เสก
Active member
ฟังมาเยอะแยะมากมายเรื่องว่ารถแรงวิ่งดี ตีนปลาย สองร้อยสีสิบงั้น สองร้อยห้าสิบงี้
ถามว่ารู้ได้งัย ก็บอกว่า ดูเข็มไมล์เอา .. ปั๊ดถ่อ ..
ฟังแล้วมันหงุดหงิด เลยขอเอาข้อมูลเท่าหางอึ่งที่มีมาเเชร์ตามนี้..
ประเด็นที่หนึ่ง..เข็มไมล์น่ะเอาไว้ดูเป็นแนวได้แค่นั้นคับ ส่วนใหญ่จะออกไปทางอ่อน เอาใจเจ้าของอีกต่างหาก อย่าไปเชื่อมันมาก
มันบอกข้อมูลได้แค่พอเป็นแนวประมาณๆเทานั้น ยิ่งความเร็วยิ่งสูงความผิดเพี้ยนมันยิ่งแยะ เพราะมันกวาดขึ้นตามการหมุนของเกียร์ และแรงดึงของสปริงเข็มไมล์ซึ่งยากมากที่จะผลิดให้มันมีแรงดึงเป็นเส้นครงตลอดวงการกวาดของเข็ม จะออกแนว ดึงแรงตอนความเร็วต่ำแล้วก็ดึงเบาที่ความเร็วสูง หรือแม่นยำเมื่อเทียบกับตัวเลขบนหน้าปัทม์ที่เทียบกับความเร็วจริง ที่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือต้องเพี้ยน ไม่อ่อนก็แก่ ไม่มากก็น้อยล่ะคับ
ซุปเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารี่ ถึงได้มีเกจ์วัดรอบเคื่องอันเบ้อเร่อ อยู่ตรงกลาง แทนที่จะเป็นเกจ์วัดความเร็ว เพราะรอบเคื่องมันวัดได้แม่นยำก่า
ประเด็นที่สอง.. รถแรง มันต้องวัดกันด้วยอัตราเร่ง แล้วก็เวลาที่ใช้ไปในการเร่งความเร็วไปจนถึงความเร็วสูงสูด หรือความเร็วที่ต้องการ หรือภายในระยะทางที่กำหนด เช่นการแข่งควอเตอร์ไมล์ ..ไม่ใช่วัดที่ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ .. ทำไมอ่ะ..อ่านต่อไป
ประเด็นที่สาม..ความเร็วสูงสุดของรถ ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันผลิตแล้วว่ามันจาวิ่งได้เร็วสุดเท่าไร ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีสี่ตัวคือ
-รอบเคื่องสูงสุดที่เคื่องไต่ไปถึง ที่เกียร์สุดท้าย
-เส้นรอบวงของยางที่ขับเคลื่อน
-อัตราทดของเกียร์สุดท้าย
-อัตราทดเฟืองท้าย
ตามกระทู้ของพี่มานิตย์และลิงค์ข้างใน http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=3340
ประเด็นที่สี่ ...แล้วทำไมรถแรงอย่างพวกซุปเปอร์คาร์มันถึงวิ่งความเร็วปลายได้เยอะ.. คำตอบก็คือ แรงมันเยอะ เค้าเลยสามารถทดเกียร์และเฟืองท้ายต่ำๆแบบว่า เคื่องหมุนน้อยแต่ล้อกลิ้งไปได้เยอะได้ เพราะแรงมันเยอะการที่ไม่ต้องทดเกียร์หรือเฟืองท้ายมาก ก็ยังเพียงพอที่จะให้อัตราเร่งได้ตามที่ต้องการ
เข้าเรื่องความเร็วปลายของ 124 ไปที่ลิงค์นี้ http://www.wallaceracing.com/calcmph.php
เอาเป็น 300E เกียร์จุดสาม เฟืองท้าย 3.07
-ตั้งหลักกันที่ยางแตน 195 65 15 เส้นผ่าศูนย์กลางคือ 24.98 นิ้ว
-เฟืองท้าย 3.07
-อัตราทดเกียร์สี่ 1.04
-เกียร์สี่กดไปได้ 6,000 รอบ
จะได้ความเร็วปลายที่ 224.98
ถ้าลงเขาอัดไปถึง 6,500 รอบ
จะได้ความเร็วปลายที่ 243.98
ถ้าเป็น E280 หรือ 320 เฟืองท้ายเหลือ 3.06 เกียร์จุดสามหรือจุดสี่อัตราทดเดียวกัน
ยังไงก็ไมเร็วกว่านี้
ปัจจัยที่สำคัญที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายคือเส้นรอบวงของล้อ
ยางผิดขนาดเล็กหรือใหญ่ก็จะทำให้ความเร็วจริงเปลี่ยนไป โดยที่ไมล์ยังชี้ที่เดิม เพราะรอบการหมุนเท่าเดิม แต่ระยะทางจริงที่วิ่งได้อาจมากหรือน้อยตามขนาดเส้นรอบวงของยางที่เปลี่ยนไปได้
อีกทางที่วัดความเร็วที่น่าเชื่อถือได้คือ GPS
อันนี้ไม่เกี่ยวกะขนาดยางหรือแฟคเตอร์อื่นใด ระเคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่าใดในหนึ่งหน่วยเวลา..ก็เป็นอันตามนั้น
อ่าห้า..หวังว่าคงเข้าใจนะ
แบบว่าถ้าไปทำเคื่องมาแล้ว คนชอบถามว่าวิ่งได้เท่าไร
ก็ตอบว่า วิ่งได้ สองร้อยยี่สิบ เท่ารถคุณน่ะแหละ เพราะขนาดยาง เกียร์และเฟืองท้ายเท่ากัน
เพียงแต่ว่า รถที่ทำมาแล้วใช้เวลาน้อยกว่า ในการไปถึงความเร็วที่ว่า
ตามนั้น
ต่อไปนี้ใครจะมาบอกว่าขับ 124 วิ่ง 250 หรือ 260 .. ช่วยไปไกลๆหน่อย..อิ..อิ.. :n21:
ถามว่ารู้ได้งัย ก็บอกว่า ดูเข็มไมล์เอา .. ปั๊ดถ่อ ..
ฟังแล้วมันหงุดหงิด เลยขอเอาข้อมูลเท่าหางอึ่งที่มีมาเเชร์ตามนี้..
ประเด็นที่หนึ่ง..เข็มไมล์น่ะเอาไว้ดูเป็นแนวได้แค่นั้นคับ ส่วนใหญ่จะออกไปทางอ่อน เอาใจเจ้าของอีกต่างหาก อย่าไปเชื่อมันมาก
มันบอกข้อมูลได้แค่พอเป็นแนวประมาณๆเทานั้น ยิ่งความเร็วยิ่งสูงความผิดเพี้ยนมันยิ่งแยะ เพราะมันกวาดขึ้นตามการหมุนของเกียร์ และแรงดึงของสปริงเข็มไมล์ซึ่งยากมากที่จะผลิดให้มันมีแรงดึงเป็นเส้นครงตลอดวงการกวาดของเข็ม จะออกแนว ดึงแรงตอนความเร็วต่ำแล้วก็ดึงเบาที่ความเร็วสูง หรือแม่นยำเมื่อเทียบกับตัวเลขบนหน้าปัทม์ที่เทียบกับความเร็วจริง ที่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือต้องเพี้ยน ไม่อ่อนก็แก่ ไม่มากก็น้อยล่ะคับ
ซุปเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารี่ ถึงได้มีเกจ์วัดรอบเคื่องอันเบ้อเร่อ อยู่ตรงกลาง แทนที่จะเป็นเกจ์วัดความเร็ว เพราะรอบเคื่องมันวัดได้แม่นยำก่า
ประเด็นที่สอง.. รถแรง มันต้องวัดกันด้วยอัตราเร่ง แล้วก็เวลาที่ใช้ไปในการเร่งความเร็วไปจนถึงความเร็วสูงสูด หรือความเร็วที่ต้องการ หรือภายในระยะทางที่กำหนด เช่นการแข่งควอเตอร์ไมล์ ..ไม่ใช่วัดที่ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ .. ทำไมอ่ะ..อ่านต่อไป
ประเด็นที่สาม..ความเร็วสูงสุดของรถ ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันผลิตแล้วว่ามันจาวิ่งได้เร็วสุดเท่าไร ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีสี่ตัวคือ
-รอบเคื่องสูงสุดที่เคื่องไต่ไปถึง ที่เกียร์สุดท้าย
-เส้นรอบวงของยางที่ขับเคลื่อน
-อัตราทดของเกียร์สุดท้าย
-อัตราทดเฟืองท้าย
ตามกระทู้ของพี่มานิตย์และลิงค์ข้างใน http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=3340
ประเด็นที่สี่ ...แล้วทำไมรถแรงอย่างพวกซุปเปอร์คาร์มันถึงวิ่งความเร็วปลายได้เยอะ.. คำตอบก็คือ แรงมันเยอะ เค้าเลยสามารถทดเกียร์และเฟืองท้ายต่ำๆแบบว่า เคื่องหมุนน้อยแต่ล้อกลิ้งไปได้เยอะได้ เพราะแรงมันเยอะการที่ไม่ต้องทดเกียร์หรือเฟืองท้ายมาก ก็ยังเพียงพอที่จะให้อัตราเร่งได้ตามที่ต้องการ
เข้าเรื่องความเร็วปลายของ 124 ไปที่ลิงค์นี้ http://www.wallaceracing.com/calcmph.php
เอาเป็น 300E เกียร์จุดสาม เฟืองท้าย 3.07
-ตั้งหลักกันที่ยางแตน 195 65 15 เส้นผ่าศูนย์กลางคือ 24.98 นิ้ว
-เฟืองท้าย 3.07
-อัตราทดเกียร์สี่ 1.04
-เกียร์สี่กดไปได้ 6,000 รอบ
จะได้ความเร็วปลายที่ 224.98
ถ้าลงเขาอัดไปถึง 6,500 รอบ
จะได้ความเร็วปลายที่ 243.98
ถ้าเป็น E280 หรือ 320 เฟืองท้ายเหลือ 3.06 เกียร์จุดสามหรือจุดสี่อัตราทดเดียวกัน
ยังไงก็ไมเร็วกว่านี้
ปัจจัยที่สำคัญที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายคือเส้นรอบวงของล้อ
ยางผิดขนาดเล็กหรือใหญ่ก็จะทำให้ความเร็วจริงเปลี่ยนไป โดยที่ไมล์ยังชี้ที่เดิม เพราะรอบการหมุนเท่าเดิม แต่ระยะทางจริงที่วิ่งได้อาจมากหรือน้อยตามขนาดเส้นรอบวงของยางที่เปลี่ยนไปได้
อีกทางที่วัดความเร็วที่น่าเชื่อถือได้คือ GPS
อันนี้ไม่เกี่ยวกะขนาดยางหรือแฟคเตอร์อื่นใด ระเคลื่อนที่เป็นระยะทางเท่าใดในหนึ่งหน่วยเวลา..ก็เป็นอันตามนั้น
อ่าห้า..หวังว่าคงเข้าใจนะ
แบบว่าถ้าไปทำเคื่องมาแล้ว คนชอบถามว่าวิ่งได้เท่าไร
ก็ตอบว่า วิ่งได้ สองร้อยยี่สิบ เท่ารถคุณน่ะแหละ เพราะขนาดยาง เกียร์และเฟืองท้ายเท่ากัน
เพียงแต่ว่า รถที่ทำมาแล้วใช้เวลาน้อยกว่า ในการไปถึงความเร็วที่ว่า
ตามนั้น
ต่อไปนี้ใครจะมาบอกว่าขับ 124 วิ่ง 250 หรือ 260 .. ช่วยไปไกลๆหน่อย..อิ..อิ.. :n21: