อุณหภูมิน้ำมันATF มีผลกับเกียร์แค่ไหน

nusorn

Active member
ก่อนDIYอะไร ผมจะมอง2ด้าน
แน่นอนน้ำมันต้องร้อนเพื่อให้โลหะในเกียร์ได้อุณภูมิทำงาน
สังเกตจากเกียร์ไม่เปลี่ยน..เมื่อออกรถตอนเช้า

ขนาดหม้อน้ำใหม่..ร้อนเร็ว
แต่กว่าน้ำมันเกียร์จะร้อนพร้อมทำงาน?

นี่คือเหตุผลที่ทำให้รีรอ..ยังไม่ใส่ออยเกียร์
ตอนซื้อของ
คิดด้านเดียวว่า..เพื่อระบายร้อน

เพราะใช้งานนานๆน้ำมันร้อนจัด
150องศา..ถ้าจำไม่ผิด
น้ำมันก็เสื่อม

แผงฟินออยเกียร์ที่รับลม
จะระบายดีกว่าท่อในหม้อน้ำไหม?
 
น้ำมันเกียร์ที่เราใช้งาน คิดว่าอยู่ในช่วง การทำงานไม่เกิน 100 C นะครับ แต่ดูตาม Spec น้ำมันเกียร์ครับ อีกอย่าง ออยเกียร์แยก ตรงที่มันไม่มีน้ำไปวนในหม่้อน้ำแล้วครับ ตัดปัญหาออยเกียร์รั่ว น้ำเข้าเกียร์ไปเลยครับ อีกอย่าง การระบายความร้อน น่าจะดีนะครับ หากเลือก ขนาด กับการติดตั้ง ที่ดีครับ

ผมแยกออยเกียร์แล้วครับ ขับไม่มีปัญหาอะไรครับ อีกอย่าง ยืดอายุน้ำมันเกียร์ และลดความร้อนในห้องเกียร์ พวกยาก คลัช สึกหรอ น้อยลงครับแยกออยออกมาแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ ครับ ยืนยันครับ ข้อดี มีมากกว่า ข้อเสียครับ

ลองดูในอันที่ผมเคยลงไว้นะครับ

- Unboxed Transmission Oil Cooler Hayden 1404
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=83144

- W210 E240 2.4 V6 AV ทำออยเกียร์แยก เปลี่ยนหม้อน้ำ เปลี่ยนหัวเทียน ยางฝาวาวล์ ท่อ E85
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=83188
 
ลองอ่านตรงนี้ดูครับ http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2007/07/V5637261/V5637261.html

ออกแยกถ้ามีพัดลมดูดหรือเป่ามันก็ดี ถ้าไม่มีและเราจอดรถติดไฟแดงก็เหมือนกับเอาน้ำมันเกียร์ไหลไปตามท่อเฉยๆ

ที่ JZ ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ http://clubjz.net/showthread.php?t=40754 ดูเหมือนจะไม่จำเป็นต้องแยก ครับ
 
น้ำมันเกียร์ที่เราใช้งาน คิดว่าอยู่ในช่วง การทำงานไม่เกิน 100 C นะครับ แต่ดูตาม Spec น้ำมันเกียร์ครับ อีกอย่าง ออยเกียร์แยก ตรงที่มันไม่มีน้ำไปวนในหม่้อน้ำแล้วครับ ตัดปัญหาออยเกียร์รั่ว น้ำเข้าเกียร์ไปเลยครับ อีกอย่าง การระบายความร้อน น่าจะดีนะครับ หากเลือก ขนาด กับการติดตั้ง ที่ดีครับ

ผมแยกออยเกียร์แล้วครับ ขับไม่มีปัญหาอะไรครับ อีกอย่าง ยืดอายุน้ำมันเกียร์ และลดความร้อนในห้องเกียร์ พวกยาก คลัช สึกหรอ น้อยลงครับแยกออยออกมาแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ ครับ ยืนยันครับ ข้อดี มีมากกว่า ข้อเสียครับ

ลองดูในอันที่ผมเคยลงไว้นะครับ

- Unboxed Transmission Oil Cooler Hayden 1404
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=83144

- W210 E240 2.4 V6 AV ทำออยเกียร์แยก เปลี่ยนหม้อน้ำ เปลี่ยนหัวเทียน ยางฝาวาวล์ ท่อ E85
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=83188

ข้อดีที่มองด้านเดียวคือ
น้ำมันเกียร์ไม่เข้าคูลแลนต์
คูลแลนต์ไม่แตกเข้าเกียร์

ลองอ่านตรงนี้ดูครับ http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2007/07/V5637261/V5637261.html

ออกแยกถ้ามีพัดลมดูดหรือเป่ามันก็ดี ถ้าไม่มีและเราจอดรถติดไฟแดงก็เหมือนกับเอาน้ำมันเกียร์ไหลไปตามท่อเฉยๆ

ที่ JZ ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ http://clubjz.net/showthread.php?t=40754 ดูเหมือนจะไม่จำเป็นต้องแยก ครับ

แต่ในด้านอุ่นน้ำมันเกียร์ตอนเช้า
สมมติบ้านเรามีหน้าหนาวมากกว่าร้อนทั้งวัน
ออกเช้ามืด..เกียร์เปลี่ยนชัา

กับช่วงรถติดไฟแดง2ชม.
ผมประสบบ่อยนะ
จะระบายความร้อนอย่างไร?

ปล.กรณีวิ่ง ต.จ.ว.
มีท่านนึงเอาเซ็นเซอร์แทรกฟิน
ไปแต่ท่อ..ในแผงออยเกียร์
เทมป์50-60C ไม่ถึง80
แบบนี้ไม่ต่ำไปหรือครับ?
 
Last edited:
ส่วนตัว ผมเคยทั้งแยก และไม่แยก แต่ปัจจุบันไม่ได้แยก
เริ่มจากคันที่เคยแยก แล้วเอาออกกลับเป็นเหมือนเดิม
คันนี้เป็น w210 e280 m104
เดิมทีมีทั้งพัดลมไฟฟ้า กับ ออยเกียร์แยก
แผงออยเกียร์แป๊ะอยู่แผงคอล์ยร้อนแอร์ ตามแนวตั้ง
รู้สึกว่าความร้อนสูง พัดลมไฟฟ้าเอาไม่อยู่
ก็เลยรื้อออก กลับคืนสู่สภาพเดิม เอาออกทั้งพัดลมกับออยเกียร์

ส่วนอีกคัน w124 e280 m104
คันนี้เดิมสนิท ไม่เคยใส่ออยเกียร์ ใช้น้ำมันเกียร์สังเคราะห์
ใช้จนเกียร์พัง ยกเกียร์ใหม่ระยะก็เกินสามแสนโล ไปแล้ว
ผมสังเกตุจากคันนี้เป็นหลัก เวลาถ่ายน้ำมันเกียร์ทุกๆ 5หมื่นโล
น้ำมันเกียร์ที่ถ่ายออก สีแดงใสไม่มีสีดำคล้ำ
แต่สีจะเข้มกว่าน้ำมันเกียร์ใหม่นิดเดียว
ก็เลยคิดเอาว่าน้ำมันเกียร์ที่่ใช้คงคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี
เพียงพอกับการใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่ผมวิ่งทางไกลระดับความเร็วเกิน 100 ขึ้นไป

ถ้าหากจะติดตั้งออยเกียร์แยก ผมขอฝากให้เลือกตำแหน่งที่จะติด
อย่าไปวางบนแผงคอล์ยร้อนครับ แยกไปไว้ที่อื่นได้จะดีกว่า
 
ปลาวาฬเครื่องM104
ยังมีพัดลมคู่แปะหน้ารังผึ้งแอร์
ในกลุ่มส่วนใหญ่ก็ไม่แปลงพัดลมไฟฟ้า

จุดติดออยเกียร์เลยใส่กลาง
ต่ำไปด้านล่าง
ส่วนบนจะถูกกันชนบังไปซะครึ่งนึง

ผมเคยปรึกษา สมช.ในแง่ของAccident
พอดีในกลุ่มมีน้องคนนึงชนหน้า
เหตุการณ์แบบเลี่ยงยาก
(หากอยากทราบ. จะเล่าต่อเพื่อสนทนากัน)

ทำให้ผมนึกประโยชน์ตรงที่ว่า
หากหัวท่อออยเข้า/ออกในหม้อน้ำแตก
ยังมีออยแยก..
ใช้ท่อน้ำมันต่อยาวแล้วขับกลับได้

ตอนนี้ใจให้คะแนนเต็มในแง่ประโยชน์ทั้ง2วิธี
เมื่อกี้แวบไปอ่านของNAMOOก็ทำแล้ว

M104 จะเอาเส้นไหนไปออยเกียร์
แล้วเดินเส้นออกเข้าหม้อน้ำเส้นไหน
โดยใช้ท่อยางทั้งหมด
 
ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ความร้อนไม่กลัวครับ กลัวน้ำเข้าเกียร์ครับ
 
เอาความจริงมาฝากครับ

ผมมีเซนเซอร์อุณหภูมิ มีจอเป็นดิจิตอล (ของ Volt & Temp) เมื่อเช้าผมเอาเซนเซอร์มันไปติดที่ท่อน้ำมันเกียร์บริเวณหัวน็อตขันติดกับหม้อน้ำ (ออยรวม) ด้านเข้าออย วิ่งมาเมื่อกี๊ ๓,๕๐๐ รอบ แช่ระยะทาง ๒๐ กิโล อุณหภูมิน้ำมันเกียร์ ๖๐ องศา ไปจอดเติมน้ำมัน ความร้อนจากน้ำในหม้อน้ำเข้ามาเป็น ๘๓ องศา พอออกจากปั๊มวิ่งมามันก็ลงเหลือ ๖๐ กว่า นี่ 2JZ GTE VVTi ETCS-i ๓๐๐๐ ซีซี ครับ

ลองซื้อ Volt & Temp ไปติดดูครับ ราคาประมาณ ๖๐๐ เขาขายในวีโก้คลับ ค้นในกูเกิ้ลครับ
 
Last edited:
เรื่องร้อนไปผมก็ไม่ห่วงมากนัก
ห่วงเย็นเกินไป

อย่างสตาร์ทเช้า
ปิดประตูบ้านเสร็จ
วิ่งช้าๆออกจากหมู่บ้าน

ผ่านยามออกมาถนนซอย
รวม400เมตรได้มั้ง
กดคันเร่ง...เกียร์ไม่เปลี่ยน

ทั้งๆที่ระบบตัดเข้าแกส
ช่วง100เมตรแรก
ตามที่ตั้งไว้55องศา

หากไม่ผ่านหม้อน้ำ
สมมติหน้าหนาว
ลมเย็นๆ18องศา
กว่าเกียร์จะร้อน80
ต้องขับไกลแค่ไหน?
 
ก่อนDIYอะไร ผมจะมอง2ด้าน
แน่นอนน้ำมันต้องร้อนเพื่อให้โลหะในเกียร์ได้อุณภูมิทำงาน
สังเกตจากเกียร์ไม่เปลี่ยน..เมื่อออกรถตอนเช้า

ขนาดหม้อน้ำใหม่..ร้อนเร็ว
แต่กว่าน้ำมันเกียร์จะร้อนพร้อมทำงาน?

นี่คือเหตุผลที่ทำให้รีรอ..ยังไม่ใส่ออยเกียร์
ตอนซื้อของ
คิดด้านเดียวว่า..เพื่อระบายร้อน

เพราะใช้งานนานๆน้ำมันร้อนจัด
150องศา..ถ้าจำไม่ผิด
น้ำมันก็เสื่อม

แผงฟินออยเกียร์ที่รับลม
จะระบายดีกว่าท่อในหม้อน้ำไหม?

ขออนุญาตนะครับ
ผมสงสัยว่าเกียร์เริ่มมีปัญหารึเปล่าครับที่ว่าเกียร์ไม่เปลี่ยนตอนเช้าเมื่อนำ้มันเกียร์ยังไม่ร้อนพอ
ผมเห็นรถbenzรุ่นเก่าแบบนี้ที่ต่างประเทศอากาศเย็น หิมะตกยังใช้กันสบาย
รถผมปี92 เดิมๆ ทุกอย่าง วิ่งมา2แสนปลาย overhaul เกียร์แล้วตอนแสนกลาง. เช้าอากาศเย็นยังไม่มีอาการที่ว่าเลย
รถมันถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งเมืองร้อนและเมืองหนาวเรื่องอุณหภูมิของนำ้มันเกียร์อาจจะมีผลน้อย
(เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ. ผิดถูกอย่างไรขออภัยด้วย)
 
....
รถมันถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งเมืองร้อนและเมืองหนาวเรื่องอุณหภูมิของนำ้มันเกียร์อาจจะมีผลน้อย

ผมว่าอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนเกียร์แน่นอน ผมมีรถที่ใช้เกียร์ออโต้ ๓ คัน ต่างยี่ห้อกัน ถ้าความร้อนยังไม่ขึ้นจะเปลี่ยนเกียร์ช้า ฟอร์จูนเนอร์อุณหภูมิไม่ถึง ๖๐ จะมีระบบที่ไม่ยอมให้เร่ง ถ้าเร่งเครื่องจะมีเสียงดังแคร็กๆ ยาวตลอดที่เหยียบคันเร่ง ถ้าอุณหภูมิเลย ๖๐ แล้ว จะไม่มีเสียงดังกล่าว

เครื่อง 1j 2j ถ้าเครื่องเย็นเข้าเกียร์ D จะกระตุกแรง แต่ถ้าเครื่องร้อน ๘๐ องศา เข้าเกียร์แบบไม่รู้สึก

ดีแม็กซ์เกียร์ออโต้ เครื่องเย็นเปลี่ยนเกียร์ช้า ต้องลากยาวถึงจะเปลี่ยน แถมมีอาการกระตุกวูบ เครื่องร้อนเปลี่ยนเกียร์นิ่มครับ
 
W124 E280 ของผม
ตอนเช้าวิ่งไปทำงาน หาก Temp ไม่ถึง 80 เกียร์จาก 2-3 ไม่ค่อยเปลี่ยน ต้องเร่งให้รอบมันได้ มันถึงจะเปลี่ยน พอมันเปลี่ยนครั้งแรกได้แล้ว ต่อไปก็เปลี่ยนราบรื่นเป็นปกติเลยครับ :)
 
W124 E280 ของผม
ตอนเช้าวิ่งไปทำงาน หาก Temp ไม่ถึง 80 เกียร์จาก 2-3 ไม่ค่อยเปลี่ยน ต้องเร่งให้รอบมันได้ มันถึงจะเปลี่ยน พอมันเปลี่ยนครั้งแรกได้แล้ว ต่อไปก็เปลี่ยนราบรื่นเป็นปกติเลยครับ :)
ขอบคุณคุณsommit
ที่ช่วยขยายความ
ผมเห็นว่าทุกท่านมีพื้นฐานมาก่อน
เลยไม่ลงละเอียดตั้งแต่ ก.
และไม่ได้ดื้อแพ่ง..ใครแนะก็ไม่เชื่อ?
แต่ต้องมาวิเคราะห์ก่อน

ขออนุญาตนะครับ
ผมสงสัยว่าเกียร์เริ่มมีปัญหารึเปล่าครับที่ว่าเกียร์ไม่เปลี่ยนตอนเช้าเมื่อนำ้มันเกียร์ยังไม่ร้อนพอ
ผมเห็นรถbenzรุ่นเก่าแบบนี้ที่ต่างประเทศอากาศเย็น หิมะตกยังใช้กันสบาย
รถผมปี92 เดิมๆ ทุกอย่าง วิ่งมา2แสนปลาย overhaul เกียร์แล้วตอนแสนกลาง. เช้าอากาศเย็นยังไม่มีอาการที่ว่าเลย
รถมันถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งเมืองร้อนและเมืองหนาวเรื่องอุณหภูมิของนำ้มันเกียร์อาจจะมีผลน้อย
(เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ. ผิดถูกอย่างไรขออภัยด้วย)
เป็นทุกยี่ห้อครับ
ลองอ่านอีกทีที่คุณcobraลิงค์มาให้
 
ผมว่าอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนเกียร์แน่นอน ผมมีรถที่ใช้เกียร์ออโต้ ๓ คัน ต่างยี่ห้อกัน ถ้าความร้อนยังไม่ขึ้นจะเปลี่ยนเกียร์ช้า ฟอร์จูนเนอร์อุณหภูมิไม่ถึง ๖๐ จะมีระบบที่ไม่ยอมให้เร่ง ถ้าเร่งเครื่องจะมีเสียงดังแคร็กๆ ยาวตลอดที่เหยียบคันเร่ง ถ้าอุณหภูมิเลย ๖๐ แล้ว จะไม่มีเสียงดังกล่าว

เครื่อง 1j 2j ถ้าเครื่องเย็นเข้าเกียร์ D จะกระตุกแรง แต่ถ้าเครื่องร้อน ๘๐ องศา เข้าเกียร์แบบไม่รู้สึก

ดีแม็กซ์เกียร์ออโต้ เครื่องเย็นเปลี่ยนเกียร์ช้า ต้องลากยาวถึงจะเปลี่ยน แถมมีอาการกระตุกวูบ เครื่องร้อนเปลี่ยนเกียร์นิ่มครับ

เกียร์เปลี่ยนช้า..
ผมจะไปตะบี้ตะบันกดต่อ

แต่เกียร์ถีบแรงนี่สิ
คนขับตามหลังจะคิดว่า...
นี่หรือเบนซ์?

ข้างบ้านเมื่อก่อนชอบจับเบนซ์เก่ามาขาย
โดยแต่งเรื่องว่าเป็นรถบ้าน...รถคุณอา
ใครๆก็รู้ว่าทำเต้นท์

เขาสตาร์ท300Eเดินเบาไว้เกือบชั่วโมง
ก่อนผู้ซื้อจะมา..เพื่ออะไรล่ะถ้าไม่ใช่

ปล.เล่าสู่กันฟัง
เพราะบังเอิญเดินไปรดน้ำต้นไม้
ได้ยินพูดเทียบกับ190อี..ที่ผมจอดหน้าบ้าน
ท่านเดาได้ไหม..ว่าหมอนั่นจะยกตนยังไง?

ทุกวันนี้เลยจอดปลาวาฬอีกคัน
ไม่กล้า...แม้แต่จะสบตาผม
วันก่อนเห็นเที่ยวไปขอจัมพ์รถจากอีกบ้าน
แต่ไม่กล้ามาขอผม?
ทั้งๆที่ผมมีเครื่องมือเต็มบ้านเลย555
 
Last edited:
Thanks

:D:D
ขอบคุณคุณsommit
ที่ช่วยขยายความ
ผมเห็นว่าทุกท่านมีพื้นฐานมาก่อน
เลยไม่ลงละเอียดตั้งแต่ ก.
และไม่ได้ดื้อแพ่ง..ใครแนะก็ไม่เชื่อ?
แต่ต้องมาวิเคราะห์ก่อน


เป็นทุกยี่ห้อครับ
ลองอ่านอีกทีที่คุณcobraลิงค์มาให้

TKS
 
Last edited:
อยากลองแยกนะครับแต่ W203 มัน มี oil น้ำมัน power อยู่ เลย ยังทำอะไรไม่ได้
 
Back
Top