เกียร็ออโต้

chicken95

New member
ผมสงสัยเกี่ยวกับเกียร็ครับไม่ทราบว่ามันจะมีข้อสรุปไม๊ครับ
คือว่าเกียร็ออโตนี่นะครับเวลาจอดติดไฟแดง
ควรจะอยู่ตรงไหนครับระหว่าง N หรือ D ครับ
วานกูรูช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ
 
ถ้าจอดนาน ผมจะเกียว่างอ่ะครับ นานนี่คือ นาทีขึ้นไป

นอกนั้นจะเหยีบเบรคไว้ครับ ไม่ชอบเปลี่ยนบ่อย
 
จอดนานๆ หลายๆนาที ข้อเสีย เมื่อยเท้า ครับ
เท่าที่อ่านเจอ การเข้าเกียร์ N หรือ D ขณะจอด เกียร์สึกหลอไม่แตกต่างกัน
 
ถ้าติดไม่นาน ราวๆ 60 วิ ผมก็ค้างไว้ที่ D ครับ แต่ถ้า เกิน 60 วิ ผมก็เข้าเกียร์ว่างละครับ
 
ตามหลายๆ ท่านครับ ตอนติดไฟแดง อย่าเข้าเกียร์ P ละกัน เห็นมือใหม่หลายคัน ทำอย่างนั้น :n11:
 
ผมว่าอย่าซีเรียสเรื่องนี้
ถ้าคิดว่านานก็ N จะได้ไม่เมื่อย
ถ้าไม่นานก็ D
บางท่านกลัวว่าเกียร์มันสึกหรอเร็วขึ้น
อย่าได้กังวลเลยครับ มันสึกหรอเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเอง
แบบไหนสบายทำไปเถอะครับ ไม่ใช่ใช้แบบทรมานเรา
 
คงไม่ใช่เรื่องสบายอย่างเดียวหรอกครับ

เกรงว่า ค้างที่ D นานๆ แล้วเผลอโน่น นี่
เท้าพลาดจากเบรค จะไปทักทายคันหน้าแบบไม่สวยน่ะครับ

อีกอย่างที่กลัว(มาก) คือ
ในขณะที่เราจอดนิ่ง เกียร์อยู่ที่ D แล้วมีใครมากระแทกหลังแรงๆ นี่
เกียร์มันจะเป็นไรเปล่าครับ

ผมคนนึงล่ะครับ
ถ้าจอดต่อกันปรกติริมถนนราบๆ
เวลาจอดผมไม่เข้า P เด็ดขาด ใส่ N ให้เขาเข็นได้
ถ้ากลัวรถไหล ก็เหยียบเบรคมือเบาๆ
เคยเห็นบางคนเขาใช้รถดันคันหน้า คันหลังให้ตัวเองออกได้ไม๊ครับ น่ากลัวเกียร์เป็นอะไรจัง

อีกอย่าง .. เคยได้ยินบางท่านว่า
ถ้าจอดรถติดไฟแดงเฉยๆ
การแช่อยู่ที่ D จะมีน้ำมันไประบายความร้อนดีกว่า N
เท็จจริงอย่างไร วานบอกด้วยครับ

ขอขอบคุณ
 
คงไม่ใช่เรื่องสบายอย่างเดียวหรอกครับ

เกรงว่า ค้างที่ D นานๆ แล้วเผลอโน่น นี่
เท้าพลาดจากเบรค จะไปทักทายคันหน้าแบบไม่สวยน่ะครับ

อีกอย่างที่กลัว(มาก) คือ
ในขณะที่เราจอดนิ่ง เกียร์อยู่ที่ D แล้วมีใครมากระแทกหลังแรงๆ นี่
เกียร์มันจะเป็นไรเปล่าครับ

ผมคนนึงล่ะครับ
ถ้าจอดต่อกันปรกติริมถนนราบๆ
เวลาจอดผมไม่เข้า P เด็ดขาด ใส่ N ให้เขาเข็นได้
ถ้ากลัวรถไหล ก็เหยียบเบรคมือเบาๆ
เคยเห็นบางคนเขาใช้รถดันคันหน้า คันหลังให้ตัวเองออกได้ไม๊ครับ น่ากลัวเกียร์เป็นอะไรจัง

อีกอย่าง .. เคยได้ยินบางท่านว่า
ถ้าจอดรถติดไฟแดงเฉยๆ
การแช่อยู่ที่ D จะมีน้ำมันไประบายความร้อนดีกว่า N
เท็จจริงอย่างไร วานบอกด้วยครับ

ขอขอบคุณ

อยากทราบเหมือนกันครับ
 
คงไม่ใช่เรื่องสบายอย่างเดียวหรอกครับ

เกรงว่า ค้างที่ D นานๆ แล้วเผลอโน่น นี่
เท้าพลาดจากเบรค จะไปทักทายคันหน้าแบบไม่สวยน่ะครับ

อีกอย่างที่กลัว(มาก) คือ
ในขณะที่เราจอดนิ่ง เกียร์อยู่ที่ D แล้วมีใครมากระแทกหลังแรงๆ นี่
เกียร์มันจะเป็นไรเปล่าครับ

ผมคนนึงล่ะครับ
ถ้าจอดต่อกันปรกติริมถนนราบๆ
เวลาจอดผมไม่เข้า P เด็ดขาด ใส่ N ให้เขาเข็นได้
ถ้ากลัวรถไหล ก็เหยียบเบรคมือเบาๆ
เคยเห็นบางคนเขาใช้รถดันคันหน้า คันหลังให้ตัวเองออกได้ไม๊ครับ น่ากลัวเกียร์เป็นอะไรจัง

อีกอย่าง .. เคยได้ยินบางท่านว่า
ถ้าจอดรถติดไฟแดงเฉยๆ
การแช่อยู่ที่ D จะมีน้ำมันไประบายความร้อนดีกว่า N
เท็จจริงอย่างไร วานบอกด้วยครับ

ขอขอบคุณ

เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับเกียร์ออโต้ของอาจารย์ ธเนศร์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

" เป็นเรื่องของผู้ไม่เข้าใจการทำงานของจักรกลมากกว่าผมเองเสนอไว้หลายครั้งแล้วว่า ควรทิ้งเกียร์เอาไว้ที่ D ขณะจอดรอการติดขัดของการจราจร ถ้าเมื่อยหนักเข้าก็ใช้เบรกมือเอาก็ได้ เคยมีคนเถียงเหมือนกันว่า จะทำให้เบรกสึกหรอเร็ว ตรงนี้คงต้องขอให้มองดีดี ด้วยว่าการสึกหรอนั้นเกิดได้ด้วยการเสียดสี เมื่อรหยุด ล้อไม่ได้หมุน ใช้เบรกมือห้ามล้อไว้ ผ้าเบรกก็ทำหน้าที่เพียงจับจานล้อหยุดนิ่งเฉยเฉยเท่านั้นไม่ใช่หรือ แล้วอะไรจะเสียดสีกันเล่า ภายในของห้องเกียร์ก็เช่นกัน ไม่มีอะไรหมุน แล้วอะไรจะสึกหรออีก ส่วนอื่น เช่นคันเกียร์ ก็ไม่ต้องทำงานบ่อยครั้ง ความสึกหรอก็ลดน้อยลง และที่บางท่านบอกว่าหากทิ้งเกียร์ไว้ที่ D แล้วเบรกไว้ เครื่องจะสั่นมาก ตรงนี้ต้องตรวจซ่อมเครื่องยนต์ครับ ไม่ใช่ไปลงโทษเกียร์ให้ทำงานหนักขึ้น การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N เมื่อหยุดรรอสัญญาณไฟ เวลาได้ไฟเขียว คุณก็จะต้องเข้าเกียร์จาก N ไป D ตรงนี้เกียร์ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อให้แบนด์เบรกจับจานคลัทช์ในเกียร์ และส่งกำลังไปยังล้อได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นง่ายหากคุณเผลอเหยียบคันเร่งลงไปก่อนคลัทช์จะจับกัน โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแตรจากรถคันหลัง การเร่งเครื่องก่อนคลัทช์จะจับกันแน่นนี้ ส่งผลให้เกิดการเสียดสีรุนแรงของแผ่นคลัทช์กับแผ่นรองรับ ความสึกหรอมีขึ้นสูงมาก ทำเพียงไม่กี่ครั้ง เกียร์ก็จะเสียหายถึงขนาดต้องโอเวอร์ฮอลกันทีเดียว "

และคุ้นๆ ว่า เกียร์ N น้ำมันเกียร์หมุนเวียนน้อยกว่าเกียร์ D
ดังนั้นการที่เข้าเกียร์ N ก่อน แล้วปล่อยรถไหลจนหยุดจะไม่ดี ครับ
 
Last edited:
ที่แน่ๆเกีย P อย่าส่เด็ดขาด ผมเคยคอยู๋ครั้งนึง ติดไปแต่แถวเกษตร นวมินทร์ เสาที่30-40 ได้ เผลอใส่Pไว้ ติดไฟแดงซักพัก มีรถมาข้างหลังอย่างเร็ว เบรคเสียงดังมาก ซัดเต็มๆท้ายรถผมที่ความเร็ว 40ได้ ตัวถังไม่โดนมากเพราะกันชนยื่นและใหญ่(bmw1985) แต่...เกียพังทั้งชุด
 
ผมเข้าเกียร์ N ตลอดครับ แค่หยุดก็ผลักไป N แล้ว ไม่เคยเหยียบเบรกค้างไว้
ผมคิดอย่างนี้ครับ ผมว่าวิศวกรเขาเจตนา กำหนดตำแหน่งเกียร์ N กับ D ไว้ใกล้ๆกัน
แถมในรถญี่ปุ่น ยังสามารถเลื่อนไปได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์อีกต่างหาก
หรือในวอลโล่รุ่นเก่าที่มีปุ่มหัวเกียร์ ก็ทำแบบนี้เหมือนกันคือไม่ต้องกด
แสดงว่า วิศวกรเขาคงเจตนาทำให้มันสับไปมาง่ายๆ ซึ่งทำได้เพียง 2 เกียร์นี้เท่านั้น (N กับ D)
ผมเลยคิดว่า เขาคงอยากให้ใส่เกียร์ N มากกว่านะครับ :rolleyes:

และอีกอย่าง การเหยียบเบรกค้างเอาไว้
ส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกเหมือนกับไป ฝืน มันเอาไว้
ล้อไม่หมุนก็จริง จานเบรกไม่หมุนก็จริง ห้องเกียร์ไม่หุนก็จริง
แต่มันต้องมีอะไรหมุนอยุ่แน่ๆ ไม่งั้นทำไมพอปล่อยเบรกแล้วรถไหลได้เลย
คิดว่าลูกทอร์คคอนเวอรืเตอร์คงหมุนๆอยุ่ แต่เราไปเหยียบเบรกห้ามมันไว้
มัน ที่ว่าก็คือลูกทอรืคนี่แหละครับ (เดา)

ปล. เป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้อิงหลักฐานหรือการศึกษาใดๆนะครับ :)
 
ผมสงสัยเกี่ยวกับเกียร็ครับไม่ทราบว่ามันจะมีข้อสรุปไม๊ครับ
คือว่าเกียร็ออโตนี่นะครับเวลาจอดติดไฟแดง
ควรจะอยู่ตรงไหนครับระหว่าง N หรือ D ครับ
วานกูรูช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ

มีบทความบางท่านให้ข้อคิดเห็นเชิงวิชาการไว้ตามนี้ครับ
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=307:-n-d-&catid=80:transmission-master&Itemid=55
 
ผมเข้าเกียร์ N ตลอดครับ แค่หยุดก็ผลักไป N แล้ว ไม่เคยเหยียบเบรกค้างไว้
ผมคิดอย่างนี้ครับ ผมว่าวิศวกรเขาเจตนา กำหนดตำแหน่งเกียร์ N กับ D ไว้ใกล้ๆกัน
แถมในรถญี่ปุ่น ยังสามารถเลื่อนไปได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์อีกต่างหาก
หรือในวอลโล่รุ่นเก่าที่มีปุ่มหัวเกียร์ ก็ทำแบบนี้เหมือนกันคือไม่ต้องกด
แสดงว่า วิศวกรเขาคงเจตนาทำให้มันสับไปมาง่ายๆ ซึ่งทำได้เพียง 2 เกียร์นี้เท่านั้น (N กับ D)
ผมเลยคิดว่า เขาคงอยากให้ใส่เกียร์ N มากกว่านะครับ :rolleyes:

และอีกอย่าง การเหยียบเบรกค้างเอาไว้
ส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกเหมือนกับไป ฝืน มันเอาไว้
ล้อไม่หมุนก็จริง จานเบรกไม่หมุนก็จริง ห้องเกียร์ไม่หุนก็จริง
แต่มันต้องมีอะไรหมุนอยุ่แน่ๆ ไม่งั้นทำไมพอปล่อยเบรกแล้วรถไหลได้เลย
คิดว่าลูกทอร์คคอนเวอรืเตอร์คงหมุนๆอยุ่ แต่เราไปเหยียบเบรกห้ามมันไว้
มัน ที่ว่าก็คือลูกทอรืคนี่แหละครับ (เดา)

ปล. เป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้อิงหลักฐานหรือการศึกษาใดๆนะครับ :)

เจ้าของอู่เกียร์ชื่อดัง แถวพระราม 9 มาออก TV ก็เคยให้คำแนะนำเอาไว้ทำนองนี้ครับ
 
จับความดีๆ นะครับ มี 2 ประเด็น

1. ที่ตำแหน่ง N เปรียบเทียบกับ ตำแหน่ง D (ที่รถไม่เคลื่อนที่) ในด้าน ผลกระทบเรื่องการสึกหรอกับระบบขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้อง

2. " การเปลี่ยนจาก D เป็น N และ N เป็น D เมื่อเจอรถติดไฟแดง " เมื่อเทียบกับ " การไม่เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เลย อยู่ที่ D ไว้ " ผลกระทบของการสึกหรอหรืออื่นๆ เป็นอย่างไร
 
เคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับเกียร์ออโต้ของอาจารย์ ธเนศร์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

" เป็นเรื่องของผู้ไม่เข้าใจการทำงานของจักรกลมากกว่าผมเองเสนอไว้หลายครั้งแล้วว่า ควรทิ้งเกียร์เอาไว้ที่ D ขณะจอดรอการติดขัดของการจราจร ถ้าเมื่อยหนักเข้าก็ใช้เบรกมือเอาก็ได้ เคยมีคนเถียงเหมือนกันว่า จะทำให้เบรกสึกหรอเร็ว ตรงนี้คงต้องขอให้มองดีดี ด้วยว่าการสึกหรอนั้นเกิดได้ด้วยการเสียดสี เมื่อรหยุด ล้อไม่ได้หมุน ใช้เบรกมือห้ามล้อไว้ ผ้าเบรกก็ทำหน้าที่เพียงจับจานล้อหยุดนิ่งเฉยเฉยเท่านั้นไม่ใช่หรือ แล้วอะไรจะเสียดสีกันเล่า ภายในของห้องเกียร์ก็เช่นกัน ไม่มีอะไรหมุน แล้วอะไรจะสึกหรออีก ส่วนอื่น เช่นคันเกียร์ ก็ไม่ต้องทำงานบ่อยครั้ง ความสึกหรอก็ลดน้อยลง และที่บางท่านบอกว่าหากทิ้งเกียร์ไว้ที่ D แล้วเบรกไว้ เครื่องจะสั่นมาก ตรงนี้ต้องตรวจซ่อมเครื่องยนต์ครับ ไม่ใช่ไปลงโทษเกียร์ให้ทำงานหนักขึ้น การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N เมื่อหยุดรรอสัญญาณไฟ เวลาได้ไฟเขียว คุณก็จะต้องเข้าเกียร์จาก N ไป D ตรงนี้เกียร์ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อให้แบนด์เบรกจับจานคลัทช์ในเกียร์ และส่งกำลังไปยังล้อได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นง่ายหากคุณเผลอเหยียบคันเร่งลงไปก่อนคลัทช์จะจับกัน โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแตรจากรถคันหลัง การเร่งเครื่องก่อนคลัทช์จะจับกันแน่นนี้ ส่งผลให้เกิดการเสียดสีรุนแรงของแผ่นคลัทช์กับแผ่นรองรับ ความสึกหรอมีขึ้นสูงมาก ทำเพียงไม่กี่ครั้ง เกียร์ก็จะเสียหายถึงขนาดต้องโอเวอร์ฮอลกันทีเดียว "

และคุ้นๆ ว่า เกียร์ N น้ำมันเกียร์หมุนเวียนน้อยกว่าเกียร์ D
ดังนั้นการที่เข้าเกียร์ N ก่อน แล้วปล่อยรถไหลจนหยุดจะไม่ดี ครับ
เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ น่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ
 
มุมของผมนะครับ ทุกครั้งที่ติดเครื่องยนต์ เกียร์จะหมุนตามรอบเครื่อง แต่คลัชยังไม่ทำงานแต่ก็มีการเสียดสีเล็กน้อยถึงต้อง มีระยะห่างของคลัชครับ คลัชเกียร์ถอยถึงหมดก่อนชุดอื่นครับเพราะหมุนตลอดจะจับก็ต่อเมื่อเข้าเกียร์ถอย

เข้าเกียร์คลัชจับ 1 ครั้งก็มีการเสียดสีอยู่แล้วครัับแต่คลัชจะจับอยู่อย่างนั้นจนเปลี่ยนเกียร์ก็จะปล่อยไปจับชุดอื่นแทน

การที่รถติดแล้วอยู่ที่ตำแหน่ง D คลัชก็จะจับพอปลดมา N ก็จะปล่อยพอมา D ก็จับก็เสียดสีอีก พวกนี้มีผลน้อยมากครับ

อย่าคิดมากครับ อยากถนอมติดไม่นานก็เยียบเบรคไว้ครับ ติดนานหน่อยก็ปลด N จะได้ไม่เมื่อยครับ

กรณีการลากรถที่เครื่องไม่ติดทำไมเกียร์ถึงเสีย เมื่อล้อหมุนเพลากลางหมุน เกียร์จะหมุนไปด้วยครับแล้วเกี่ยวอะไร

เกียร์หมุนในขณะที่เครื่องยนต์ไม่ทำงานทอคก็จะปั้นน้ำมันไปเลี้ยงคลัชไม่ได้ครับ คลัชแห้งๆที่สีกับแผ่นเหล็กก็ทำให้ไหม้ได้ครับ
 
ไม่รู้นะ ติดไฟแดงหรือหยุดรถติดนิดหน่อยผมก็เหยียบเบรคไว้ เพราะถ้าติดไฟแดงสับ N ไฟเขียวสับ D

ผมเหยียบคันเร่งมิดด้าม ก่อนคลัทช์จับแน่ๆ :D:D:D:D

มันเป็นฟีลลิ่ง :ylsuper:
 
Back
Top