E220 M111 Auto ควรตรวจสอบอะไรบ้าง ก่อนขึ้นเขา (ภาคเหนือบ้านเรา)

ในความคิดของผมนะครับเห็นว่าเวลาขึ้นเขาเครื่องจะร้อนมากกว่าปกติ

พี่ๆส่วนใหญ่แนะนำให้ปิดแอร์เพื่อลดอุณหภูมิเพราะความร้อนจากคอยร้อนแอร์

ถูกดูดมาเป่าใส่หม้อน้ำเลยร้อนกันใหญ่เลยแต่ปัญหามันเกิดตรงที่ว่า

เมื่อเราปิดแอร์แล้วพัดลมสเตปที่ 1 จะไม่ทำงานครับมันจะข้ามไปสเตป 2 เลย

ที่อุณหภูมิ 100 กว่า น่ากลัวจังฮิ

ท่านที่กลัวปัญหานี้ผมแนะนำให้ฝังสวิท 3 ขาของ 190 e หน้าเครื่องเข้าไป

ผ่านรีเลย์และเข้าไปที่สายชุดพัดลมสเตปที่ 1 เพื่อเป็นการช่วยไม่ให้ความร้อน

ขึ้นไปแตะ 100 กว่าถึงแม้เราไม่เปิดแอร์รับรองความร้อนจะไม่เกิน 98 แน่นอน

เพราะพัดลมสเตปแรกมันจะทำงานนะครับ


สวิทซ์ 3 ขาของ 190E ต้องไม่ใช้ร่วมกับวาล์วน้ำ 87 องศานะครับ
 
ผมเคยใช้ w124 m111 เดิมๆ นั่ง 4 คนขึ้นอ่างขางมาแล้ว เครื่องแรงดี ขึ้นได้
แต่มีปัญหาขาลงเพราะเบรคร้อนจัด จนต้องหยุดพักข้างทางประมาณ 10 นาที แล้วก็ลงต่อ
ยังไงถ้าขึ้นก็ ระวังเรื่องเบรคไว้ด้วยน่ะครับ

ตอนนี้ก็อยากจะอัพเบรค ยังไม่แน่ใจว่าจะทำยังไง มี 2 แนวทาง
แนวทางแรก เปลี่ยนผ้าเบรค เป็น ebc ใช้งบประมาณ สองพันกว่าๆ อันนี้ได้พื้นที่ผ้าเบรคเท่าเดิม ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาเดิมไหม (ผ้าเบรคไหม้)
แนวทางที่สอง คือเปลี่ยนขนาดของผ้าเบรคให้ใหญ่ขึ้น อันนี้ต้องใช้เวลา และเงินเิพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
 
ในความคิดของผมนะครับเห็นว่าเวลาขึ้นเขาเครื่องจะร้อนมากกว่าปกติ

พี่ๆส่วนใหญ่แนะนำให้ปิดแอร์เพื่อลดอุณหภูมิเพราะความร้อนจากคอยร้อนแอร์

ถูกดูดมาเป่าใส่หม้อน้ำเลยร้อนกันใหญ่เลยแต่ปัญหามันเกิดตรงที่ว่า

เมื่อเราปิดแอร์แล้วพัดลมสเตปที่ 1 จะไม่ทำงานครับมันจะข้ามไปสเตป 2 เลย

ที่อุณหภูมิ 100 กว่า น่ากลัวจังฮิ

ท่านที่กลัวปัญหานี้ผมแนะนำให้ฝังสวิท 3 ขาของ 190 e หน้าเครื่องเข้าไป

ผ่านรีเลย์และเข้าไปที่สายชุดพัดลมสเตปที่ 1 เพื่อเป็นการช่วยไม่ให้ความร้อน

ขึ้นไปแตะ 100 กว่าถึงแม้เราไม่เปิดแอร์รับรองความร้อนจะไม่เกิน 98 แน่นอน

เพราะพัดลมสเตปแรกมันจะทำงานนะครับ

ไม่ต้องเป็นห่วงครับ

เพราะแม้จะปิดแอร์ ก็ยังมีแรงดันเหลืออยู่ ขนาด ดับเครื่อง ปิดแอร์ แล้วลองบิดกลับมา (เปิดวิทยุ กดกระจกได้) แต่ยังไม่สตาร์ท พัดลมคู่หน้ายังหมุนเลยครับ ถ้าอุณหภูมิถึง 80

แล้วเราก็ไม่ได้ปิดแอร์ตลอดทางอยู่แล้ว แค่เปิด ๆ ปิด ๆ ตามความจำเป็นเท่านั้น

อย่างผมขับคนเดียว ยังต้องปิดแอร์เป็นระยะ เลย เพราะมันเย็นเกิน ยิ่งช่วงกลางคืนเย็นมาก
 
ขออนุญาตแชร์บ้างครับ

ผมว่า ขับรถขึ้นเขาลงเขา ที่สำคัญอยู่ที่เครื่อง คลัชท์และเกียร์ครับ
ตอนขึ้น ง่ายกว่า เพราะใช้กำลังรถ ที่ต้องระวังคือ ความร้อนเครื่องครับ
ตอนลงซิครับยาก
สำหรับผม จะใช้เกียร์ต่ำ 3 หรือ 2 เลยครับ
พยายามให้กำลังเครื่องดึงให้รถไหลลงช้าๆ
สามารถบังคับรถเลี้ยวตามโค้งได้ โดยใช้เบรคน้อยๆ หรือน้อยที่สุด
เพื่อเซฟเบรคไว้ยามฉุกเฉินครับ

คนอื่นเขาจะลงเร็วๆ ก็เรื่องเขา
เราเซฟของเราดีกว่า
ทั้งชีวิต และค่าซ่อมครับ
 
เมื่อปีใหม่ 2554 w202C220 ของผมก็ไปลุยหลายดอยที่เชียงใหม่ ผู้โดยสารอีก 3
รวมเป็น 4 คน รถอายุมากเกือบ 20 ปี ขับขึ้นเขาก็ขับแบบต้วมเตี้ยม ลงเขาก็ต้วมเตี้ยม
ใช้เกียร์ให้เป็น และรู้จังหวะและกำลังรถเรา
แล้วก็รอดปลอดภัย
ตลอดทุกดอยและทุกโค้ง ครับ
ถ้าจะเตรียมรถให้ดี ก็คงหนีไม่พ้นเบรค ทั้งตัวเบรค และผ้าเบรค และระบบส่งกำลังของรถ
พวกยอยทั้งหน้าหลัง และระบบบังคับเลี้ยว อย่างน้อยแม้ช่างจะเป็นคนช่วยตรวจ แต่อยากให้
คนชับเห็นกับตา ว่ามันเป็นอย่างไร เพื่อความมั่นใจ
 
มีที่โหดๆให้ลองครับ.

ถ้าอยากลองกำลัง/ระบบขับเคลื่อน/ช่วงล่าง/ระบบเบรค ของรถเบนซ์อายุเข้าเกณท์บวชพระ ขอแนะนำสถานที่ทดสอบรถครับ

มีอาคารจอดรถที่สุดโหด มหาโหดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ต้นถนนเยาวราช (วงเวียนโอเดี่ยน) ถ้ามาจากหัวลำโพง เลี้ยวซ้ายตรงมาผ่าน รร.สตรีมหาฯผ่าน บ.ยิบอินซอย เลี้ยวขวาเพื่อข้ามคลองผดุงฯ
(แยกนี้เลี้ยวขวาแล้ว ด้านซ้ายเป็นซอยลงไปกรมเจ้าท่า) เลี่ยวมาแล้วตรงไปจนเจอสามแยกบังคับให้ไปซ้าย/ขวา ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปเจอสามแยกที่ 2 เลี้ยวขวาตรงสั้นๆ แล้วเลี้ยวขวาอีกที
จะเจอทางเข้า/ขึ้นที่จอดรถฯที่ว่านี้ สามารถใช้อาคารจอดรถนี้เป็นที่ทดสอบการขึ้น/ลงเขาแบบอย่างโหด สุดโหด หฤโหด ทดสอบว่ารถเบนซ์เก่า/กลางเก่ากลางใหม่ จะผ่านขึ้น/ลงได้ดีใหม
ขึ้น/ลงเอาเองตามใจชอบ รอบละ 20 บาท ขึ้นไปจนสุดแล้วค่อยลงมา รับรองมาตรฐานได้ อาคารจอดรถตามห้างก็ใช้ทดสอบรถเบนซ์เก่าได้ เลือกเอาที่โหด ทดสอบรถให้ผ่านก่อนนะครับ.

ส่วนตัวแล้วขับรถไปมาหมดทั่วไทย ยกเว้น จว.แม่ฮ่องสอน เคยไปแต่ไม่ได้ขับ ดอยยากๆ เช่น ดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ ดอยปุย ดอยตุง ดอยแม่สลอง ดอยช้างมูบ ดอยวาวี เส้นทางจาก
เชียงใหม่ไปจนสุดเขตแดนไทย อ.ฝาง เส้นทางนี้ขับไล่งับ/สะบัดหนีรถปิคอัพพ่อค้า/แม่ค้าวัยรุ่น รถโฟร์วีลจีนฮ่อ รถตู้ประจำทาง รถสองแถวแม่ริมได้เหมาไปฝาง พวกนี้แม้กระทั่งโคตรเซียน
ยังต้องเรียกพวกเขาว่าอาจารย์

แต่รถที่ขับไปทั่วไทยตั้งแต่ปี 2526 เป็นรถมิตซู แอล 200 และรถนิสสัน ฟรอนเทียร์ 2.7 วีโก้ 3.0 รถที่ขึ้น/ลงเขาได้ดี ต้องอัตราทดเกียร์ต่ำ เฟืองท้ายแบบรถปิดอัพ คิดถูกแล้วที่เอาพี่เสือ
ไปแทน E220 นี่ก็ใกล้ฤดุท่องเที่ยวอีกแล้ว เส้นทางบนเขาปักฯ นาดี-โคราช เส้นทางบนเขาตะกู ตาพระยา-บุรีรัมย์ ถ้าไม่ใช่รถที่มีอัตราทดเกียร์ต่ำ ไปเจอรถติดบนเขา รถจอดเสียขวางทาง
รถซีดานญี่ปุ่น/ยุโรปดีๆ เดี้ยงมาแล้วหลายราย สองในนั้นเป็น E220/190E, E220 ของลูกชายไปช่วยพ่อ 190E จบที่เดี้ยงทั้งพ่อทั้งลูก ช่วงปีใหม่ 2554 นี่เอง ต้องสใลด์รถกลับ กทม.ครับ.
 
Last edited:
เรียนคุณ Coffee Cup
"ขับขึ้นเขาก็ขับแบบต้วมเตี้ยม ลงเขาก็ต้วมเตี้ยม
ใช้เกียร์ให้เป็น และรู้จังหวะและกำลังรถเรา"

ขอบคุณที่เป็นห่วงแต่ผมก็ได้ลงเกียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ขับลงช้าๆ มากกว่าตอนขึ้นแล้วครับ แต่เบรคก็ยังไหม้

ผมจะยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าจะสามารถแนะนำว่า ผมควรจะทำยังไงกับเบรคผมดี

ปล.เรื่องขึ้นเขาลงเขาผมคิดว่าผมมีความชำนาญพอสมควร:icon_e_biggrin:
 
Back
Top