อยากรู้เรื่องการซับแรงกระแทรกครับ

Tuneupshow1999

New member
ในขณะขับขี่วิ่งบนท้องถนนทั่วๆไป ตัวที่ซับแรงกระแทรก 1คือนับจากยาง และอุปกรณ์ที่รับจากนี้คืออะไรบ้างครับ เป็นสปริงหรือว่าโช็ค หรือว่าลูกยางต่างๆของช่วงล่าง ในส่วนตัวของข้าพเจ้าถ้าเข้าใจเรื่องนี้ การแก้ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับช่างล่างคิดว่าเป็นการแก้ไขแบบความเข้าใจและเปลี่ยนอุปกรณ์ นั้นๆให้ตรงจุดครับ
เพื่อนๆส่วนใหญ่ เปลี่ยนสปริงหรือโช็ค ซึ่งล้วนแต่หลากหลายยี่ห้อตามท้องตลาด มีใครพอจะให้ความคิดเห็นหรือประสบการณ์ที่ได้มานี้ช่วยแชร์หน่อยได้ไหมครับ และยี่ห้อสปริงอะไร ควรคู่กับโช็คยี่ห้อใดครับ สำหรับ190E ขอบคุณมากครับ
 
ยางรับก่อน

สปริงซับแรงกระแทก ประสานกับ ลูกหมาก, ลูกยาง, บุช ต่างๆ

ช็อคเป็นตัวหยุดการเต้นของสปริง ครับ
 
ตามคอนเซ็ปท์ ในกรณีที่ล้อถ่วงมาดีแล้วนะครับ
ขณะที่ล้อหมุนเร็ว ๆ จะเกิดแรงที่รักษาการหมุนของล้อรอบแกนหมุน
เลา ๆ ว่าเขาเรียกโมเม้นท์ ออฟ อินเนอร์เทียร์หรือไงเนี่ย
ทำให้ล้อไม่ค่อยขยับจากแนว คือไม่หมุนบิดเบี้ยวหรือเด้งขึ้นเด้งลงจากแกนหมุน

นึกถึงเราขี่จักรยานนะครับ
ขี่เร็ว ๆ จนมีแรงเฉื่อยแล้วปล่อยมือ ล้อหน้าจะตรงแหนว ไม่พับเลี้ยวง่าย ๆ
เพราะแรงที่ว่ารักษาแนวการหมุนของล้อหน้าเอาไว้นั่นเอง
แต่ถ้าขี่ช้ามากจนไม่มีแรงเฉื่อย ปล่อยมือก็จบข่าวเพราะล้อก็ไม่มีแรงโมเม้นท์อะไรที่ว่า
ล้อรถยนต์มวลหลัก ๆ นับจากแกนกลางที่มีความหนาแน่นที่สุดก็คือกระทะล้อ
ตามทฤษฎีที่ว่า ถ้าล้อหมุนจี๋ ๆ เลย กระทะจะไม่ค่อยแกว่ง

ทีนี้สมมุติขับสักร้อยกว่าแล้วไปเจอคลื่นผิวถนนปูดขึ้นมาเป็นลอน ๆ
พอล้อมาปะทะเข้า ทั้งยางและกระทะล้อจะคงรักษาระดับแนวหมุนของมันไว้
ยางมันก็มีโมเมนท์อะไรที่ว่าของมันเหมือนกัน
แต่แก้มยางมันอ่อน ก็เลยยุบก่อนเพราะแรงจะพยายามรักษาแนวแกนหมุนไว้
แก้มเยอะ ก็ยุบได้เยอะ ก็นุ่ม

แก้มยุบไปถึงจุดนึง แรงก็จะเริ่มส่งถึงแกนหมุนของล้อที่มีปีกนกจับไว้ให้ยกตัวขึ้น
สปริงที่ปีกนกก็จะรับแรงที่ว่านี้ไว้ด้วยการยุบตัว
ยุบไปจนวัสดุเริ่มเครียด ถ้าแรงกระทำยังไม่หมด ก็จะส่งต่อไปตัวถังรถ
ถ้ามีระยะให้สปริงยุบเยอะ ก็ซับแรงได้เยอะ เหลือไปตัวถังนิดเดียว เลยรู้สึกว่านุ่ม
สปริงโหลดเตี้ย ๆ ยุบได้นิดเดียว ซับแรงได้นิดเดียวก็ส่งผ่านไปตัวถังแล้ว
เลยรู้สึกแข็งกระด้าง

แต่สปริงมีค่าเค พอยุบได้ที่ก็คลายตัวหรือดีดคืน
รถก็เหมือนถูกเหวี่ยงให้ลอยขึ้นด้วยแรงดีดตัวของสปริง
ลอยขึ้นไปเต็มที่ก็ตกลงมา แล้วก็เด้งดีดกลับอีก จนกว่าแรงจะลดลงจนหมด
ยุบเยอะ ดีดเยอะ ยุบน้อย ดีดน้อย
เด้งดึ๋ง ๆ ยังไงยังงั้น
จังหวะนี้เหมือนเรากระโดดครับ
ถ้ากระโดดบนตาชั่ง จะเห็นว่าน้ำหนักตัวช่วงจะลอยตัวนี้จะเบา
เป็นรถยนต์ก็คือช่วงนี้แรงกดให้ล้อสัมผัสผิวถนนมันจะน้อย แรงเสียดทานก็น้อย
ถ้ามีแรงทำด้านข้าง อย่างเข้าโค้ง ก็สไลด์ออกข้างได้ง่ายด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์

ก็เลยมีโช้คอัพ ที่ชาวบ้านเรียกช็อคแอบซอร์บเบอร์
เอามาต้านแรงดีดของสปริง คือเวลาสปริงยุบ ก็ทำให้มันยุบช้าลง
เวลาสปริงยืดก็ให้มันยืดช้า แรงเหวี่ยงแรงเด้งก็น้อย
รถก็ไม่เด้งมาก แรงกดพื้นสม่ำเสมอ คนขับบอกว่าหนึบ

ส่วนลูกยาง หรือบุชทั้งหลาย
ทำหน้าที่รับการให้ตัว รวมทั้งลดการเสียดสีของชิ้นส่วนที่เป็นข้อต่อโลหะต่าง ๆ ในระบบ
มากกว่าที่จะรับแรงการสั่นสะเทือนจากผิวถนนครับ

ยังเกี่ยวกับน้ำหนักล้ออีก
ที่ทำให้แรงโมเมนท์ที่ว่ามีมากหรือน้อย
แต่เพิ่งอกหักจากล้อบราบัส เศร้า เขียนไม่ออก
 
เปลี่ยนสปริง ส่วนใหญ่เพื่อให้
1 รถย้วยน้อยลง หรือ
2 รับถังแก๊ส หรือ
3 โหลดให้เตี้ย หรือ
4 หลายข้อรวมกัน

เปลี่ยนโช๊คเพื่อ
1 โช๊คเสีย เปลี่ยนใหม่ หรือ
2 เพื่อให้ขับดีขึ้นหนึบขึ้น หรือ
3 เพื่อรับสปริงให้เหมาะสม หรือ
4 หลายข้อรวมกัน
แต่หลักๆถ้าเปลี่ยนทั้งชุด โช๊ค ก็ต้องดูให้สัมพันธ์กับสปริง ไม่เคยจะเจอเคสเปลี่ยนสปริงให้แมชกับโช๊ค

เรื่องโหลด

สปริงโหลดสปริงอะไรก็ใส่ไปเหอะแล้วแต่ชอบครับ ชอบใครชอบมัน

แต่โช๊ค พอโหลดแล้วก็ต้องใช้โช๊คเฉพาะรถโหลด คือ แกนสั้น รับภาระได้หนัก ออกแบบสำหรับรถโหลดโดยเฉพาะ

ณ เวลานี้ ที่ซื้อง่ายขายคล่องหาง่ายคนใช้มาแล้วไม่ผิดหวังกันเห็นจะเป็น บิล B8 ไม่มีทางเลือกอื่น

คนที่หลีกๆเลี่ยงๆไม่ยอมใช้ ในที่สุดก็ต้องเสียตังหลายรอบ (อันนี้รวมทั้งผมด้วยในอดีต) ถ้าไม่ใช่โช๊คแต่งแล้วมันยังไม่ดีซักที ทั้งกระดอนทั้งเวียนหัวขับแย่ ไม่อยากลองด้วยตนเองหลายรอบตรงไป B8 เลยครับ
 
แรงที่มากระทำ ถ้ามาจากข้างล่างหมายถึงแรงจากพื้นสัมผัส แรงมากน้อยขึ้นอยู่กับจุดสัมผัส
แรงที่มากระทำ ถ้ามาจากข้างบน เป็นแรงจากน้ำหนักรถทั้งคันแยกการรับน้ำหนักเฉลี่ย 4 ล้อ
ตัวรับแรงเบื้องต้นจากผิวสัมผัสคือ หน้ายาง ต่อมาเป็นสปริง ซึ่งทำหน้าที่รับแรงทั้งบนและล่าง
โชคทำหน้าที่คุมการดีดดิ้นของสปริงอีกที คุมได้ดีจนเกิดอาการหนึบแน่น ล้อไม่เต้นด็อกแด็ก
บุชในจุดหมุนเป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดการเสียดสีสัมผัสกันของโลหะ ล้อกับสปริงกับโช๊คซับแรงฯ
 
Back
Top