รายงานเรื่องทำพัดลมไฟฟ้าครับ

124300E

New member
จากกระทู้เก่าของผม ที่พี่ 421 บอกว่า
"ถ้า ใช้พัดลมไฟฟ้า + บังลม แต่คงรังผึ้งแอร์ ของเดิมไม่มีพัดลมไฟฟ้าข้างหน้า ความร้อนก็ต่ำกว่าเดิม แต่สูงกว่าใช้รังผึ้งแอร์ ตากลม และ เราจะเย็นน้อยกว่าครับ ส่วนตอนรถติด ก็ขึ้นอยู่กับว่ามอเตอร์พัดลม ใหญ่พอป่าว ?"
ผมก็เลยลองทำตามดูครับ
step 1 กลับไปใส่พัดลมไฟฟ้าอีกรอบ + ขยายช่องของคอยแอร์ +คงพัดลมไฟฟ้าใว้ จากรูปจะเห็นพื้นที่ที่ผมขยายช่องรังผึ้งแอร์...
ผลคือ ขับในเมือง 20-60กม/ชม พัดลมทำงานเป็นพักๆ ครั้งละ 1 นาที พอขับ 60-80กม/ชม. ความร้อน 85-90 ถ้าขับมากว่า 100 ความร้อนจะได้ 80-85 พอรถติดๆ ถ้าพัดลมทำงานชุดเดียวความร้อนจะคงที่ ไม่ขึ้น-ไม่ลงและพัดลมก็จะทำงานอยู่อย่างนั้นตลอด แต่พอพัดลมไฟฟ้า+เครื่องทำงานพร้อมกันก็ดึงความร้อนลงมาได้ แต่ใช้เวลาซัก 5 นาที่ก็ 85 แล้วครับ
 
พี่ 421 บอกว่า พัดลมดูดดีกว่าดัน ก็ทดลองโดยการต่อพัดลมไฟฟ้าเพิ่มการทำงานให้ทำงานตาม pressure SW (พัดลมแอร์ Step 1)เข้ามาอีก+ ตัดไฟพัดลมแอร์ออก ส่วนที่ 95 พัดลมไฟฟ้าก็ทำงานตามปกติ...ให้เป็นดูดอย่างเดียวครับ
ผลคือ พอรถวิ่งความร้อนเย็นดีกว่าเดิม แต่พอรถติดก็อยุดนิ่งที่ 95 ครับแต่ว่าพัดลมไฟฟ้าทำงานตลอด....ผมคิดว่าเข้าท่าดีแต่ต้องปรับปรุงอีก

โดย..
1. ถอดพัดลมแอร์+แผงบังลมแอร์ออก.. พบว่าเป็นที่เก็บขยะจริงๆครับ และที่สำคัญพื้นที่ของรังผึ้งแอร์ที่ถูกบัง 50-60% ตันครับ ลมเป่ามีทะลุเลย... 8) )
...จากรูป 1 = ของเดิมๆ เห็นว่าถี่มากกกก.. 2= แหวกเล็กๆ ..และ 3=ทะลวงด้วยเหล็ก 4มม. ต่างกันมากๆครับ

ผลคือ
- พอพัดลมไฟฟ้าทำงานเอามืออังดูพื้นที่ 3 จะรู้สึกชัดเจนว่ามาลมแผ่วๆ ทีผิวรังผึ้ง ส่วนพื้นที่ 1,2 แทบไมรู้สึกเลยครับ...
icon_biggrin.gif

- รถวิ่ง ดีกว่าทุกแบบที่ทำมา ถ้าพัดลมไฟฟ้าทำงานก็ ไม่เกิน 1 นาที
- รถติด พอพัดลมไฟฟ้าทำงาน ความร้อนจะค่อยๆ ลดลงครับ และดับไปที่ 85 พอ pressure SW ทำงานต่อก็ลงต่ออีก
ขอความเห็นจากพี่ๆ ด้วยครับ
 
ตอนนี้จะใดซักพักครับ ถ้า work ก็..
1.) จะหาพัดลมติ้นามาแทนซักตัว เพื่อพัดลมจะแรงขึ้นอีกเมื่อ Pressure SW ทำงานพร้อมกับ SW ความร้อน 95 ครับ
2.) อาจหาพัดลมเล็กๆ มาแปะที่หน้ารังผึ้ง เหมือนรถญี่ปุ่น ช่วยส่งลมเข้าไปครับ ทำงานตาม Pressure SW ครับ
 
ที่คุณทำมาแล้ว มันเป็นเพียงการทำพัดลมไฟฟ้าเบื้องต้น ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้พัดลมไฟฟ้าแทนพัดลมเครื่องนั้นเป็นไปได้

แล้วมันจะเกิดคำถามตามมาว่า " พัดลมทำงานนานเกินไป , ทำงานหนักเกินไป , เราพึ่งพาพัดลมไฟฟ้ามากไปป่าว ?

พอไปนั่งรถยุ่น ก็จะมีคำถามว่า " ทำไงถึงจะเย็นเท่าเขา ? "

ถ้าคุณไม่ยอมเปลี่ยนหม้อน้ำให้ใหญ่ขึ้น เพื่อจะได้พึ่งพาพัดลมน้อยลง แล้วรถมันจะวิ่งดี , วิ่งนิ่ม , วิ่งเงียบ ได้ไง ?

ถ้าคุณไม่เปลี่ยนรังผึ้งแอร์ ให้ใหญ่กว่าเดิม ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่า รังผึ้งของเดิม เล็กมาก เมื่อเทียบสัดส่วนกับ ห้องโดยสาร และ เล็กกว่ารถยุ่นขนาดเล็กด้วยซ้ำไป

ถ้าจะไม่ทำทั้ง 2 อย่าง ก็ต้องทำอย่างนี้ ......

ไปร้านแอร์ หรือ ร้านขายอุปกรณ์แอร์ เขามีน้ำยาทำความสอาดรังผึ้งแอร์ ภายนอกขาย บรรจุ ขวดพลาสติก ขนาด ขวดน้ำกลั่น ขายขวดละ 20 ซื้อมา 2 ขวดเลย เอามาบรรจุใส่ ที่ฉีดสเปร์ พรมผ้า ฉีดที่รังผึ้งให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10 - 15 นาที แล้วฉีดน้ำล้างให้หมด น้ำยานี้ไม่ใช่ โซดาไฟ จึงไม่กัดโลหะ แต่ให้ระวังโดนสีรถไว้บ้างแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้นกว่านี้แน่
 
หลักการระบายความร้อนออกจากวัตถุนั้นมีปัจจัยหลักๆอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น
1. ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างสิ่งที่จะระบายความร้อนกับตัวกลางที่จะพาความร้อนออกไปในที่นี้คืออากาศ ถ้าอุณหภูมิยิ่งแตกต่างกันมากจะยิ่งระบายความร้อนได้เร็ว
2. พื้นที่ของครีบระบายความร้อน ยิ่งมาก ยิ่งระบายได้เร็ว
3. ความเร็วของอากาศที่มาระบายความร้อน ยิ่งมาก ยิ่งระบายได้เร็ว

ข้อ 2 กับข้อ 3 นั้นแลกเปลี่ยนชดเชยกันได้ คือถ้าความเร็วของอากาศน้อย ก็ต้องอาศัยพื้นที่ครีบเยอะๆ แต่ถ้ามีพื้นที่ครีบน้อยก้ต้องอาศัยลมที่มีความเร็วมากขึ้น แต่ถ้าจะเอาแบบเย็นสบายลมก็ไม่ต้องแรงมากจึงเงียบด้วย ก็ต้องเดินตามรอยพี่สี่ละครับ 8) ถ้าซีลดีๆและล้างให้สะอาด อาจจะไม่ต้องถึงกับทะลวงครีบก็ได้นะครับ
icon_smile.gif
 
Back
Top