อยากมาเล่าเรื่องปัญหาจุกจิกของรถซีคลาสเก่า ๆ คันหนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมไม่มีความรู้จริงๆ
มันต่างกับเบนซ์เหรอครับ
ผมเคยใช้รถโตโยต้าแต่ไม่
เคยซ่อมมันเลย เพราะมัน
ไม่ใช่รถของผม ใช้อย่างเดียว
แล้วไอ้ที่มอเตอร์เสาอากาศมันหมุน
แกร๊ก ๆ ในบางครั้ง นั่นมันมีรีเลย์
หรือตัวเสาอากาศมันเสียกันแน่ครับ
ช่วยฟันธงหน่อยครับ ขอบคุณครับ
เฟืองมอเตอร์มันขาดครับพี่ถ้วยกาแฟ ของรถญี่ปุ่นมีขายในเน็ท ร้านอยู่แถวพระราม ๒ ราคาประมาณ ๗๐๐ ผมเคยซื้อมาแปลงใส่ 300E ของผม ก็ใช้ได้ประมาณ ๑ ปีครับ ตอนหลังผมตัดออกไม่ใช้ครับ

ในเน็ทมีหลายร้านครับ ลองค้นดูครับ
 
เฟืองมอเตอร์มันขาดครับพี่ถ้วยกาแฟ ของรถญี่ปุ่นมีขายในเน็ท ร้านอยู่แถวพระราม ๒ ราคาประมาณ ๗๐๐ ผมเคยซื้อมาแปลงใส่ 300E ของผม ก็ใช้ได้ประมาณ ๑ ปีครับ ตอนหลังผมตัดออกไม่ใช้ครับ

ในเน็ทมีหลายร้านครับ ลองค้นดูครับ

ขอบคุณครับ ผมจะบอกเจ้าของรถครับ
ที่มันดังแกร๊ก ๆ ผมสังเกตุว่ามันพยายามจะขึ้น
แต่เสามันก็ไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาขัดมันไว้คงเป็น
เพราะเฟืองแตกขาดจริงๆ ของรถฮอนด้าถ้าเสียจริง
เปลี่ยนทั้งตัวของเก่าไม่น่าจะแพงเหมือนของเบนซ์
กระมังครับ ใกล้ๆบ้านมีเชียงกงญี่ปุ่น
ถ้ารู้แน่ว่าอะไรเสียเค้าอาจจะไปหา
ของแท้มือสองมาใส่ครับ
 
เท่าที่สังเกตุ

รถญีปุ่นจะใช้กราวด์ตัวถัง เวลาจะใช้ไฟตรงไหนก็ไปหากราวด์จากตัวถังแถวๆนั้น

ส่วนรถฝรั่งส่วนมากจะใช้กราวด์ลอย คือมีสายดินกับสาย + คู่กันไป
รถญี่ปุ่นจึงมักเจอปัญหาแย่งกราวด์ เหยียบเบรค ไฟถอยติด เพราะสายกราวด์ที่พ่วงระหว่างแบตเตอรี่กับตัวถังหลุด

เล่าสู่กันฟังครับ :D
 
เท่าที่สังเกตุ

รถญีปุ่นจะใช้กราวด์ตัวถัง เวลาจะใช้ไฟตรงไหนก็ไปหากราวด์จากตัวถังแถวๆนั้น

ส่วนรถฝรั่งส่วนมากจะใช้กราวด์ลอย คือมีสายดินกับสาย + คู่กันไป
รถญี่ปุ่นจึงมักเจอปัญหาแย่งกราวด์ เหยียบเบรค ไฟถอยติด เพราะสายกราวด์ที่พ่วงระหว่างแบตเตอรี่กับตัวถังหลุด

เล่าสู่กันฟังครับ :D

เป็นความรู้ใหม่
ขอบพระคุณครับที่แบ่งปันความรู้
ผมยอมรับว่าไม่เคยสังเกตุจริงๆ
 
น้ำมันเครื่องกับน้ำมันวิเศษผสมน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องกับน้ำมันวิเศษผสมน้ำมันเครื่อง
เล่าโดยมาร์ค พิทบูล



https://www.youtube.com/watch?time_continue=4&v=3HbRDsSCEN4

[YOUTUBE]3HbRDsSCEN4[/YOUTUBE]
 
Last edited:
เป็นความรู้ใหม่
ขอบพระคุณครับที่แบ่งปันความรู้
ผมยอมรับว่าไม่เคยสังเกตุจริงๆ

ต่ออีกหน่อยครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมเก่งกว่าวิศวกรเขา
คืออย่างนี้ครับ ตอนที่เขาคำนวณเรื่องสายดินมาแม้จะใช้กราวด์ลงตัวถัง
เขาคงออกแบบมาดีแล้ว

แต่ทีนี้พอเราไปใส่อุปกรณ์ หรือซ่อมดัดแปลง เครื่องเสียง กันขโมย เปลี่ยนโคมไฟ ฯลฯ
ช่าง(หรือเรา)มักพ่วงเอาจากของเดิมที่เขาต่อใว้แล้ว ที่หนักหน่อยและเจอประจำคือรถที่ไปทำสีมา หรือยกเครื่องออกจากตัวรถ
เพราะช่างมักง่ายไม่ต่อสายกราวด์ลงตัวถังให้ หรือจุดที่ต่อลงตัวถังไม่สะอาด ซึ่งรถทั่วๆไป จะมีที่ต่อพ่วงสายกราวด์มากกว่าหนึ่งแห่ง ทำให้เกิดอาการกราวด์ไม่พอ ผมขี่รถเก่ารถผมทุกคันจะเอาสายไฟสำหรับสายพ่วงแบตหรือสายเชื่อม พ่วงกราวด์จากแบตไปหาเครื่องยนต์และตัวถัง เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าไปทำอะไรมา

อีกอันหนึ่งที่เจอกันมากคือติดเครื่องเสียง สาย+ ทำเสียอย่างดี สีสรรแพรวพราว ฟิวส์อันเท่ากำปั้น หมดไปหลายบาท แต่กับสายกราวด์กลับพ่วงเอาแถวๆคอนโซล

เล่าสู่กันฟังครับ ขออภัยที่ทำให้กระทู้ออกทะเลครับ :D
 
ยินดีครับทีึ่มีเพื่อนมาคุยด้วย
จะออกทะเลออกมหาสมุทร
ก็ถือว่าแบ่งปันความคิดเห็นกัน
ขอบคุณครับ ว่างๆ ก็คุยกันมา
อีกนะครับ
 
ขอเล่าประสบการณ์การใช้งานเบนซ์ C Class W202C220
เทียบกับ Toyota Camry 2.0 G Extremo

พอดีคนในครอบครัวผมเค้าซื้อรถโตโยต้าคัมรี่ 2.0 G Extremo
มาใช้ ส่วนหนึ่งจะให้ผมใช้แทนคันเบนซ์ซีคลาสของผมที่เก่าอายุ
กว่า 20 ปี ขอเล่าเปรียบเทียบการใช้เคร่า ๆ อีกแง่มุมหนึ่งครับ
ไม่ใช่เล่าแบบการทดสอบรถ นั่นมีคนเค้าทดสอบมาเยอะแล้ว
แต่ผมจะเล่าเปรียบเทียบในแง่ใช้งานทั่วไป
เอาว่าโตโยต้าคัมรี 2.0 G Extremo คันนี้มันใหม่ล่าสุด
ของรุ่นนี้แล้ว เกียร 6 สปีด อัตโนมัติ เครื่องยนต์ 8 หัวฉีด
สูบละ 2 หัว ความเร็วต่ำ ฉีดหัวเดียว ความเร็วสูง
ช่วยกันฉีด 2 หัว เพื่อเน้นประหยัด น้ำมัน และแรงพร้อมๆกัน
ในแง่ประหยัดน้ำมัน ยอมรับว่ามันประหยัดกว่า
เบนซ์ซีคลาส 2200 CC คันนี้จริง ขับในเมืองได้
ไม่ต่ำกว่า 10 กม./ลิตร
ผมไม่เคยขับไป ตจว.เลยไม่รู้ ในเวปวิจารณ์รถเค้าว่า
ได้เกิน 14-15 กม/ลิตร ยังไม่เคยลองจริงๆ
ไม่กล้ายืนยัน

เรื่องเบรค คนที่ขับรถเบนซ์มาจนชิน อาจจะต้องเปลี่ยนความ
รุ้สึกใหม่ เพราะแตะเบรคนิดเดียว เบรคจึ๊กเลย เบรคมันนิ่ม
มากๆ อาจจะเป็นเพราะหม้อลมมันใหญ่หรือระบบมันดีก็ไม่รุ้
กดพรวดคนนั่งหัวทิ่มบ่นสรรเสริญคนขับแน่ๆ

ความนิ่มนวล เนื่องจากคัมรี่ใช้ล้อ 17 ความนิ่มนวล
สู้เบนซ์คันนี้ของผมไม่ได้เลย มันดุกดิก ๆ ยิ่งทางขรุขระ
ยิ่งไม่นิ่ม อันนี้ผมว่าสู้เบนซ์ซีคลาสของผมไม่ได้
การซึมซับแรงจากถนนทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง
การออกตัว ทิ้งเบนซ์ขาด ออกตัวเร็วกว่ามาก
แต่เนื่องจากรถมันหนักแล้วเครื่องเล็ก
เค้าต้องการออกตัวตีนต้นดี ตีนปลายประหยัด
เค้าจึงออกแบบเกียร็ให้ทด 6 สปีด
เพื่อให้ได้ทั้งต้น กลาง ปลาย
จึงทำให้ตีนต้นรอบเครื่องสูงปรี๊ดเลย แตะคันเร่งแรงไปนิดเดียวว่าไป
3-4 พันรอบทันทีทันใด(เกียร์มันลดลงแบบคิ๊กดาวน์)เปลี่ยนเกียร์นิ่ม
มากแต่ตีนปลายที่ 100 กม./ชม รอบอยู่ไม่ถึง 2000 รอบ
เพื่อประหยัด พอแตะคันเร่งลึกหน่อย รอบพุ่งไป 4-5 พันรอบโน่นเพื่อให้รถพุ่ง
ฟิลลิ่งนี้หลายคนและตัวผมอาจจะไม่ขอบก็ได้ อื่น ๆ
พวกครุ๊ยส์คอลโทรล มีเหมือนกัน บลูทู๊ช มีมา ด้วย
ใครใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสบายเลย
GPS มีติดมาเป็นมาตรฐาน แต่ใช้ยาก ฯลฯ
เสียงเครื่องตอนเดินเบานั่งอยุ่ในรถแทบไม่ได้ยิน
รถใหม่ ๆ มันก็แบบนี้ทุกคันไม่ใช่เหรอ
แต่ระบบเครื่องเสียงผมว่าจัดว่าสมตัวดีแค่เอาไว้
ฟังข่าว จุดนี้บางคนบอกว่าห่วย แต่ผมเฉยๆ
เครื่องเสียงเดิมเบนซ์ดีกว่าแล้วทุกกรณี
แต่ส่วนใหญ่ของเบนซ์ตอนนี้มันไม่เดิมๆแล้ว
เบาะคัมรี่ปรับได้เหมือนเบนซ์ซีคลาด อาจจะ
มีลูกเล่นเยอะกว่าหน่อยเช่นคนข้างหลัง
ปรับเบาะคนนั่งหน้าซ้ายได้ ก็แปลกดี
แต่นั่นมันก็แค่ของเล่น ๆ เบาะไม่มีเม็มโมรี่
เบาะเป็นแค่หนังเทียมบาง ๆ ไม่หรูหราเหมือน
เบาะหนังแท้เบนซ์หรอก

พวงมาลัย เบากว่าเบนซ์มาก เบามาก ๆเบาหวิวก็ได้
ความนิ่มนวลการนั่ง เบนซ์กินขาด มากด้วย
คันเร่ง เบามาก แตะนิดเดียวรถพุ่ง
บางคนชอบบางคนไม่ชอบ ขับในเมืองสบายจริงๆ
เซ็นเซอร์รอบคัน ใครเข้าใกล้ มันบอกหมด
ซ้าย ขวา หน้า หลัง ฯลฯ สาระพัดเตือน
กล้องถอยหลัง อันนี้ผมชอบมาก เบนซ์เก่าไม่มี
ช่วยให้การขับรถเข้าซองง่ายมาก
ของเบนซ์ของผมจะเอาแบบนี้ต้องซื้อมาติดเอง
GPS ของติดรถใช้งานค่อนข้างยากกว่าของการ์มิน
ที่ผมใช้อยุ่ในเบนซ์ ยังไม่เคยลองใช้ทั้งๆที่ใช้รถมา
เกือบ 3 เดือนแล้ว
ลูกเล่นจุกจิกมีมาให้มากมาย
เช่น push start /เซนเซอร์รอบคัน/กล้องถอยหลัง
ตัวบอกระดับการสิ้นเปลืองน้ำมัน(ผมไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร)
คำนวณความสิ้นเปลืองน้ำมัน/เอาแตะมือจับประตูปลดล๊อก/ล๊อก

มีอันหนึ่งที่ผมยังไม่ประทับใจคือวิทยุมันกินแบตมากเกินสมควร
จอดเฉยๆ รอคน(ไม่ติดเครื่อง) เปิดวิทยุแป๊บเดียวไม่ถึงชั่วโมง
มันขึ้นหน้าจอเตือนว่าให้ปิดวิทยุเซฟแบตได้แล้วเดี๋ยวแบตกำลัง
จะหมดแล้ว ถ้าเราดื้อสักพักวิทยุจะดับเอง ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี
รถเบนซ์ผม เปิดวิทยุ 6 ชั่วโมง แบตเหลือสบายๆ สงสัยต้อง
ไปเปลี่ยนแบตรถคัมรี่ใหม่


การติดแก๊สกับรถรุ่นนี้ทำได้ แต่ร่านทั่วๆไปคงยาก
ต้องให้ร้านที่ชำนาญรุ่นนี้ติดเห็นยี่ห้อ Prins ยี่ห้อเดียว
http://hongtongautogas.com/review_car_gas_detail.php?id=81

แต่เห็นราคาค่าติดแก๊ส 65,000.-บาท
ผมคิดว่าผมไม่คิดต่อดีกว่า ผมใช้รถปีละไม่ถึง 1 หมื่น
กม.ต้อง 6-7 ปีจึงจะคุ้ม ใช้น้ำมันดีกว่าตก กม.ละ 2.50 บาท
ไม่เปลืองมาก เพราะใช้แก๊สโซฮอลล์ 91 และ E20 ได้
สรุปว่าสำหรับผม ผมยังชอบเบนซ์ซีคลาสของผมอยู่
แม้ว่าความคล่องตัวจะสู้โตโยต้าคัมรี 2.0G คันนี้ไม่ได้
แต่ฟิลลิ่งการขับขี่ เบนซ์เหนือกว่า(ถ้าชอบ)
ถ้าไม่ชอบจะบอกว่าคันเร่งแข็งกว่า
โตโยต้ามาก การออกตัว โตโยต้าปรู๊ดปร๊าดกว่ามาก
ความมั่นใจในการขับขี่ แน่นอนว่าเบนซ์เก่าๆ
กินขาดอยู่แล้ว เสียแต่ว่าเบนซ์อายุขนาดนี้เหมือนกับว่าคน
แก่ เข้ารพ.ประจำมากกว่าโคโยต้าใหม่ ๆ แน่นอน
ให้ไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่กำลังจะซื้อโตโย
ต้าคัมรี่ 2.0 G Extremo ครับ รถสมัยนี้เทียบราคา
แล้วมันน่าใช้พอสมควร ราคาใหม่ไม่ถึงครึ่งของ
เบนซ์ซีคลาสตอนออกใหม่ ๆ แต่ตอนนี้ขายเบนซ์
รุ่นนี้ 5-6 คัน ยังซื้อแคมรี่ 2.0 G Extremo ไม่ได้
เลยครับ แต่คุณภาพเบนซ์ไม่ใช่ 10-15% เหมือนราคา
นะครับ ยังเกิน 70-80 % ตอนใหม่ๆ เลยทีเดียว
 
Last edited:
สวัสดีค่ะ พี่ถ้วยกาแฟ

ขอบคุณมากสำหรับการรีวิวค่ะ น้าหมูเป็นคนนึงที่แอบมองแคมรี 2.0 G (ต้องสีเทาเท่านั้น) มานานเกือบหกเดือนแล้ว ใจแกว่งไปมา ไปโชว์รูม4- รอบ แต่ตัองย้ายโชว์รูมไปเรื่อยๆ รอบๆ ระแวกบ้าน กลัวเซลล์จำได้และจะด่าว่ามาดูหลายรอบเกิน ที่บ้านก็ยุจัง คงเบื่อเห็นเราทำรถบ่อย ซึ่งบางทีเราก็เบื่อๆเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ก็นิ่งๆ แล้วค่ะ ขับคุณชายต่อไป แต่ก็อดใจมองแคมรีสีเทาไม่ได้ซะที
 
สวัสดีค่ะ พี่ถ้วยกาแฟ

ขอบคุณมากสำหรับการรีวิวค่ะ น้าหมูเป็นคนนึงที่แอบมองแคมรี 2.0 G (ต้องสีเทาเท่านั้น) มานานเกือบหกเดือนแล้ว ใจแกว่งไปมา ไปโชว์รูม4- รอบ แต่ตัองย้ายโชว์รูมไปเรื่อยๆ รอบๆ ระแวกบ้าน กลัวเซลล์จำได้และจะด่าว่ามาดูหลายรอบเกิน ที่บ้านก็ยุจัง คงเบื่อเห็นเราทำรถบ่อย ซึ่งบางทีเราก็เบื่อๆเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ก็นิ่งๆ แล้วค่ะ ขับคุณชายต่อไป แต่ก็อดใจมองแคมรีสีเทาไม่ได้ซะที

ขอบอกจากใจนะครับ
ถ้าซื้อเพราะอยากได้อย่าซื้อมาครับ
เพราะจะบ่นเสียใจและเสียดายถ้าซื้อเพราะความจำเป็น
มันตอบสนองได้พอสมควร ฟิลลิ่งการขับขี่คนละโลกกับ
เบนซ์ มันตอบสนองด้านอื่นได้หลายด้าน ยกเว้นด้าน
ฟิลลิ่งการขับขี่อย่างเดียว คัมรี่ไม่ตอบสนองผมเลย
นอกนั้นได้เกือบหมดทั้งความประหยัด ความคล่องตัว
และลูกเล่นทีืแพรวพราว สำหรับบางคน แค่เสียงปิด
ประตู เค้าก็ไม่เอารถญี่ปุ่นแล้ว แต่ข้อนี้สำหรับผม
ไม่เท่าไร
 
Camry 2.0 รุ่นล่าสุด เป็น VVTi-W มีทั้ง D4-S หัวฉีดตรง และ Port injection หัวฉีดในท่อไอดีแบบเก่า ซึ่งซับซ้อน จุดประสงค์หลักคือ ทำเพื่อลดมลพิษ แต่รถยุโรปเค้ามักจะไปฉีดตรงล้วน ไม่ก็แบบเดิมยัดโบ

ที่จริงเครื่องตัวนี้พี่ต้าเองก็มีแบบยัดโบวางในเลกซัสหลายตัวอยู่ ผมก็งงแนวคิดหัวฉีดคู่ต่อ 1 สูบมาก ๆ ว่ามันต้องขนาดยัดหัวฉีดคู่เลยเรอะ (และยังมีบางรุ่นที่ใช้หัวเทียนคู่ที่คอยระเบิดเป๋าตังค์เจ้าของรถเป็นระยะ) ล่าสุดก็ ซูซูกิ สวิฟต์ หัวฉีดท่อไอดีคู่แบบซิลฟี่ / พัลซา / จู๊ค 1.6

จุดสำคัญ คือ การได้เกียร์ 6 สปีด ที่ควรจะติดตั้งมานานและ ซึ่งถ้าตัว 2.0 ไม่มีฉีดตรงก็น่าจับมือสองดมแก๊สมาก

พูดถึงการติดแก๊สในแคมรี 2.0 ฉีดตรง ในไทยจะมีแค่ Prins ที่ติดแล้วจบ แนวเดียว Mazda Skyactive G ราคาค่าติดก็ขนลุกไม่เห็นจุดคุ้มทุน ส่วน AC , ER เลิกหวังได้ ขนาด Ford Focus GDI 2.0 กะ มาสด้า Sky G 2.0 ยังล้มโปรเจคพัฒนา รายละเอียดขอไม่กล่าวถึง

ส่วนช่วงล่าง มันก็ตามรุ่น ราคารถมือหนึ่ง การเซ็ตช่วงล่างยากกว่าทำเครื่องด้วยซ้ำ ผมมองแบบนี้ พี่ต้าจะแนว Audi , นิสสันแนว Benz และ ฮอนด้าแนว BMW ถ้าอยากได้แน่น ๆ นิ่ง ๆ จากพี่ต้าต้องอัดงบแต่งช่วงล่างอีก ไม่ก็ Lexus

แต่เบนซ์มือสองราคาไม่แพงก็มี (รถเก่าเราก็ตกจนขายไม่ลง) ซึ่งอะไหล่มีเยอะพอควรแล้ว ที่ยากหน่อยก็พวกไฟฟ้าที่แสบเอาเรื่อง แต่สำคัญสำหรับรถยุ่นคือ ซ่อมง่ายกว่าเป็นกอง แลกกะช่วงล่างไม่ได้ดังใจ ต้องเลือกเอา

แต่คุณชายของน้าหมูนี่ Special one แล้ว ที่แคมรี่เทพ ๆ จากไหนก็มาแทนไม่ได้ครับ ของแบบนี้ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้
 
ผมเองใช้รถอีกคันเป็น Ford Focus MK2 ไม่ใช่ MK3 2.0 ที่เป็นหัวฉีด GDI ที่มีข้อมูลติดตั้งแก๊สต้องเป็น Prins ซึ่งไม่ใช่ 65,000 บาท เช่นใน Camry แต่เป็น 85,000 บาท บังเอิญที่ผมแจมอยู่ในคลับฟอร์ดด้วยจึงรับรู้ข้อมูลบางส่วนที่มีการแลกเปลี่ยนกันในหลายๆ มุม ทั้งบวกและลบที่การใช้งานบางครั้งไม่เสถียรจากท่านที่ตกลงใจติดตั้งระบบแก๊สด้วยเงินประมาณ 8 หมื่นกว่าบาทมาแล้ว ทุกท่านไม่ได้ปฏิเสธถึงประสิทธิภาพเลย แต่จากการที่ สมช.ไปค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ได้กล่าวถึงหากจะให้ได้ผลดียิ่งกว่านี้ทั้งจะมีความเสถียรและได้ประโยชน์สูงสุดจะต้องมีอุปกรณ์บางตัวที่สเปคเจ๋งกว่าแต่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นมาอัพเกรด รวมของเดิมแล้วก็เกินแสนบาทครับ

อีกประเด็นที่ท่าน Coffee cup กล่าวถึง Camry ....
เรื่องเบรค คนที่ขับรถเบนซ์มาจนชิน อาจจะต้องเปลี่ยนความ
รุ้สึกใหม่ เพราะแตะเบรคนิดเดียว เบรคจึ๊กเลย เบรคมันนิ่ม
มากๆ อาจจะเป็นเพราะหม้อลมมันใหญ่หรือระบบมันดีก็ไม่รู้
กดพรวดคนนั่งหัวทิ่มบ่นสรรเสริญคนขับแน่ๆ....

ประเด็นโตโยต้าเบรกนิ่มเผลอแตะแรงๆ แล้วหัวทิ่มเนี่ยคงมีมานานแล้วครับ ตอนปี 22 ผมมีโอกาสขับโตโยต้ากระบะไฮลักษ์ รถที่ UNICEF มอบให้หน่วยงานที่ผมทำงานมาไว้ใช้ราชการ จำได้เลยว่าอย่าเผลอแตะเบรกแรงๆ โดยเฉพาะช่วงออกตัวใหม่ อาจเพราะหม้อลมใหญ่กว่าเขาก็ได้ครับ และในโตโยต้ารุ่นหลังๆ ก็ยังคงมีคุณสมบัตินี้ยาวมาถึง Camry นี่แหละครับ

Honda City รุ่นโฉมที่แล้วคันของแม่บ้านผมเบรกนิ่มมาก แตะนิดหัวทิ่มแม่บ้านเขายังบ่นเวลาผมขับให้เขาครับ (แม่บ้านเขาขับคันของเขาคันเดียวจึงไม่ทราบว่าคันอื่นเบรกเขาไม่นิ่มอย่างนี้..ยกให้เขาสักคนครับ) ทั้งนี้ ช่างศูนย์ฮอนด้าเขาบอกว่า City ทุกคันเวอร์ชั่นนี้เหมือนกันทุกคันแก้ไขไม่ได้ คือเราต้องเรียนรู้และปรับพฤติกรรมการใช้เอาเองว่างั้นเถอะ อย่างไรก็ตามทีมงานบริษัทฮอนด้าเขาน่าจะรับทราบปัญหาข้างต้น เพราะซิตี้โฉมเดียวกันออกที่มาภายหลังอีก 2-3 ปี ในรุ่นที่ติดตั้ง NGV มาจากโรงงานระบบเบรกไม่ได้นิ่มแบบแตะนิดเดียวหัวทิ่มแล้วครับ ซึ่งก็จริงเพราะเมื่อไปขับรถของหลานสาวอาการเบรกนิ่มแบบนิ่มเกินไปไม่มีแล้วครับ ส่วนการแก้ไขฮอนด้าทำอย่างไรมาบ้างผมไม่มีข้อมูลครับ ดีขึ้นไหมดีขึ้นแน่เพราะดูค่อยเหมือนกับรถยี่ห้ออื่นในกลุ่มเดียวกันเขาหน่อยล่ะครับ
 
Last edited:
เรื่องติดแก๊ส 65,000.- 85,000.-บาท ระบบพิศดาล
ผมสงสัยจริงๆ ก็ในเมื่อเราจะติดแก๊สกันเพื่อประหยัด
แต่เวลาขายรถต่อคนซื้อรังเกียจมากว่ารถเคยติดแก๊ส
กดราคา แล้วต้องใช้รถกันวันละกี่กิโล เดือนละเท่าไร
ปีละเท่าไร วิ่งกันเท่าไรจึงคุ้มล่ะครับ สมมุติว่าติดแก๊ส
(กรณีคัมรี่ของปม 2.0G ละกัน) ผมวิ่งปีละไม่ถึง 1
หมื่น กม.มีเบนซ์มาแชร์อีกคัน จะไปหยัดกันเท่าไรเชียว
คิดแล้วไม่ติดดีกว่า ถ้าติดแก๊สเสียตังค์เกือบแสน คง
ต้องมีอาชีพเป็นพนักงานขายวิ่งรถวันละ 2-300 กม.
สัก 1 ปีจึงจะคุ้ม ตอน 10 ปีที่แล้วผมจะติดแก๊ส EMME
กับคัน C Class ของผม 40,000.-บาท คิดทบทวน
ตั้งหลายรอบ แต่ตอนนั้นน้ำมันเบนซินลิตรละ 42 บาท
และต่อมาขึ้นเป็น 50++ บาท มันก็คิดง่ายและคิดไม่ผิด
แม้ว่าต่อมามันจะลดเป็น 35++ บาท ก็ยังประหยัดกว่า
อยู่ดี แต่ Camry ใช้น้ำมันลิตรละ 25 ++บาท คงไม่
ติดแก๊สอยู่ดีครับ ต่อให้ติดแล้วประหยัดเหลือ กม.ละ 1 บาท
ก็ตาม สำหรับผม ความคิดเชยๆ ว่า ยิ่งมีอุปกรณ์อะไรเยอะ
ก็ยิ่งมีจุดอ่อนให้ต้องซ่อมเยอะตามไปด้วย อุปกรณ์เชื้อเพลิง
เดิมของคันนี้ก็เวียนหัวจะแย่อยู่แล้ววกับหัวฉีดสูบละ 2 หัว
 
นอกเหนือจากเรื่องเครื่องยนต์และช่วงล่างขอรถญี่ปุ่นแล้ว ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่มองและหาตัวยากที่จะเทียบเบนซ์ได้ คือ เรื่อง ความงามข้ามกาลเวลาค่ะ เบ๊นซ์ผ่านไป 15-20 ปี จะมีความคลาสสิคเข้ามาแทนที่ให้ชื่นใจมั่ง แต่รถญี่ปุ่น 15-20 ปียังมองไม่เห็นเลยว่ารุ่นไหนจะขยับขึ้นมาเป็น young classic ค่ะ คหสต
 
เนื่องจากโพสต์นี้ ผมไปเปลี่ยนยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์
รถ ซีคลาสคันเก่งของผม

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=86397

ยืนดูช่างเค้าเปลี่ยนดูไม่ยาก เพียงแต่ถ้าเป็นตามบ้านไม่มีลิฟท์
(ฮ้อยส์) ยกรถเหมือนอู่ อาจจะทำงานยากกว่าหน่อย แต่ถ้า
เป็นช่างวันหยุดรักการ DIY มีเครื่องมือ มีเรี่ยวแรง ก็สามารถ
ทำได้ ผมเคยดุยูทูปเรื่องพวกนี้แล้ว ได้ความรู้ความเข้าใจส่วน
หนึ่ง แต่ไม่แจ่มแจ้งชัดเจนเท่าไร แต่พอเห็นกับตาว่าช่างเค้า
ทำอย่างไร ก็เห็นว่าไม่ยากอะไรเลย ถ้ามีอุปกรณ์อย่างที่ว่า
ก็ทำได้แน่นอน ประหยัดค่าแรงช่างไปราว ๆ 1 พันบาท

วิธีถอดเปลี่ยนยางแท่นเครื่อง M111 ใน C Class W202 C220 มียางแท่นเครื่อง 2 ตัว
ด้านคนขับ และ ด้านคนนั่ง ส่วนยางแท่นเกียร์มีเพียงชั้นเดียว
ขอเล่าเท่าที่เห็น เพราะผมไม่ได้เป็นคนทำเองมองช่างอู่เค้าทำบางจุดอาจจะไม่ชัดเจน
เครื่องมือที่ใช้ ประแจบล็อกเบอร์ 17 เบอร์ 13 เบอร์ 10 หรือ ใกล้เคียงให้หยิบใช้ได้
ตัวขันบล็อกและตัวต่อขันบล็อกด้ามตรง
ชะแลงงัดสำหรับงัดเครื่องให้เผยอออกตอนให้ยางแท่นเครื่องหลุด
แม่แรงยกรถ และขาตั้งที่มั่นคง
ถ้าเป็นที่อู่เบนซ์มีเครื่องยกรถ (ฮ้อยส์) จะง่ายแก่การทำงานมาก
วิธีทำ เมื่อเครื่องยนต์จอดไว้พอสมควรเครื่องยนต์ไม่ร้อนแล้ว
เริ่มที่ด้านคนขับก่อน จะยากกว่าด้านคนนั่ง
1.ถอดอุปกรณ์เกะกะออกจากแผ่นครอบความร้อนบนเขาควายท่อไอ้เสีย
และถอดท่ออากาศข้ามเครื่องออกเพื่อให้พื้นที่โล่ง ถอดฝาครอบกรองอากาศออกด้วย
เพื่อไม่ให้เกะกะในการทำงาน
2.ใช้บล็อก(ถ้าจำไม่ผิด) เบอร์ 17 ต่อด้ามยาว สอดเข้าไปในระหว่างช่องท่อไอเสีย
ที่เขาควายลงไปตรงๆ จะตรงกับหัวน๊อรยึดยางแท่นเครื่องตัวบนพอดี ขันออก
3.เมื่อคลายน๊อตยึดยางแท่นเครื่องตัวบนแล้ว ยกรถขึ้นสูง เอาขาตั้งยึดรถไว้ให้มั่นคง
สูงพอที่จะเข้าไปทำงานใต้ท้องรถตรงเครื่องยนต์ได้
4.ถอดแผ่นเหล็ก(หรือแอ่นการ์ดไฟเบอร์) บังเครื่องยนต์ออก
5.ใช้ประแจบล็อกเบอร์ 17 (หรือเบอร์ที่ใช่) สอดเข้าไปขันน๊อตยึดยางแท่นเครื่องตัวล่างออก
6.ใช้แม่แรงยกเบา ๆ ให้ตำแหน่งตัวยกของแม่แรงอยุ่แตรงแคร้งน้ำมันเครื่อง และก่อนยกต้อง
แผ่นไม้หนาพอสมควรมารองจุดสัมผัสก่อน ไม่งั้นอ่างน้ำมันเครื่องอาจจะบุบหรือแตกได้
7.ถ้าหยิบยางแท่นเครื่องออกมาได้ ก็เปลี่ยนได้แล้ว ถ้าเอาไม่ออก ก็คงต้องใช้ชะแลงงัดช่วยบ้าง
สังเกตให้ดีว่าด้านไหนด้านบน ด้านไหนด้านล่างที่ไม่เหมือนกัน การเปลี่ยนก็เอาวางเข้าตำแหน่งเดิมที่ถูกต้อง
ค่อยๆ ร้อยน๊อตให้พออยู่ทั้งตัวล่างและตัวบน เมื่อผ่อนแม่แรงเครื่องลงตำแหน่งแล้วค่อยขันแน่นอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนยางแท่นเครื่องด้านคนนั่ง ถอดง่ายกว่าด้านคนขับหน่อย สามารถถอดออกได้ด้วยวิธีเดียวกันจากใต้ท้องรถ
เมื่อขันน๊อตพอตึงมือแล้วออกจากใต้ท้องมาขันตัวบนด้านคนชับให้แน่น ส่วนด้านคนนั่งสามารถ
ขันให้เข้าที่ได้จากใต้ท้องรถ
จบการเปลี่ยนยางแท่นเครื่องด้วยตัวหนังสือเพียงเท่านี้ ส่วนการเปลี่ยนยางแท่นเกียร์ ง่ายกว่าเปลี่ยน
ยางแท่นเครื่องหน่อย ถ้าจะทำเชื่อยว่าช่าง DIY ระดับใจกล้าขนาดเปลี่ยนยางแท่นเครื่องได้ ยางแท่นเกียร์ก็
เป็นของไม่ยากครับ

[YOUTUBE]y5owJViMvc8&t=32s [/YOUTUBE]
การเปลี่ยนยางแท่นเครื่องด้านท่อไอเสีย

[YOUTUBE]6bxPK1VcKOo&t=15s[/YOUTUBE]

การเปลี่ยนยางแท่นเครื่องด้านด้านคนนั่ง

[YOUTUBE]Px5uXTDo520[/YOUTUBE]


การเปลี่ยนยางแท่นเกียร์ จากยูทูป นำมาฝากไว้เป็นไอเดีย
เผื่อบางท่านอยากลองวิชา ภาพจากยูทูปไม่เหมือนที่ช่างเค้า
ทำจริงๆ อาจจะคนละตำราและยูทูปถ่ายทำไม่ละเอียดเท่าที่
เห็นจริงๆจากช่างเค้าทำงาน
 
ตอนนี้การไล่นไลน์แพร่หลายไปทุกวงการ เพราะมันง่ายต่อการ
ใช้งาน และใช้ได้สาระพัดประโยชน์ รวดเร็วเข้าถึงบุคคลต่อบุคคล
หรือบุคคลกับกลุ่มได้ง่าย โทรคุยกันก็ได้ ฟรีอีกต่างหาก
คนใช้งานได้ทั้งงานจริงๆ และกึ่งงานกึ่งบรรเทิง เช่นคนใช้
รถยี่ห้อเดียวกัน เช่นเบนซ์ และรุ่นเดียวกัน ไม่ว่า จะเป็น
W อะไรก็แล้วแต่ เค้ากไปตั้งกลุ่ม ไลน์ คุยกันรวดเร็วทันใจ
จะลงรูปอะไรก็ง่ายปานพลิกฝ่ามือ ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่เวปไวค์
ที่คุยกันเกี่ยวกะรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหน มักจะเงียบ
สงบ มีขาประจำที่ยังเหนียวแน่นอยู่ไมมากนัก หรือว่าเค้าแอบซุ่ม
อ่านอ่ย่างเดียวเงียบ ๆ เพราะคุยกันไปหมดแล้วหลายรอบในปัญหา
เดิม ๆ ของรุ่นนั้น ๆ ก็ไม่รู้
 
อาจเป็นเช่นนั้นครับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีรถใหม่ออกมาล่อใจเยอะคนเลยหันไปผ่อนรถใหม่ หมดปัญหาเรื่องซ่อม เลยไม่ค่อยเข้ามาพูดคุยเท่าใดนัก

รถใหม่อาจไม่มีปัญหาให้ซ่อม แต่มีปัญหาเรื่องผ่อนไม่ไหวแทน ดอกเบี้ยตลอดสัญญาประมาณแปดหมื่นต้นๆถึงสองแสนปลายก็มี ผมถึงบอกว่าไม่สนใจรถใหม่นะครับ
 
ผมคิดเหมือนท่าน Cobra4971
จึงยังไม่ขายเบนซ์ซีคลาสคันนี้
เห็นราคาที่เค้าขาย ๆ กันทำใจ
ลำบากมาก แค่แสนต้น ๆ แต่สภาพ
ก็คงสมราคา แต่ทำให้รถที่ยังสภาพดี
ซ่อมถึง ก็ราคาอยู่แถวๆนั้นไปด้วยเพราะ
มีตัวอย่างให้เห็น

แม้แต่คนในครอบครัวของผมก็เห็นว่าควร
ใช้รถใหม่ๆ จะได้ไม่จุกจิก ผมก็ยอมเค้า
เพราะเค้าก็หวังดีกะผม และออกตังค์
ให้ซื้อคัมรี มาใช้ในบ้านด้วยกัน 1 คัน
รถญี่ปุ่นใหม่ ๆ เครื่องมันเงียบจริงๆ
แต่เข้าศูนย์อะไร ๆ ก็แพงกว่าเบนซ์
เก่า ๆ ของผมหลายอยู่ครับ อันนี้ก็แล้ว
แต่ความเหมาะสมและ "ใจ" ของแต่ละ
คนครับ
 
ตอนนี้การไล่นไลน์แพร่หลายไปทุกวงการ เพราะมันง่ายต่อการ
ใช้งาน และใช้ได้สาระพัดประโยชน์ รวดเร็วเข้าถึงบุคคลต่อบุคคล
หรือบุคคลกับกลุ่มได้ง่าย โทรคุยกันก็ได้ ฟรีอีกต่างหาก
คนใช้งานได้ทั้งงานจริงๆ และกึ่งงานกึ่งบรรเทิง เช่นคนใช้
รถยี่ห้อเดียวกัน เช่นเบนซ์ และรุ่นเดียวกัน ไม่ว่า จะเป็น
W อะไรก็แล้วแต่ เค้ากไปตั้งกลุ่ม ไลน์ คุยกันรวดเร็วทันใจ
จะลงรูปอะไรก็ง่ายปานพลิกฝ่ามือ ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่เวปไวค์
ที่คุยกันเกี่ยวกะรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน รุ่นไหน มักจะเงียบ
สงบ มีขาประจำที่ยังเหนียวแน่นอยู่ไมมากนัก หรือว่าเค้าแอบซุ่ม
อ่านอ่ย่างเดียวเงียบ ๆ เพราะคุยกันไปหมดแล้วหลายรอบในปัญหา
เดิม ๆ ของรุ่นนั้น ๆ ก็ไม่รู้

กลุ่ม LINE ผมว่าน่าจะเหมาะกับการทักทาย อัพเดทข่าว นัดหมาย แจ้งตำแหน่ง
และอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านแล้วตอบแบบรวดเร็ว รายละเอียดไม่เยอะมาก
ถ้าเป็นกลุ่มใหญ่ การย้อนกลับไปดูยิ่งนานวัน จะไม่สะดวก หรือลบทิ้งไปแล้ว
การโพสโฆษณาขายของ ยิ่งรำคาญใหญ่

ผมก็เล่น LINE เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น
กลุ่มคนในครอบครัว แต่สำหรับสังคม BON ผมว่าการค้นข้อมูล
ตลอดจนโพสข้อมูลจำนวนมาก ยังมีความจำเป็นต้องเข้าเว๊ป
เพราะจะเข้าถึงข้อมูลง่ายกว่า และสะดวกกว่าเมื่อใช้จากหน้าจอใหญ่

สำหรับเว๊ป BON การค้นข้อมูลเก่าจะมีปัญหา จากรูปที่ฝากไว้หายไป
ทำให้ความน่าสนใจลดลง สมาชิกเก่าหายไปมาก ก็ฝากท่านที่เหลืออยู่
ช่วยกันทำให้เว๊ปนี้เป็นที่ให้ข้อมูล ช่วยเหลือ แสดงความเห็น แลกเปลี่ยน
ซื้อ-ขาย ตลอดจนสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสมาชิกทุกคน
 
ผมว่าไลน์ตอนนี้ในกลุ่มคนทำงานบริษัทฯ มีทั้งกลุ่มไลน์สำนักงานใหญ่
แจ้งพนักงาน และ กลุ่มไลน์พนักงานสาขา และกลุ่มย่อยซ้อนย่อยลง
ไปอีก ซึ่งสะดวกจริงๆในการส่งข่าวและแจ้งนัดหมายอย่างที่ท่านว่ามา
ข้อเสียของไลน์มีนิดหน่อย คือไม่กี่วัน(จำเวลาที่แน่นอนไม่ได้)ภาพ
ที่ลงไว้ก็จะหายไปจริงๆ แม้ไลน์โฆษณาจะเยอะมาก แต่ถ้าเราไม่
นิยมเล่นสติ๊กเกอร์ หรืออยากได้ของฟรี โฆษณามันก็หาช่องเข้ามา
หาเราไม่ได้เหมือนกัน สังเกตุว่าตอนนี้สมาชิกเวปนี้ที่(แอบดูเฉยๆ)
หรือหายไปจากการตอบ/ถาม ไปเยอะมาก ผมว่านอกจากเค้าไปเล่น
ไลน์กลุ่มเฉพาะของเค้าหมดแล้วยังมีอีกข้อหนึ่งคือปัญหาเดิมๆเค้า
เข้าใจหมดแล้ว จึงมีแต่สมาชิกส่วนใหญ่ที่มาถามตอบเป็นสมาชิก
ใหม่ที่เพิ่งรับรถต่อมาใหม่ซะเป็นส่วนใหญ่
 
Back
Top