M110 ที่ขึ้นชื่อว่า บริโภคแบบไม่เกรงใจเจ้าของ กลับจิบแก๊สแบบน่าแปลกใจ
ถังแรก 107 โล เติมไป 220 บาท
ถังสอง 110 โล เติมไป 240 บาท
ถังสาม 145 โล เติมไป 310 บาท
ถังสี่ 170 โล เติมไป 360 บาท
โอนจบ สบายตัวแล้ว...:D

อะไหล่คารบิว ขอคิดอะไรเล่นๆอีกนิดครับ
อยากลง EFI แบบ Single point โดยใช้ ECU ของ GAS Lpg ดู
กล่อง LPG k-jet ที่ใช้ Signal จาก คอลย์ กับ MAP Sensor มาคุมจังหวะการจ่ายน้ำมัน
แถมยัง Program ได้ด้วย ราคาน่าจะเหลือชุดละไม่กี่บาทแล้ว
ขอหาของก่อนว่ามีอะไรที่พอจะยำๆกันได้บ้างไหม แล้วค่อยคิดอีกทีคับ
 
ลืมมมมมมมเรื่องนึงครับ
รอบเดินเบาเจ้า M110 ครับ
เดิม หอบมาเลย 1500-2000 ตลอด
ตอนนี้ ใช้แก็สด้วยลิ้นเล็กๆแบบที่ทำนี่
ผมกดลงได้ถึง 400 รอบแบบไม่มีดับตอนหักพวงมาลัยนะครับ
ใช้ App บนโทรศััพวัดเอา เพราะเครื่องตัวนี้ไม่มีวัดรอบ
เครื่องฝาทวินโซ่ขับแคม นี่มัน นุ่ม นิ่ง และ เงียบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นุ่ม เรียบ เงียบ กว่า rover V8 ที่เป็นเครื่องตะเกียบ เสียอีก

แต่ถ้าจะเปิดแอร์ คงต้องตั้งเผื่อไว้สัก 600 รอบนะครับ

ปล. รบกวน MOD ช่วยลบ post ที่ #2 #4 ให้หน่อยครับ
เรียงรูปใหม่แล้วดันไปกดส่งซ้ำ:smash: ขออภัยอย่างแรงส์
 
ส่วนใหญ่ผมมักจะแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ได้รถดีมาใช้
แต่คราวนี้ ..
ต้องขอแสดงความยินดีกับรถ(สภาพสวยมาก..)
ที่ได้มีโอกาสมาเจอเจ้าของมือเซียนรับมาดูแลแบบนี้ครับ
ท่าจะอยู่กันยาวเลยซิครับเนี่ย..

ฟังดู เดิมเจ้าของคงปล่อยให้ช่างว่าไปตามอำเภอใจ
มีหน้าที่ใช้อย่างเดียว เพียงแต่ใช้น้อย สภาพเลยเป็นแบบนี้
ใช่ไม๊ครับ
 
ยินดีด้วยครับ ที่ได้รถสวยและถูกใจครับ :D

เรื่องคาร์บิวนี่ ผมขออนุญาติเสนอ ไหนๆก็ใช้แก๊ส(มิกซ์)ล้วนแล้ว น้ำมัน หัวฉีด ไม่ต้องไปกู้กลับหรือหามาเพิ่มหรอกครับ เจ้าคาร์บิวตัวเก่าตรงรุ่นที่ติดรถมานี่แหละ เอามาเจาะฝังท่อแก๊สใช้สรีระเดิมของมัน(ส่วนเวนจูรี่)ที่ออกแบบมาถูกต้องกับ M110 แล้วมาทำเป็นตัวมิกเซอร์ไปเลยครับ ไม่ต้องใส่มิกเซอร์เพิ่มอีกให้ซ้ำซ้อน บดบังพื้นที่อากาศครับ จะได้รีดประสิทธิภาพได้สูงสุดครับ ;):D
 
รภสวยมากๆ(สวยกว่าวัย) ต้องบอกว่าเจ้าของรถยังโชคดีหน่อย
ตรงที่ช่างติดแก๊สเมตตาเอามิกเซอร์ไปวางบนปากคาร์บูเรเตอร์
ไม่เจาะคาบูฝังท่อแก้สเข้าไปในคอคอดไอดี(ventury) ที่ช่างติดแก๊สยุค
แรก ๆ สมัยเมื่อ 40-50 ปีที่แล้วเขาทำกันไม่มีมิกเซอร์ ถ้าทำเช่นนั้น เจ้าของใหม่
คงมีน้ำตาซึมแก้ไขยากกว่านี้อีกเยอะ นี่นับว่าท่าน(ช่าง) มีเมตตาสูงทีเดียว

อะไหล่เวปเบอร์น่าจะมีหลงเหลือแถววรจักรอยู่บ้าง
อะไหล่คาร์บูเปอร์โยต์ ยังมีขายเลย
 
เจาะคาร์บูฯ บางท่านว่าเป็นวิธีโบราณ ไม่เวิร์ค ไม่เนี๊ยบ

คิดๆดูก็เห็นจะจริงครับ อย่าไปเจาะมันเลยครับ :) เพราะเจาะแล้วก็จะเปลืองตังค์มากขึ้นด้วย

สมัยก่อนตอนมีสามห่วงอยู่พักหนึ่ง พา 4a-f 1.6L ไปเจาะคาร์บู หลังจากนั้นเป็นต้องขับไปไหนมาไหนทุกวัน ค่าน้ำมันมันถูกลงดีจริงๆครับ สตาร์ทตอนไหนก็ติดตอนนั้นตลอด ไม่มีออดแอดเหมือนมิกเซอร์บนรถบางคันเลยสักนิด ใช้มาปีกว่าๆ เครื่องมันรวน ใช้แก๊สไม่ค่อยได้ แต่น้ำมันใช้ได้ ปกติ เลยกลับไปหาช่างเจ้าเดิม ปรากฏหายไปไหนแล้วไม่รู้ เลยลองดูเจ้าใหม่ คนใหม่บอกไม่ชิน ไม่ชอบ (ไม่อยากทำ หรือ มือไม่ถึง ก็ไม่รู้:crazy:) ผมเลยสั่ง อุด รูที่เคยเจาะตรงคาร์บูนั้นทิ้งแล้วกลับไปใช้น้ำมันตามเดิมครับ หลังจากนั้นขับไปขับมาอีกไม่กี่เดือน เอารถไปเปลี่ยนคลัชต์ ช่างที่อู่เห็นมีร่องรอยเคยใช้แก๊สมาแล้ว ถาม ทำไมไม่ใช้ต่อ เลยเล่าไป คุยไปคุยแกมาไล่ให้ ต่อระบบแก๊สกลับ ใช้ได้ตามเดิม สรุปเป็นเพราะระบบจุดระเบิดไม่ดีพอครับ คอยล์เดิมไฟไม่แรงพอ(เสื่อมสภาพลง แต่ยังคงใช้งานได้) เลยเปลี่ยนคอยล์+หัวเทียนใหม่ กลับมาวิ่งด้วยแก๊สได้ฉิวเหมือนเดิมครับ จากนั้นขับอีกเกือบปี ได้ตาเพชรมือสองมาใช้ เครื่องคาร์บู 2.0L ยิ้มในใจ ต้องแก๊สอีกแน่นอน เลยพาไปเจาะคาร์บูอีกครั้ง ปรากฏคราวนี้ ไม่เอาอ่าวครับ เจอแต่ ช่างพูด ครับ ใช้แล้วไม่ประทับใจ เลยต้องเปลี่ยนไปใส่มิกซ์แทน เปลี่ยนคาร์บิวด้วย ใส่แล้วก็วิ่งได้ครับ ปุเลงๆ อืดลงนิดหน่อย กินแก๊สมากขึ้นนิดนึง สุดท้ายก็บ้ายบ่ายกันครับ :welcome: (ไม่ใช่เพราะแก๊สนะครับ พอดีไม่มีที่จอดครับ)

เล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นประสบการณ์เฉยๆครับ ถ้าหากได้ช่างดีมีเมตตาก็ดีไปครับ แต่ถ้าเจอ ช่างพูด ล่ะก็ ก็ขอให้โชคดีครับ :D

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขออนุญาติเรียนไว้ด้วยนะครับ ว่าของแบบนี้ฟังหูไว้หูครับ ...นานาจิตตัง... :)
 
Last edited:
รถกาแลนท์ซิกมาไฟ 4 ดวงของผม เมื่อสักเกือบ 40 ปีที่แล้วนับว่าเทห์มาก
วิ่งระเบิดเถิดเทิง แต่รถตระกูลนี้มันกินไม่บันยะบันยัง เงินเดือนก็น้อยนิด
แต่อยากเท่ห์ จึงไปติดแก๊ส ยี่ห้อ Heinz เค้าว่าของอิตาลี สมัยนั้นรถยนต์
ส่วนตัวไม่ค่อยมี่ใครเค้าติดกัน มีแต่พวกแท๊กซี่ แก๊สลิตรละ
ไม่ถึง 5 บาทซะด้วยซ้ำไป(น่าจะ 3.60 บาทหรือใกล้เคียง)
ช่างคนติดแก๊สรถผมเขาเจาะคอคาร์บูตรงๆ เลย วิ่งดีไม่แพ้
น้ำมัน กินแก๊สเท่ากับน้ำมั้น เพียงแต่แก๊สถูกกว่าเท่านั้นเอง
ใช้อยู่ตั้งหลายปี ขายไปเพราะอยากได้รถใหม่
เจาะคาร์บูเอาอีพ๊อกซี่ปะกันรั่ว ก็อยู่ได้ตั้งหลายปี
วิ่งดีกว่ามิกเซอร์ และไม่มีอะไรอั้นด้วย
แต่คนส่วนใหญ่เขาเสียดายของ
ไม่กล้าทำกันโดยเฉพาะรถแพงๆ

ขออภัยที่มาแทรกท่านเจ้าของกระทู้ โปรดให้อภัย อยากคุย
 
ลืมมมมมมมเรื่องนึงครับ
รอบเดินเบาเจ้า M110 ครับ
เดิม หอบมาเลย 1500-2000 ตลอด
ตอนนี้ ใช้แก็สด้วยลิ้นเล็กๆแบบที่ทำนี่
ผมกดลงได้ถึง 400 รอบแบบไม่มีดับตอนหักพวงมาลัยนะครับ
ใช้ App บนโทรศััพวัดเอา เพราะเครื่องตัวนี้ไม่มีวัดรอบ
เครื่องฝาทวินโซ่ขับแคม นี่มัน นุ่ม นิ่ง และ เงียบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นุ่ม เรียบ เงียบ กว่า rover V8 ที่เป็นเครื่องตะเกียบ เสียอีก

แต่ถ้าจะเปิดแอร์ คงต้องตั้งเผื่อไว้สัก 600 รอบนะครับ

ปล. รบกวน MOD ช่วยลบ post ที่ #2 #4 ให้หน่อยครับ
เรียงรูปใหม่แล้วดันไปกดส่งซ้ำ:smash: ขออภัยอย่างแรงส์

ขอชมภาพหม้อต้มแก๊สครับ ใช้ของอะไร
 
รถคันนี้จัดอยู่ในสภาพใช้ได้ ซิ่งได้ แรงดี ช่วงล่างไว้ใจได้เลย
แต่ตัวถังและสีต้องทำ ดีที่ตัวเขา แทบไม่มีจุดผุ ให้เห็น เพราะเคยทำสีมาแล้ว
ร่องรอยจากการทำสีเมื่อนาน.......มาแล้ว ถึงจะทำดีแค่ไหน เหล็กกับสีโป้ว มันก็ไม่รักกันนานนักหรอก ถึงตอนนี้ ก็เป็นไปตามวัยครับ ต้องจัดทรงแต่งสีกันใหม่ทั้งคัน ถึงจะเนี๊ยบ

แต่ นะ มัน แน่นๆ นิ่งๆ ทื่อๆ เหมือนไม่เร็ว แต่ เร็ว...555

 
เรื่องเจาะคาร์บิว คงยังรอไว้ก่อนครับ
แก็สมิกเซ่อทำงานได้ดีก็ขอใช้ไปก่อน
ยังมีเรื่องต้องเก็บอีกหลายอย่าง
ตอนนี้ ถอนคันเร่ง มีเสียงวุ้งๆตามความเร็วล้อที่ด้านหลังแถวเฟืองท้าย
พอเลี้นงคันเร่ง หรือกดส่งต่อ ก็เงียบ ไม่มีหอนครับ
สงสัยต้องไล่เปลี่ยนยางอุ้มเฟืองท้าย กับพวกตุ๊กตาเพลากลางดู

เมื่อวานนำคุณชายฟ้า ไปฝากคุณหมอไว้ก่อน
เพราะไปรับ ชายตองอ่อน w116 อีกคัน ออกมาโลดแล่นบ้าง
เลยให้หมอช่วยดูลูกยางต่างๆที่ชุดท้ายเสียเลย...


เมื่อมีรถ รุ่นเดียวกันสองคัน
การเปรียบเทียบ ย่อมเกิด :p


การขับขี่
ชายฟ้า ปลายเมื่อพ้น 100 ขึ้นไปจะเหนียวๆหนืดๆ
ชายตองอ่อน ใช้ E20 + solex4ลิ้น กินตั้งแต่ต้นยันปลายครับ
แน่นอน ลิ้นเดี่ยว มิก 31 มิล รึจะสู้4ลิ้นได้...
ช่วงล่าง
เฟริม มั่นใจ เชื่อใจได้ ทั้งคู่
ฟิลการสาดดดดด ออกแนวดื้อโค้ง ต้องเติมคันเร่งช่วยหน่อยๆทั้งคู่เลย
แต่เนื่องจากคุณฟ้าดันใช้พวงมาลัยแต่งวงเล็ก
น้ำหนักการควงพวงมาลัยจึงเบาสู้ชายตองอ่อนไม่ได้

แต่สิ่งที่ชายฟ้า เหนือกว่าชัดๆ คือ
เบาะครับ
ชายตองอ่อน...เบาะนุ่มเกิ้น:icon_e_sad:...นั่งแล้วจมลงไปมาก
นุ่มจนสงสัยว่า เบาะทรุดหรือปล่าว...
โดยมาก เบาะคนขับมักจะทรุดตัวเดียว
แต่ ชายตองอ่อนนี้ เขาดันนุ่มมากทั้งคันและนุ่มเสมอกันทั้งหมด ซ้าย ขวา หลัง...:confused:
ชายฟ้า เบาะแน่นกว่า ทุกตัว
แถม ชายฟ้ายังมี หมอนหนุนหัวคนนั่งหลังด้วย...ชายตองอ่อน ไม่มี.....งง

เลยเกิดความสงสัยครับว่า
- ตอนออกรถใหม่ ตัวเบาะ มีอ้อปชั่นให้เลือกด้วยไหมว่าชอบแบบนุ่ม หรือ แข็ง...:D
และ
- ทำยังไงถึงจะทำให้ ตองอ่อนเขามีเบาะแน่นๆเหมือนชายฟ้า

จะไปยัดฟองน้ำก็กลัวเพราะ หนังเขาเดิม และเก่ามากแล้ว
ไปควัก ถลก เกรงตะเข็บปริ หนังขาด งานจะงอก
ครั้น เปลี่ยนหนัง มันก็จะไม่เดิม ดูไม่วินเทจซะอีก...........

รบกวนขอแนวทางครับครับ
 
ต้องลองก้มไปดูครับ :D อันนี้พูดจริงๆนะครับ อยากทราบเหมือนกัน เบาะรถเบนซ์ถ้าจำไม่ผิดข้างในมันจะเป็น กาบมะพร้าว + สปริงแนวนอน ข้างใต้นะ นั่งแล้วก็ไม่ได้นิ่มมาก ออกแนวแน่นๆมากกว่า คันที่นิ่มกว่านี่น่าสงสัยสปริงอาจจะล้าครับ แต่อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ อันนี้ผมคิดเอาเองครับ :p ยังไงลองถ่ายรูปมาดูหน่อยดีไหมครับ เผื่อมีเซียน 123 126 116 แถวๆนี้มาช่วยดูให้ได้
 
ตอนนี้ ถอนคันเร่ง มีเสียงวุ้งๆตามความเร็วล้อที่ด้านหลังแถวเฟืองท้าย
พอเลี้นงคันเร่ง หรือกดส่งต่อ ก็เงียบ ไม่มีหอนครับ
สงสัยต้องไล่เปลี่ยนยางอุ้มเฟืองท้าย กับพวกตุ๊กตาเพลากลางดู

เดาว่าเฟืองท้ายรุนหรือหอนครับ ลองเปลี่ยนน้ำมันเบอร์หนืดกว่าบางทีอาจจหายครับ รถกระบะผมเคยใช้ขนาดหัวเชื้อน้ำมันเครื่องใส่ ผลคือเงียบลงเยอะครับ แต่กับเบนซ์ไม่แนะนำ แต่ถ้าเดือยหมูเป็นตามดเป็นลื่นมากมาก ก็ต้องทำใจครับ ลองหาร้านเก่งๆปรับระยะรุนดูก่อนครับ
 
ขอบคุณครับ

เสียงวุ้งๆๆๆ มีจังหวะจะลองมุดดูเช็กระยะรุนครับ

เบาะ หาทางถอดอยู่ครับฉีดน้ำยาหล่อน้อตไว้ รอดองได้ที่จะได้ไขลื่นๆครับ
 
มุดไปดูใต้เบาะแล้ว สปริงใต้เบาะคุณตองอ่อนหักจริงๆครับ
หักแถบซ้ายทั้งแถบเลย...
จะถอดเบาะออกมาซ่อม ก็ดันถอดไม่ได้ เพราะหูปรับสูงต่ำเบาะพัง
ถอดน้อตยึดขาเบาะได้แต่น้อตคู่หน้า
ไสล้ดเบาะมาถอดน้อตคู่หลังไม่ได้ คงต้องแก้ไขที่ก้านตัวนี้ก่อนครับ
 
Back
Top