ช่วงนี้ผมไปอู่บ่อย ๆ เพราะรถซ่อมใหญ่อยู่ ระหว่างนี้ผมเจอรถไม่ต่ำกว่า 4 คัน (หลายรุ่นตั้งแต่ 124, 210, 140, 211) ที่มีปัญหาน้ำเข้าเกียร์ (ทั้งเข้านานแล้วซ่อมไม่จบ กับเพิ่งเข้า) ทำเอาผมรู้สึกกังวลมาก ยังไงก็ซ่อมใหญ่แล้ว เลยอยากเปลี่ยนมาใช้ oil cooler เกียร์แบบอากาศ
รถผม W140 (คันใหม่ที่จะติด) คันเก่า (w124 ก็ว่าจะแยกอยู่ครับ)
จากที่ได้อ่านมาสรุปได้ว่า
1. ต้องดูค่า GVW (Gross Vechicle Weight) ของรถหน่วยเป็นปปอนด์ ว่าเท่าไหร่ เช่น W140 น่าจะเหมาะกับ GVW Rating 18,000-24,000 (http://transmissionrepairguy.com/transmission-cooler/#gvw) เพราะว่าตัว oil cooler จะบอกความสามารถในการระบายไว้สัมพันธ์กับโหลดของรถ (ภาระที่เกียร์ต้องฉุดให้รถวิ่งไปได้)
2. oil cooler มี 3 แบบ ใช้แทนกันได้หมด แต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ที่แน่ ๆ ราคาต่างกัน (และมีแบบที่มีพัดลมรวมอยู่ด้วย คือทุกแบบเข้าใจว่าติดพัดลมเพิ่มได้หมด)
http://transmissionrepairguy.com/transmission-cooler/
3. การติดตั้งควรติดไว้ด้านหน้า หม้อน้ำและแผงระบายความร้อนแอร์ (ส่วนถ้ามี Engine Oil Cooler ผมก็ไม่ทราบแล้วครับว่าไว้หน้าหรือหลัง) ถ้าติดจุดอับที่ไม่มีลมผ่าน ควรใช้แบบมีพัดลมช่วย และที่สำคัญ ทิศทางการติดให้ดูที่การเรียงตัวของฟินระบายความร้อน เวลาติดตั้งแล้วจะต้องขนานไปกับทิศทางของส่วนอื่น เช่น ลายช่องฟินต้องขนานกับลายช่องฟินของหม้อน้ำ เพื่อให้อากาศถ่ายเทดี (http://www.transmissioncoolers.us/category/cooler-info.html)
ไม่ควรติดตั้งไว้หน้าซุ่มล้อทั้งสองข้าง แม้จะมีรูที่ยึดให้อยู่แล้ว เพราะมีโอกาสจะทำให้ผ้าเบรกหมดไว (ความร้อนพัดไปทางเบรก) จริงเท็จประการใดไม่ทราบแต่ลุงสี่เคยแนะนำไว้
ส่วนเรื่องจะตั้งขึ้นหรือทิ่มลง (เอาสายน้ำมันเกียร์เข้าออกไว้ทางด้านบนหรือล่างก็แล้วแต่ครับ ส่วนใหญ่ผมเห็นไว้ข้างล่าง น่าจะสะดวกในการติดตั้งมากกว่า)
ผมมีเรื่องสอบถามดังนี้
1. w140 ผมยังไม่ได้ติดตั้งพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ ใช้พัดลมหน้าเครื่องแบบเดิม เลยไม่รู้ว่าจะไว้ส่วนไหนดี ผมกะว่าจะไว้หน้าสุดของหม้อน้ำ ตรงกลาง คงโดนกันชนบังแต่ กันชนมีรูน่าจะพอไหว
2. ส่วนเรื่องขนาด เมืองไทยร้อนจัด โดยเฉพาะตอนรถติดใน กทม.ผมเจอทุกวัน วันละนานมาก ๆ ผมไม่รู้ว่าถ้าไม่ติดพัดลมที่ฟินเพิ่มจะไหวไหม เพราะถ้ารถอยู่นิ่ง ๆ ก็ไม่มีอากาศผ่านฟิน พัดลมด้านหน้าก็พัดไม่โดน (พัดอยู่ด้านบน แผงออยเกียร์ไว้ด้านล่าง) พัดลมดูดข้างหลังก็มีแต่ฟรีคลัช หรือ..ผมจะไปทำพัดลมไฟฟ้าแบบลุงสี่ไปเลยจบเรื่อง จะได้มีลมดูพอดี เพราะพัดลมจะไว้เยื้องกัน 2 ตัว ผมก็เอาออยเกียร์ไว้ที่ด้านพัดลมตัวล่างอยู่พอดี
3. เมื่อใช้ออยเกียร์แบบอากาศ เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าน้ำมันเกียร์มันร้อนแค่ไหน ผมเลยอยากจะติดตัวเซ็นเซอร์วัดแบบหางปลา ลากไปต่อหน้าจอ LCD ที่มีขายหลายยี่ห้อ ปัญหาคือผมก็ไม่รู้ว่าควรเอาหางปลาไปขันล็อกไว้กับน็อตตัวไหนในระบบเกียร์ดี ถึงจะได้ค่าอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ที่ใกล้เคียงมากที่สุด เพราะเผื่อวัดแล้วอุณหภูมิยังสูงอยู่มากผมจะได้ติดพัดลมให้เฉพาะออยเกียร์เลยแยกต่างหาก (ตัววัดอุณหภูมิเช่น TTmeter สามารถตั้งค่าสั่งรีเลย์ตัดต่อได้ตามอุณหภูมิที่วัดได้ ก็น่าจะไม่มีปัญหา งานนี้ควบคุมแบบอยู่หมัดแน่นอน กำหนดได้เลยจะให้น้ำมันเกียร์มีอุณหภูมิช่วงไหน) เพราะน้ำมันเกียร์ไฟฟ้าแพงมาก เปลี่ยนทีครึ่งหมื่นกว่า และพวกซีลต่าง ๆ หรือในระบบเกียร์ก็จะแย่ด้วยถ้าอุณหภูมิสูง (อยากให้ทุกอย่างอายุยืนเพราะฮอลเกียร์ครึ่งแสนกว่าทีเดียว)
ขอบคุณมากครับ
ปล. (ช่วงนี้ผมโพสถามเยอะไปหน่อย ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ เพราะผมพยายามหาข้อมูลแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี และผมกะซ่อมหรือทำให้จบ ๆ ไปซะทีเดียว แบบ preventive ชีวิตจะได้ไม่จิตตกบ่อย ผมกะใช้เป็นคันหลักแทน 124)
รถผม W140 (คันใหม่ที่จะติด) คันเก่า (w124 ก็ว่าจะแยกอยู่ครับ)
จากที่ได้อ่านมาสรุปได้ว่า
1. ต้องดูค่า GVW (Gross Vechicle Weight) ของรถหน่วยเป็นปปอนด์ ว่าเท่าไหร่ เช่น W140 น่าจะเหมาะกับ GVW Rating 18,000-24,000 (http://transmissionrepairguy.com/transmission-cooler/#gvw) เพราะว่าตัว oil cooler จะบอกความสามารถในการระบายไว้สัมพันธ์กับโหลดของรถ (ภาระที่เกียร์ต้องฉุดให้รถวิ่งไปได้)
2. oil cooler มี 3 แบบ ใช้แทนกันได้หมด แต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ที่แน่ ๆ ราคาต่างกัน (และมีแบบที่มีพัดลมรวมอยู่ด้วย คือทุกแบบเข้าใจว่าติดพัดลมเพิ่มได้หมด)
http://transmissionrepairguy.com/transmission-cooler/
3. การติดตั้งควรติดไว้ด้านหน้า หม้อน้ำและแผงระบายความร้อนแอร์ (ส่วนถ้ามี Engine Oil Cooler ผมก็ไม่ทราบแล้วครับว่าไว้หน้าหรือหลัง) ถ้าติดจุดอับที่ไม่มีลมผ่าน ควรใช้แบบมีพัดลมช่วย และที่สำคัญ ทิศทางการติดให้ดูที่การเรียงตัวของฟินระบายความร้อน เวลาติดตั้งแล้วจะต้องขนานไปกับทิศทางของส่วนอื่น เช่น ลายช่องฟินต้องขนานกับลายช่องฟินของหม้อน้ำ เพื่อให้อากาศถ่ายเทดี (http://www.transmissioncoolers.us/category/cooler-info.html)
ไม่ควรติดตั้งไว้หน้าซุ่มล้อทั้งสองข้าง แม้จะมีรูที่ยึดให้อยู่แล้ว เพราะมีโอกาสจะทำให้ผ้าเบรกหมดไว (ความร้อนพัดไปทางเบรก) จริงเท็จประการใดไม่ทราบแต่ลุงสี่เคยแนะนำไว้
ส่วนเรื่องจะตั้งขึ้นหรือทิ่มลง (เอาสายน้ำมันเกียร์เข้าออกไว้ทางด้านบนหรือล่างก็แล้วแต่ครับ ส่วนใหญ่ผมเห็นไว้ข้างล่าง น่าจะสะดวกในการติดตั้งมากกว่า)
ผมมีเรื่องสอบถามดังนี้
1. w140 ผมยังไม่ได้ติดตั้งพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ ใช้พัดลมหน้าเครื่องแบบเดิม เลยไม่รู้ว่าจะไว้ส่วนไหนดี ผมกะว่าจะไว้หน้าสุดของหม้อน้ำ ตรงกลาง คงโดนกันชนบังแต่ กันชนมีรูน่าจะพอไหว
2. ส่วนเรื่องขนาด เมืองไทยร้อนจัด โดยเฉพาะตอนรถติดใน กทม.ผมเจอทุกวัน วันละนานมาก ๆ ผมไม่รู้ว่าถ้าไม่ติดพัดลมที่ฟินเพิ่มจะไหวไหม เพราะถ้ารถอยู่นิ่ง ๆ ก็ไม่มีอากาศผ่านฟิน พัดลมด้านหน้าก็พัดไม่โดน (พัดอยู่ด้านบน แผงออยเกียร์ไว้ด้านล่าง) พัดลมดูดข้างหลังก็มีแต่ฟรีคลัช หรือ..ผมจะไปทำพัดลมไฟฟ้าแบบลุงสี่ไปเลยจบเรื่อง จะได้มีลมดูพอดี เพราะพัดลมจะไว้เยื้องกัน 2 ตัว ผมก็เอาออยเกียร์ไว้ที่ด้านพัดลมตัวล่างอยู่พอดี
3. เมื่อใช้ออยเกียร์แบบอากาศ เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าน้ำมันเกียร์มันร้อนแค่ไหน ผมเลยอยากจะติดตัวเซ็นเซอร์วัดแบบหางปลา ลากไปต่อหน้าจอ LCD ที่มีขายหลายยี่ห้อ ปัญหาคือผมก็ไม่รู้ว่าควรเอาหางปลาไปขันล็อกไว้กับน็อตตัวไหนในระบบเกียร์ดี ถึงจะได้ค่าอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ที่ใกล้เคียงมากที่สุด เพราะเผื่อวัดแล้วอุณหภูมิยังสูงอยู่มากผมจะได้ติดพัดลมให้เฉพาะออยเกียร์เลยแยกต่างหาก (ตัววัดอุณหภูมิเช่น TTmeter สามารถตั้งค่าสั่งรีเลย์ตัดต่อได้ตามอุณหภูมิที่วัดได้ ก็น่าจะไม่มีปัญหา งานนี้ควบคุมแบบอยู่หมัดแน่นอน กำหนดได้เลยจะให้น้ำมันเกียร์มีอุณหภูมิช่วงไหน) เพราะน้ำมันเกียร์ไฟฟ้าแพงมาก เปลี่ยนทีครึ่งหมื่นกว่า และพวกซีลต่าง ๆ หรือในระบบเกียร์ก็จะแย่ด้วยถ้าอุณหภูมิสูง (อยากให้ทุกอย่างอายุยืนเพราะฮอลเกียร์ครึ่งแสนกว่าทีเดียว)
ขอบคุณมากครับ
ปล. (ช่วงนี้ผมโพสถามเยอะไปหน่อย ต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะครับ เพราะผมพยายามหาข้อมูลแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี และผมกะซ่อมหรือทำให้จบ ๆ ไปซะทีเดียว แบบ preventive ชีวิตจะได้ไม่จิตตกบ่อย ผมกะใช้เป็นคันหลักแทน 124)
Last edited: