เปลี่ยนปะเก็นฝาสูบ M104 อยากได้ data ครับ

rachata

Active member
เครื่อง M104 320 ที่ใช้อยู่เกิดปะเก็นฝาสูบแตก มีอาการน้ำหล่อเย็นในระบบหาย,มีไอน้ำและน้ำออกทางท่อไอเสียตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน ในปริมาณมากจนผิดปกติ และ เครื่องมีอาการเหมือนเดินไม่ครบสูบ

จึงกะลังดำเนินการเปิดฝาสูบอยู่ครับ ซึ่งก็มีอุปกรณ์หลายตัวที่น่าจะต้องเปลี่ยนไปในคราวเดียวกัน เช่น sensor เพลาลูกเบี้ยวมีรอยcrackโดยรอบ,ท่อยางตรงลิ้นเร่งที่มีรอยฉีก เป็นต้น เร็วๆนี้ก็จะทราบว่าจะเสียตังค์ หมื่นต้นๆ หรือ หลายๆหมื่น (กลัวฝาผุ)

เลยอยากเรียนถามพี่ๆ และ เพื่อนๆ ที่พอจะมี data ของการขันนัทหรือโบลท์ ในจุดต่างๆ ว่าต้องใช้แรงขันเท่าไหร่ เช่น เฟืองแคมชาร์ป,ปะกับแคมชาร์ป,หรือจุดอื่นๆที่ต้องขันด้วยแรงที่กำหนด(ฝาสูบมีแล้วครับ)

ลองพยายามค้นหาดูแล้วแต่ก็ไม่เจอครับ รบกวนช่วยชี้ช่องด้วยครับ

ขอขอบพระคุณมากครับ
 
คันเก่าผมอาการเดียวกัน

ฝาสูบผุ น้ำรั่วเข้าสูบ 2 สูบ
สตาร์ททียังกับรถเมืองนอกหน้าหนาว ควันขาวจั๊วะ..:n44:
เติมน้ำ 20 กม./ลิตร เลยช่วงนั้น วิ่งได้ไม่ไกล

ถามราคาฝามา 30,000.-
เลยตัดใจให้ช่างพอก ปาด ซื้อชุดปะเก็นใหม่ เปลี่ยนหัวเทียน 6 หัว
หมดไป 4,800.- วิ่งฉิว 220 บนบูรพาวิถี
ตอนนี้หลานยึดไปใช้แล้ว :n11:

เรื่องดาต้าต้องคอยท่านอื่นครับ

เอ๋...พึ่งเห็นว่ามีฝาแล้ว :bonk:
 
รถผมก็ประมาณนั้นเลยครับ ต้องเปิดฝาหม้อน้ำประคองรถกลับบ้าน

ตอนนี้ผมก็รอลุ้นเสาร์นี้ครับ

ที่มีอยู่ม่ายใช่ฝาครับคุณนก แต่เป็นวิธีและค่าแรงขันโบลท์ฝาสูบครับ

ขอบคุณครับที่ช่วยแจ้งค่าใช้จ่าย จะได้เตรียมทำเรื่อง ตั้งเบิก ขออนุมัติงบประมาณ กับ ผบทบ ซะหน่อย
 
เพื่อนที่เยอรมันมันบอกมาว่า 1st stage 55 NM , 2nd stage 90 degrees and 3 stage - another 90 degrees too....ภาษาช่างผมไม่รู้เรื่องครับ ไม่รู้จะช่วยได้หรือเปล่านะ
 
เอ่อ...ราคานี้ เป็นอู่ที่สนิทกันกับผมนะพี่
อู่อื่นไม่ทราบนะครับ
อาจจะ + เล็กน้อย
 
เพื่อนที่เยอรมันมันบอกมาว่า 1st stage 55 NM , 2nd stage 90 degrees and 3 stage - another 90 degrees too....ภาษาช่างผมไม่รู้เรื่องครับ ไม่รู้จะช่วยได้หรือเปล่านะ

อันนี้เป็นspecการขันโบลท์ฝาสูบครับ stepแรก ขันด้วยแรง 55NMครับ , stepสองและสาม ขันด้วยองศาการดึงด้ามบอกซ์(step สอง,สาม ไม่ต้องใช้ประแจปอนด์) ครับ

BON มีเสน่ห์ตรงความมีน้ำใจของท่านๆสมาชิกฯครับ ถึงแม้จะเป็นความเห็นหรือความรู้ ขนาดไหน เพียงใดก็ตาม ก็แสดงถึงมิตรภาพที่มีให้แก่กัน ข้อมูลที่คุณ e220ce ให้มา ถึงแม้ว่าผมจะมีแล้ว แต่ก็มีประโยชน์ครับ เป็นการรีเช็คว่า ข้อมูลที่ผมมีนั่น ถูกต้องมากน้อยเพียงใด
ขอบคุณมากครับ


เอ่อ...ราคานี้ เป็นอู่ที่สนิทกันกับผมนะพี่
อู่อื่นไม่ทราบนะครับ
อาจจะ + เล็กน้อย


ขอบคุณครับพี่นก ค่าแรงผมคงไม่ต้องจ่ายเป็นเงินครับ แต่คงต้องจ่ายเป็นกระป๋องๆแทน ช่างก็ไม่ใช่อื่นไกลครับ"ทำเอง" (กลัวจะมาวก่อนงานเสร็จจัง)
 
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องช่างครับคงถามไปผิดเอง แล้วช่วยบอกได้หรือเปล่าครับว่าต้องการค่าขันตรงอุปกร์ส่วนไหนบ้างครับ เผื่อจะถามให้อีกครับ เอาแบบระบุชิ้นส่วนเลยนะครับ
 
ขอบคุณมากๆครับ ได้ข้อมูลจากต้นตอเลย อยากรบกวนดังนี้ครับ

-เฟืองแคมชารป์ (camshaft sprocket)

-ฝาปะกับแคมชารป์ (camshaft bearing cap)

-ท่อร่วมไอเสีย (exhaust manifold)

-ท่อร่วมไอดี (intake manifold)

และรบกวนอีกนิดครับ คือ M104 เป็นเครื่อง 6 สูบมีโบลท์ฝาสูบทั้งหมด 14 ตัวครับ พอดีวิธีการขันโบลท์ที่ฝาสูบที่ผมได้มาเค้าระบุดังนี้

-ขันโบลท์ฝาสูบทุกตัวด้วยแรง 55 NM (ทั้ง 14 ตัว)

-STEPสองและสาม ขันองศาด้วยมุม 90 เฉพาะโบลท์ฝาสูบแค่ 10 ตัว(คือมี 4 ตัวที่ขันด้วยแรง 55 NMแล้วจบเลย ไม่ต้องขันองศา) โบลท์อีก 4 ตัวที่ว่าคือ ถ้ายืนหันหน้าเข้าหารถ โบลท์คู่ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด(สุบที่1) กับ คู่ที่อยู่ไกลตัวที่สุด(สูบที่6) ไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มาถูกรึเปล่านะครับ มันแปลกๆ

ขอขอบคุณมากๆๆๆๆๆครับ
 
ข้อมูลถูกต้องครับ เขาบอกว่ามันเป็นจุดกดให้หน้าปะเก็นสม่าเสมอเท่านั้นครับ ส่วนตัวอื่นมันต้องทำหน้าที่กันแรงอัดรั่วด้วยครับ และจะให้ดีสี่ตัวที่ว่าขันแบบทะแยงก็จะดีมากนะครับ ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือเปล่า ส่วนประเด็นอื่นจะพยายามหาให้ครับ
 

พี่มานิตย์ รบกวนอธิบายให้กระจ่างอีกทีนะครับ
คือ 1. ขันที่ตามสเป็คนำหนัก NM
2.-3. คือการขัน 90 องศา แบบไม่ใช่ประแจบอนด์ แล้วขันไปเท่าไหร่ยังไงนะครับ

ขอบคุณครับ
 


ขอขอบพระคุณพี่มานิตย์เป็นอย่างสูงครับ สำหรับลิงค์


พี่มานิตย์ รบกวนอธิบายให้กระจ่างอีกทีนะครับ
คือ 1. ขันที่ตามสเป็คนำหนัก NM
2.-3. คือการขัน 90 องศา แบบไม่ใช่ประแจบอนด์ แล้วขันไปเท่าไหร่ยังไงนะครับ

ขอบคุณครับ



ผมขออนุญาตอธิบายแทนพี่มานิตย์ครับ ถ้าผิดพลาดหรือมีจุดใดน่าจะเพิ่มเติม เดี๋ยวพี่มานิตย์คงเข้ามาเพิ่มเติมให้ครับ

-การขันด้วยแรงที่กำหนด ก็ต้องมีตัววัดครับ ว่าแรงที่เราใช้ในการดึงประแจขณะนั้นมีขนาดของแรงมากน้อยเพียงใด ก็ต้องใช้ประแจปอนด์หรือ torque wrench

-ส่วนการขันองศา ก็คือการขันนัทหรือโบลท์ตัวนั้นๆโดยไม่ต้องดูแรงที่ใช้ สิ่งที่ต้องดูคือ มุมการหมุนของนัทหรือโบลท์ตัวนั้น นั่นเอง เช่น ถ้าคู่มือกำหนด 90 องศา เมื่อเอาลูกบ๊อกซ์เสียบลงบนหัวนัทหรือโบลท์แล้วจับด้ามบ๊อกซ์ให้อยู่ในท่าพร้อมขัน แต่ยังไม่ต้องออกแรง ตรงนั่นคือตำแหน่งเริ่มหรือ 0 องศา และก่อนการขันองศาทุกตัวควรกะหรือวัดไว้คร่าวๆว่าเมื่อขันมาถึงตำแหน่งที่ 90 องศาจะมีอะไรเป็นจุดสังเกตุ เช่นอาจจะเป็นรูหัวเทียน หรืออะไรก็ได้ที่จะไม่เคลื่อนไหวเวลาที่เราดึงประแจ การดูที่หัวนัทหรือโบลท์ในขณะทำการขันว่าครบ 90 องศาแล้วรึยังคงไม่ใช่เรื่องง่าย จึงให้สังเกตุที่ด้ามประแจเป็นหลัก และเมื่อไม่ต้องดูแรงที่ใช้ขันจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ประแจปอนด์

ส่วนการขันโบลท์ที่ต้องใช้แรงหรือองศาในการกำกับการขันมีข้อควรระวังคือ

-ท่าทางในการขัน ต้องมั่นคง ระวังลื่นหรืออันตรายจากการออกแรงดึงประแจ

-ต้องไม่กระชากหรือดึงประแจด้วยความรวดเร็วเกินไป แค่ออกแรงให้ชนะความฝืดและประแจเคลื่อนตัวไปได้จะดีที่สุด

-การขันด้วยแรง ถ้าแรงที่กำหนดให้ใช้มีขนาดของแรงมาก อาจแบ่งการขันออกเป็นออกเป็นstep โดยในแต่ละstepของแรงที่แบ่ง ต้องขันทุกตัวด้วยแรงที่เท่าๆกัน

-การขันองศา ต้องขันให้จบจาก 0-90 องศาภายในการเคลื่อนตัวของประแจเพียงครั้งเดียว จะไม่มีการแบ่งหรือหยุดการดึงประแจในระหว่างการขันที่ยังไม่ถึงองศาที่กำหนด และเช่นกัน ต้องไม่ออกแรงแบบกระชากประแจ

-ต้องระวังเรื่อง ลำดับ ก่อนหลังในการขันด้วย ทั้งตอนถอดและประกอบ

-จุดที่ต้องมีการหล่อลื่น ก่อนการขัน เช่น ที่เกลียวของโบลท์,บริเวณบ่าที่จะต้องกดกับฝาสูบ และห้ามฉีดน้ำมันหล่อลื่นลงในรูโบลท์ของฝาสูบ
 
วันนี้ไปอู่เจอช่างแมนกำลังประกอบฝาสูบ 102
ในซองประเก็นฝาสูบเออร์ลิ่ง มีอินสรัคชั่น ติดมาด้วย
55NM
90
90
ชางแมนบอกว่า 104 ก็เหมือนกัน

แต่แกขันหมดทุกตัวนะ ไม่ได้เว้นสี่ตัวที่ขอบเหมือนที่คุยกันข้างบน
อีบอกช่างที่ศูนย์เบนซ์ก็ขันยังเงี้ยแหละคับ

ผิดถูก เหมาะสมประการใด ไม่ยืนยัน เพราะไม่เคยทำ
งานหนักอย่างนี้ไม่ได้กินแรงผมร๊อก.. :n29:

เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ก็ว่าไปอย่าง.. :icon_lol:

 
Last edited:
การขันนัตหรือโบลท์ฝาสูบจะต้องขันตามลำดับที่กำหนดและขันให้แน่นเท่ากันทุกตัวไม่มียกเว้นตัวใหนเป็นพิเศษเลยครับ ถ้าเป็นสี่สูบจะมีโบลท์ 10 ตัว ถ้าเป็นหกสูบจะมีโบลท์ 14 ตัวครับ
 
ขอขอบพระคุณ พี่เสกและพี่มานิตย์ เป็นอย่างมากครับ ผมเองก่อนจะรื้อฝาสูบก็หาข้อมูลอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ครับ ข้อมูลที่ได้มาก็มาจากหนังสือจากต่างประเทศ อ่านแล้วก็ยังสงสัยครับ ว่าเค้าพิมพ์มาผิดหรือเปล่าแต่ก็ไม่ทราบว่าจะไปถามใครได้ ขอขอบพระคุณพี่ๆอีกครั้งครับสำหรับข้อมูล
 
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สอยฝาสูบออกมาแล้วครับ มีอาการดังนี้

-ปะเก็นฝาสูบที่หนึ่งมีอาการ โย้เสียรูป ออกทางด้านข้าง ทางฝั่งท่อร่วมไอเสีย

-ฝาสูบบริเวณเดียวกันมีอาการผุกร่อน แต่ไม่ขนาดทะลุเข้าห้องเผาไหม้ แต่เนื้อฝาสูบที่จะต้องกดทับปะเก็นฝาสูบหายไปประมาณ1/4ของความหนาบริเวณนั้น(เทียบกับสูบอื่นๆ)

-ปะเก็นท่อร่วมไอเสียสูบหนึ่ง ทะลุฉีกขาด หายไปบางส่วน ทำให้มีไอเสียส่วนหนึ่งพ่นไปกระทบฝาสูบตลอดเวลา(ไม่ทราบว่าแตกตั้งแต่เมื่อไหร่) โดยสังเกตุจาก มีรอยกระทบของไอเสียที่ด้านนอกฝาสูบ บริเวณมุมที่บานออกเพื่อยึดฝาครอบเฟืองเพลาลูกเบี้ยว และเมื่อสังเกตุบริเวณลูกถ้วยกดวาลว์ไฮดรอลิคของสูบหนึ่ง พบคราบน้ำมันเครื่องที่ถูกความร้อนจนไหม้ เกาะเป็นแผ่นๆติดอยู่ ซึ่งต่างจากสูบอื่นอย่างชัดเจนที่สามารถมองเห็นเนื้อฝาสูบได้ ก็เลยถึงบางอ้อ


อันนี้ผมวิเคราห์เอาเองนะครับ มิทราบว่าจะถูกรึเปล่า การแตกของปะเก็นครั้งนี้มีสาเหตุหลักสองประการ

1 เกิดจากปะเก็นท่อไอเสียที่ทะลุ ไอเสียที่มีความร้อนสูงหลายร้อยองศา พ่นใส่ฝาสูบตลอดเวลา ทำให้มีความร้อนสะสมอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก ความร้อนที่สูงยังแผ่ไปตามบริเวณเนื้อของฝาสูบในส่วนใกล้เคียงที่ทีอุณหภูมิต่ำกว่า และยังส่งผลให้การระบายความร้อนของขอบเหล็กของปะเก็นฝาสูบเลวลง ถึงแม้ว่าจะมีน้ำช่วยระบายความร้อน แต่ก็ไม่สามารถดูดซับความร้อนออกไปได้มากเท่ากับความร้อนที่ไอเสียพ่นใส่

2 ประกอบกับฝาสูบผุ มีพี้นผิวสัมผัสกดทับปะเก็นน้อยลง มีความร้อนสะสมสูง จึงไม่สามารถต้านทานแรงระเบิด+อุณหภมิในห้องเผาไหม้ได้


และบริเวณที่ฝาผุคือสูบที่หนึ่งมากที่สุด ถัดมาเป็นบริเวณเดียวกันแต่เป็นสูบสอง แต่มีเพียงเล็กน้อย ส่วนสูบอื่นๆไม่มีร่องรอยการผุกร่อนเลยแม้แต่น้อย หรือเป็นไปได้ว่าความร้อนที่สูงมากๆจะยิ่งเป็น "ตัวเร่ง" การผุกร่อนของฝาสูบในบริเวณนั้นให้เร็วขึ้น (ทั้งหมดก็เดาเอาเองครับจากความรู้ที่มีอยู่ระดับ"หางอึ้ง" ไม่ทราบว่าจะถูกต้องมากน้อยเพียงไร)

ขอบคุณมากๆครับ
 
Back
Top