DIY ติดตั้งพัดลมไฟฟ้าเอง.. C220 W202

pingpong

New member
...

หนึ่งในโปรเจ็คเพิ่มพลังของเจ้าขุนทอง ที่หมายมั่นปั้นมือมานานแสนนาน แต่ก็หาของไม่ได้ซักที จนวันนึ้ในที่สุดก็สำเร็จมีของจนได้..

จากนั้นก็วิ่งตะลอนหาร้านติดจนอ่อนใจไปหลายรอบ มีปัญหาทั้งเรื่องราคา (จะเอาตั้งพันกว่า) เรื่องเวลา (ให้ทิ้งรถไว้สองวัน) มีปัญหาเรื่องเทคนิค(ช่างไม่เห็นด้วย) ฯลฯ
สุดท้าย ต้องพึ่งวิชาชีพไฟฟ้าที่โยน Text ทิ้งไปสิบกว่าปีมาลองดูกันสักตั้ง..

อุปกรณ์

1 รีเลย์ bosch 30แอมป์ 1 ตัว
2 กล่องฟิวส์พร้อมฟิวส์ 40 แอมป์
3 สายไฟเส้นใหญ่ๆซัก 3-4 เมตร ตัวหนอนร้อยสายซัก2เมตร หัวต่อสาย 7-8 อัน
4 อุปกรณ์ช่างจิปาถะ หัวแร้งบัดกรี มีดปอกสาย ตัวรัดสาย ฯลฯ

เริ่มต้นด้วย(ไม่มีรูปให้ดูนะ เพราะมือเปื้อนถ่ายรูปไม่ไหว ไม่ว่างด้วย)

1 ถอดพัดลมครัชกับโครงกันลมข้างหน้าออก

ถ้ามีประแจเบอร์ใหญ่ๆก็ถอดพัดลมออกมาเลย ของผมไม่มีเลยใช้แค่แปดแฉกถอดใบพัดเฉยๆ
ส่วนโครงก็แค่ถอดกิ๊บสองตัวยกขึ้นก็เสร็จพิธี ระวังอย่าให้โดนหม้อน้ำล่ะ(ของผมรังผึ้งเบี้ยวเลย)

2 ใส่พัดลมไฟฟ้าแทน และติดตั้งเทอร์โมสแตท

พัดลมของ C230 จะเสียบลงไปได้เลยแบบง่ายๆ ระวังท่อแอร์ที่อยู่ด้านล่างหน่อย
ของผมมันบังรูที่จะใส่พัดลมอยู่ เลยต้องถอดออกแล้วหาฉากมาติดเปลี่ยนทางแทน
ส่วนเทอร์โมสแตท ก็แกะพลาสติคตราเบนซ์หน้าเครื่องออก จะเห็นหัวน๊อตที่ว่างๆอยู่อันนึง ถอดออกแล้วใส่เทอร์โมฯลงไปดื้อๆเลย

3 เดินไฟ

-ฟิวส์ จากแผงไฟฟ้าเครื่อง ต่อสายไฟบวกมาเข้ากล่องฟิวส์(40A) สายออกไปต่อเข้าช่อง 30 ของรีเลย์
-พัดลม สายไฟบวกพัดลมไฟฟ้าต่อกับขา87ของรีเลย์ อีกสายก็ต่อลง ground
-เทอร์โมสแตท มีสามขา ผมใช้สองขาที่ติดกัน อันนึงต่อเข้าคอยด์ของเบอร์ 85 อีกอันต่อลง Ground
-รีเลย์ ถึงตอนนี้ใช้ไปแล้ว 3 ขา คือ30 ขาไฟเข้าจากฟิวส์ 87ไฟออกต่อพัดลม 85,86 คอยด์ทำหน้าที่เป็นสวิตส์ อันนึงต่อกับไฟอันนึงต่อกับเทอร์โมสแตท

การทำงานคือ เมื่ออุณหภูมิถึง 92 เทอร์โมสแตทจะ on switch เมื่อเทอร์โมสแตททำงานจะไปติ๊กให้รีเลย์เปิด
พัดลมก็จะหมุน จนอุณหภูมิลดลงมาจนถึง 85 (หรือเท่าไหร่ไม่รู้ไม่แน่ใจ) เทอร์โมสแตทก็จะปิด พัดลมก็หยุดทำงาน..


ผลงานฮับ
 

Attachments

  • PICT0001_resize_resize.JPG
    PICT0001_resize_resize.JPG
    92.7 KB · Views: 3,013
การใช้งาน..


จากการทดสอบวิ่ง อัตราเร่งเพิ่มขี้นอย่างรู้สึกได้(ชัด) อาการหน่วงเวลาอัดรอบสูงๆหมดไป
และเท่าที่ทดสอบดู พัดลมไฟฟ้าตัวที่ติดไปใหม่แทบไม่ค่อยได้ทำงานเลยครับ ถ้ารถไม่ติด
คงเพราะพัดลมหน้าเครื่องสองตัวที่ทำงานเวลาเปิดแอร์ กับอากาศที่ไหลผ่านตอนวิ่งรถรักษาอุณหภูมิได้ดีมาก

ข้อดีตอนนี้..

- รถแรงขึ้นเยอะครับ
- เสียงพัดลมหายไป เวลาอัดความเร็วสูงๆจะเงียบกว่าเดิมมาก
- warm รถเร็วกว่าเดิมเยอะ จากอุณหภูมิต่ำๆจนอุณหภูมิที่ตัดไปให้แก๊สทำงาน
- น่าจะประหยัดเชื้อเพลิงพอสมควรนะ แต่เพิ่งติดวันแรก ไม่สามารถวัดค่าความแตกต่างได้ แล้วจะมาอัพเดทข้อมูลให้คราวหลังครับ

ข้อเสีย..

- เวลาพัดลมไฟฟ้าทำงาน จะดังสนั่นหวั่นไหวเลยทีเดียว เหอๆๆ
- engine brake หายไป น่าจะส่งผลให้ผมต้องเสียเงินเพิ่มในการเปลี่ยนหม้อลมเบรคเป็นชั้นครึ่ง (โปรเจ็คถัดไป)
 

Attachments

  • PICT0002_resize_resize.JPG
    PICT0002_resize_resize.JPG
    90.7 KB · Views: 2,961
ขอให้เช็คความแข็งแรงของโครงยึดพัดลมไฟฟ้าด้วยนะครับ เป็นห่วง
 
ดีครับที่กล้าริเริ่มแก้ไข - ปรับปรุงให้ดีขึ้น จะได้ใช้งานได้ดีขึ้น

ลำดับต่อไปหลังจากเปลี่ยนหม้อลมแล้ว ควรจะเอาพัดลมไฟฟ้าข้างหน้าออกด้วย แล้วต่อวงจรพัดลมเดี่ยวใหม่ ให้มันเป็นแบบ มี 3 สเต็ป คือ

1. พัดลมทำงานด้วยกำลัง ประมาณ 40 % เมื่อน้ำยาแอร์ร้อนหรือมีแรงดันมาก

2. ให้พัดลมทำงาน 40% เมื่อ เครื่องร้อนถึง 95

3. พัดลมจะทำงาน อีก 20 % เมื่อความร้อนเครื่องขึ้นถึง 105

ทั้ง หมด นี้ต้องเพิ่ม R กระเบื้องอีกแค่ตัวเดียวเองครับ


ที่มาแนะเพราะว่า .... ระบบที่คุณใช้อยู่นี้ ใช้พัดลมถึง 3 ตัว นานไป มันจะทำให้ ใดชาร์ท ต้องทำงานหนัก มันจะอายุสั้น อยู่ได้แค่ ปี เดียว เดี๋ยวใดฯก็พัง

.... พัดลมหน้า เป็นตัวบังทางลม คือ ว่าตัวมันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่บังลมของมันคือตังบังทางลมเข้าอย่างดีเลย และ การอัดลมเข้า ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะจะมีส่วนหนึ่งที่ออกทางด้านข้างรังผึ้ง ทำให้การทำงานของพัดลม สูญปล่าวไปส่วนนึง สู้ใช้พัดลมตัวหลังเป็นตัวดูดเพียงตัวเดียวมิได้

รับรองว่าวิธีนี้ แอร์จะเย็นกว่าเดิม และ พัดลม จะทำงานน้อยกว่า ซึ่งหมายถึง ไม่เปลืองกำลังไฟ กำลังเครื่องครับ

สำหรับท่านเจ้าของ C ท่านอื่นหากคิดจะทำมั่ง ก็ต้องดูก่อนว่า หม้อน้ำเป็นอลูมิเนียมหรือ ทองแดง ถ้ามีเนียมทำไปเลย ถ้าทองแดง ... อย่าทำ เพราะ ทองแดงจะละบายความร้อนช้ากว่ามีเนียม ราว 20 % จะส่งผลให้พัดลมต้องทำงานหนักเกินไป และไม่จะเป็นต้องใช้พัดลมของ c 230 ท่านสามารถใช้พัดลมของยุ่น 2 ตัวได้ โดยตีบังลมขึ้นมาใหม่ ข้อดีคือ ถ้าพัดลมตัวใดตังหนึ่งเสีย ก็ยังเหลือพัดลม อีก 1 ตัวทำงาน ท่านจะยังขับรถต่อไปได้แม้ความร้อนจะสูงไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับเสียหาย และ พัดลมเล็ก 2 ตัวจะมีรูลมออก ใหญ่กว่า 1 ตัวใหญ่ครับ เสียงก็เบากว่าด้วย
 
ทั้งหมดใช้งบประมาณเท่าไรเหรอครับ...
icon_question.gif
 
421 said:
ดีครับที่กล้าริเริ่มแก้ไข - ปรับปรุงให้ดีขึ้น จะได้ใช้งานได้ดีขึ้น

ลำดับต่อไปหลังจากเปลี่ยนหม้อลมแล้ว ควรจะเอาพัดลมไฟฟ้าข้างหน้าออกด้วย แล้วต่อวงจรพัดลมเดี่ยวใหม่ ให้มันเป็นแบบ มี 3 สเต็ป คือ

1. พัดลมทำงานด้วยกำลัง ประมาณ 40 % เมื่อน้ำยาแอร์ร้อนหรือมีแรงดันมาก

2. ให้พัดลมทำงาน 40% เมื่อ เครื่องร้อนถึง 95

3. พัดลมจะทำงาน อีก 20 % เมื่อความร้อนเครื่องขึ้นถึง 105

ทั้ง หมด นี้ต้องเพิ่ม R กระเบื้องอีกแค่ตัวเดียวเองครับ

ขอบคุณอาจารย์สี่มากครับสำหรับคำแนะนำ ผมชื่อปองครับ Benz C2220 สีทองที่ถามเรื่องบู้ชยูริเทนที่อู่ช่างศักดิ์ไม่กี่วันก่อน

รบกวนผู้รู้เขียนวงจรให้ดูหน่อยได้ไหมครับ ว่าควรต่อเพิ่มอย่างไรบ้าง :lol:
 
ผมไปถามร้านไฟฟ้ามา เขาบอกมา 3800 บาทอ่ะครับ เเล้วก็ใช้พัดลมไฟฟ้าของยุ่น 2 ตัว.... :?:
 
พัดลม C230 นี่มานใส่ E220 W124 ได้ไหมครับ
ชักเริ่มคันไม้คันมือบ้างแล้ว
 
ขอบคุณอาจารย์สี่มากครับสำหรับคำแนะนำ ผมชื่อปองครับ Benz C2220 สีทองที่ถามเรื่องบู้ชยูริเทนที่อู่ช่างศักดิ์ไม่กี่วันก่อน

รบกวนผู้รู้เขียนวงจรให้ดูหน่อยได้ไหมครับ ว่าควรต่อเพิ่มอย่างไรบ้าง :lol:


ขุดขึ้นมาถาม

ขอความกรุณาท่านที่ทราบวงจร จะกรุณาเขียนวงจรแบบบ้านๆได้ไหมครับ
คือเขียนแบบไฟ + จากกุญแจไปเข้ารีเลย์ขาอะไร เช่น ขา 30 ขา 85
อะไรแบบนี้น่ะครับ
แบบเป็นวงจรมาตรฐานไม่ค่อยเข้าใจน่ะครับ

ใช้พัดลมติ๊น่า 2 ตัวทำโครงพัดลมมาแล้ว ยังชั่งใจอยู่ว่าจะติดพัดลมไฟฟ้าดี
หรือไม่ติดดีครับ




ไวร์ริ่งอันนี้ของพี่มานิต ใช่อันที่ผมต้องการเลยครับ
แต่ผมดูวงจรไม่เป็น อยากให้พี่มานิต หรือใครจะกรุณาเขียนใหม่
แบบบ้าน ๆ คือสายไฟเส้นไหน เสียบกับรีเลย์เบอร์อะไรขา 30
ขา 85 ขา 87 อะไรแบบนี้น่ะครับ แบบว่าผมเป็นช่างวันหยุด
ไม่เคยเรียนอีเล็กโทรนิกส์มา ต่อเป็นดูวงจรไม่เป็นครับ
















และพัดลมอันที่ผมจะใช้คือติ๊น่า มี สายไฟ 4 เส้น เขารวมกันไว้ สีดำ กับสีดำ
สีฟ้า กับสีฟ้า ถ้าเราจะทำเป็น 2 สเตป เราแยกสาย ดำกับ ฟ้า ออกเป็นชุดๆ
ได้ 2 ชุดจะเป็นสเตป 1 กับ สเตป 2 ถูกต้องไหมครับ
 
Last edited:
ขั้นแรก...

มอเตอร์พัดลม " ติน่า " อายุราว 10ปี ซื้อมาแล้ว อย่าเพิ่งใส่ ต้องถอดล้างทำความสอาดให้ดี
ที่สำคัญ ต้องแกะฝาข้างของตลับลูกปืน แกะเบาๆ อย่าให้ฝาข้างเสียรูป แล้วเอาจารบีลูกปืนล้อ ของเบนซ์ใส่เพิ่มเข้าไป ประกอบพัดลมกลับตามเดิม

ที่ต้องทำงี้ เพราะว่า พัดลมเก่า แม้จะใช้งานมาน้อย แต่อายุมันมาก จารบีมักจะแห้ง ถ้าเอามาใส่ใช้งานเลย อายุจะไม่ยืน ยืนไม่ทน แล้วของใหม่ก็ไม่ต้องหาคับ แม้มันจะมีขาย แต่ราคามันตัวละ 7500 อย่าไปสน ส่วนจารบีลูกปืน ที่ต้องเป็นของเบนซ์ เพราะมันเป็นจารบีที่ดีที่สุดหาง่ายที่สุด ใส่แล้ว ลื่นดีกว่าจารบีทั่วไปมากคับ


ต่อสาย ...

พัดลม มีสายไฟ สีฟ้า , ดำ

ให้เอาสีดำลงกราวน์ไป สีฟ้าเป็น บวก อย่าสับสน ต่อผิดก็บรรลัยสถานเดียวไม่มีเป็นอื่น

สายสีฟ้า ของพัดลมทั้ง 2 ตัวให้เอามา ตัวละเส้น ต่อรวมกัน เพื่อให้พัดลมทำงาน 2 ตัวพร้อมกัน ก็จะได้ สีฟ้า 2 คู่ และ 2 ชุด

เอาชุดที่ 1 ต่อเข้ากับปลั๊กไฟ ที่เราถอดพัดลมคู่หน้าทิ้งไปแล้ว ซึ่งเป็นพัดลมที่ แรงดันน้ำยาแอร์เป็นผู้สั่งทำงาน และ เป็น พัดลม สเต็ปที่ 3 ด้วย

ส่วนสายไฟสีฟ้า ชุดที่ 2 กำหนดให้ อุณหภูมิน้ำ เป็นผู้สั่งงาน โดยต่อเข้ารีเลย์ ขา 87

หาไฟ จากแผงฟิวส์ หรือ จากจังชั่นบ๊อกซ ที่มีไฟตลอดเวลา และเป็นไฟเมน มาใช้ โดยใส่ฟิวส์ ขนาด 16 a. คั่นไว้ เอามาเข้ารีเลย์ ขา 30

ส่วนขารีเลย์ ขาที่ 85 ให้ต่อ ไปเข้า แผงฟิวส์ ที่มีไฟ เมื่อเปิดสวิทกุญแจ จังหวะ ที่ 2 เท่านั้นมาใช้

ขา 86 ต่อไปเข้า สวิท 3 ขาสีเทา ข้างที่เป็น ขาคู่ ส่วนขาอีกข้างก็ต่อ ลงกราวน์ไปคับ

ขนาดของรีเลย์ ไม่ควรใช้รีเลย์ บอช เพราะ ของเทียมมีมาก มันใช้ไม่ทน ถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้รีเลย์ เก่า ของเบนซ์ ขนาด 30 a. ของใหม่ไม่ต้องหา ราคามันเกินเอื้อม

สวิท3ขาสีเทาต้อง ใส่ ในตำแหน่งที่เป็นจุดใกล้ฝาสูบที่สุด และ เป็นจุดที่น้ำใหลออกจากเครื่องเท่านั้น.....จบ
 
นอกจากกด Thanks แล้วอยากจะ

ขอขอบคุณเป็นตัวอักษรอีกครั้งนะครับลุง 4 ผู้ใจดีและเอื้อเฟื้อ
 
ขั้นแรก...

มอเตอร์พัดลม " ติน่า " อายุราว 10ปี ซื้อมาแล้ว อย่าเพิ่งใส่ ต้องถอดล้างทำความสอาดให้ดี
ที่สำคัญ ต้องแกะฝาข้างของตลับลูกปืน แกะเบาๆ อย่าให้ฝาข้างเสียรูป แล้วเอาจารบีลูกปืนล้อ ของเบนซ์ใส่เพิ่มเข้าไป ประกอบพัดลมกลับตามเดิม

ที่ต้องทำงี้ เพราะว่า พัดลมเก่า แม้จะใช้งานมาน้อย แต่อายุมันมาก จารบีมักจะแห้ง ถ้าเอามาใส่ใช้งานเลย อายุจะไม่ยืน ยืนไม่ทน แล้วของใหม่ก็ไม่ต้องหาคับ แม้มันจะมีขาย แต่ราคามันตัวละ 7500 อย่าไปสน ส่วนจารบีลูกปืน ที่ต้องเป็นของเบนซ์ เพราะมันเป็นจารบีที่ดีที่สุดหาง่ายที่สุด ใส่แล้ว ลื่นดีกว่าจารบีทั่วไปมากคับ


ต่อสาย ...

พัดลม มีสายไฟ สีฟ้า , ดำ

ให้เอาสีดำลงกราวน์ไป สีฟ้าเป็น บวก อย่าสับสน ต่อผิดก็บรรลัยสถานเดียวไม่มีเป็นอื่น

สายสีฟ้า ของพัดลมทั้ง 2 ตัวให้เอามา ตัวละเส้น ต่อรวมกัน เพื่อให้พัดลมทำงาน 2 ตัวพร้อมกัน ก็จะได้ สีฟ้า 2 คู่ และ 2 ชุด

เอาชุดที่ 1 ต่อเข้ากับปลั๊กไฟ ที่เราถอดพัดลมคู่หน้าทิ้งไปแล้ว ซึ่งเป็นพัดลมที่ แรงดันน้ำยาแอร์เป็นผู้สั่งทำงาน และ เป็น พัดลม สเต็ปที่ 3 ด้วย

ส่วนสายไฟสีฟ้า ชุดที่ 2 กำหนดให้ อุณหภูมิน้ำ เป็นผู้สั่งงาน โดยต่อเข้ารีเลย์ ขา 87

หาไฟ จากแผงฟิวส์ หรือ จากจังชั่นบ๊อกซ ที่มีไฟตลอดเวลา และเป็นไฟเมน มาใช้ โดยใส่ฟิวส์ ขนาด 16 a. คั่นไว้ เอามาเข้ารีเลย์ ขา 30

ส่วนขารีเลย์ ขาที่ 85 ให้ต่อ ไปเข้า แผงฟิวส์ ที่มีไฟ เมื่อเปิดสวิทกุญแจ จังหวะ ที่ 2 เท่านั้นมาใช้

ขา 86 ต่อไปเข้า สวิท 3 ขาสีเทา ข้างที่เป็น ขาคู่ ส่วนขาอีกข้างก็ต่อ ลงกราวน์ไปคับ

ขนาดของรีเลย์ ไม่ควรใช้รีเลย์ บอช เพราะ ของเทียมมีมาก มันใช้ไม่ทน ถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้รีเลย์ เก่า ของเบนซ์ ขนาด 30 a. ของใหม่ไม่ต้องหา ราคามันเกินเอื้อม

สวิท3ขาสีเทาต้อง ใส่ ในตำแหน่งที่เป็นจุดใกล้ฝาสูบที่สุด และ เป็นจุดที่น้ำใหลออกจากเครื่องเท่านั้น.....จบ





อ่านแล้วพอเข้าใจ แต่ไม่เคลียร์ใจครับ ขอถามต่อ

จากคำอธิบายของลุง 4 พูดถึง สายไฟจากขั้วของขา 86 จากรีเลย์
ไปเข้า "สวิทช์ 3 ขา" ผมไปเปิดดูที่รถผม มันเป็นสวิทช์ 2 ขาสีฟ้า
อย่างนี้ผมต้องซื้อใหม่หรือไม่ หรือใช้สวิทช์ 2 ขาสีฟ้านั่นได้เลย
ถ้าใช้สวิทช์ 2 ขาของติดรถนี้ จะต่ออย่างไรครับ
และถ้ามันเป็นสวิทช์ติดรถ มันจะทำงานที่อุณหภูมิเท่าใด และตัด
ที่เท่าใด ผมพยายามอ่านจากหัวน๊อตที่ตัว Temp sensor นี้
แต่ไม่เห็น

ตามความเข้าใจของผม เอาสายไฟจากขั้ว 86 มาต่อเข้ากับ
ขั้วใดขั้วหนึ่งของขา temp sensor สีฟ้า ส่วนอีกขาหนึ่ง
ก็ต่อลงกราวดน์ ไป ถูกต้องไหมครับ ส่วนปลั๊กเดิมก็ถอด
ออกไป ถูกต้องไหมครับ


ขอความกรุณาบอกคนพอเข้าใจ แต่ไม่ค่อยเคลียร์ใจ อีกสักหน่อย
นะครับ
 
Last edited:
Back
Top