เยี่ยมเลย ! แบตเตอรี่ รถผมตั้งแต่ ปี 46 ใช้มาจนถึงปัจจุบัน

chatup2u

New member
ยี่ห้อ เนชั่นแนล ครับ ตั้งแต่ ก.ค.46 น้ำกลั่นเติม( นิดหน่อย ) ปีละครั้ง ( แทบจะไม่เคยพร่องหรือขาดเลย ) W124 300E สภาพเดิมสุด เครื่องเสียง เดิมๆๆ เวิร์คดีครับ ใช้รถอาทิตย์ละ 1-2 วัน นอกนั้นจอดไม่ได้สตาร์ท ชึ่งเดียวติด ไม่ทราบว่าท่านอื่นเป็นยังไงบ้างครับ
 
รถผม แบตถึง 3 ปี ก็เปลี่ยนโดยไม่สนใจว่ายังใช้ได้อยู่ครับ
 
ของผมเติมแม่ม อาทิตย์ สองอาทิตย์ครั้งเลยครับแต่เติมไม่เยอะนะครับ
ไม่รุ้นะครับผมมีความเชื่อว่ารถจะแรง แบตมีส่วนเกี่ยวด้วย ผมเลยเปลี่ยนทุก2-3ปี (ไม่รู้คิดถูกอ่ะเปล่า)

รถผมใช้วิ่งทุกวัน วันล่ะ 60-70 โล วิ่งความเร็วเฉลี่ย 140-160 ครับ
 
ถ้าเติมน้ำกลั่นบ่อยลองเช็ค แรงไฟที่ชาร์ทแบต (Charging Voltage) ดูหน่อยก็ดีครับ สูงสุดไม่ควรเกิน 14.7 V และมันจะค่อยๆลดลงตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ถ้าเกินนี้ถือว่า Over Charge แบตจะร้อนและน้ำกรดภายในหม้อแบตจะเดือดมากกว่าปรกติทำให้เปลืองน้ำกลั่นครับ
icon_cool.gif
 
ระบบเครื่องเสียงมีผลมากครับ แล้วก็อายุรถ รถผมอีกคันเป็นรถเก่าคลาสสิค ปัจจุบัน ไม่รู้ไฟมันช็อตลงกราวน์ตรงไหน จอดคืนเดียวหมดหม้อเลย
 
แต่ว่าคราบแข็ง ๆ ขาว ๆ หนา ๆ มันคืออะไรอะครับ ?

ตามฐานแบต
 
คราบขาวๆก็คือร่องรอยการที่น้ำกรดซัลฟูริครั่วซึมออกจากแบตแล้วมากัดกร่อนทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยทำปฏิกิริยาบางส่วนให้เป็นซัลเฟตจึงมองเห็นเป็นคราบเหรือผงสีขาว ต้องรีบล้างออกด้วยน้ำร้อนหรือน้ำผสม Baking soda จะทำให้ออกง่ายขึ้น ก่อนที่มันจะกัดอะไรต่อมิอะไรจนผุกร่อนไปหมดรวมทั้งมือคนที่ไปล้วงแคะแกะเกามันด้วย ! (มีข้อควรระวัง ! ระวังห้ามเอาน้ำเกลือไปราด อาจมีกรดซัลฟูริคที่หลงเหลืออยู่อาจทำปฏิกิริยากลายเป็นก๊าซคลอรีน ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่เคยใช้ในสงคราม ถ้าสูดเข้าไปจังๆละก็อาจเด้ดซะมอเร่ได้..อุ..อุ :roll:




















เอาขั้วบวกต่อลงกราวนด์ก็ได้ มิได้มีปัญหาในแง่ของการใช้พลังงานไฟฟ้าเลย(สมัยก่อนเคยมีรถบางยี่ห้อทำอยู่) แต่พอได้มีการศึกษาเรื่องการถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างโลหะต่างชนิดกันทำให้เกิดผลกลายเป็นการผุกร่อน(Galvanic Erosion/Corrosion) จึงได้เกิดเทคนิคการป้องกันการผุกร่อนที่เรียกว่า Cathodic Protection โดยการต่อขั้วลบจากแบตเพื่อให้ตัวถังมีประจุลบแทน จึงป้องกันการผุกร่อนจากเหตุดังกล่าวได้ เทคนิคนี้ได้นำมาใช้อย่างกว้างขวางในพวกเรือเดินสมุทรด้วย :)
 
เอาขั้วบวกต่อลงกราวนด์ก็ได้ มิได้มีปัญหาในแง่ของการใช้พลังงานไฟฟ้าเลย(สมัยก่อนเคยมีรถบางยี่ห้อทำอยู่) แต่พอได้มีการศึกษาเรื่องการถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างโลหะต่างชนิดกันทำให้เกิดผลกลายเป็นการผุกร่อน(Galvanic Erosion/Corrosion) จึงได้เกิดเทคนิคการป้องกันการผุกร่อนที่เรียกว่า Cathodic Protection โดยการต่อขั้วลบจากแบตเพื่อให้ตัวถังมีประจุลบแทน จึงป้องกันการผุกร่อนจากเหตุดังกล่าวได้ เทคนิคนี้ได้นำมาใช้อย่างกว้างขวางในพวกเรือเดินสมุทรด้วย รถยนต์รวมทั้งเรือยนต์ทั้งหลายจึงได้หันมาใช้ขั้วลบลงกราวนด์กันเป็นแถว

ความรู้คือประทีปอีกเเล้ง ขอบคุณครับพี่
n45.gif
 
แล้วงี้การรั่วซึม มันจะเกิดขึ้นกับทุกคนเลยมั้ยอะครับ ?

หรือว่าขึ้นอยู่กับแบตของคนนั้น ๆ อะฮะ
 
แบตใหม่ๆจะไม่มีการรั่วซึมเลยครับ ยกเว้นเติมน้ำกลั่นมากเกินไป หรือมีการถอดขั้วโดยมีการโยกหรือตอกแรงๆอาจทำให้ซึมที่ขั้วได้ครับ
icon_cool.gif
 
Back
Top