หลังจากประสบความสำเร็จในการทำพัดลมไฟฟ้าใน 190 ของผม (คิดว่า...)
ก็เอาแนวคิดนี้ ไปทำกับรถที่บ้านอีกคันเพราะเดิมพัดลมจังหวะสองทำงานดังและนานมาก
เป็นรถ pg 205 วางเครื่อง 1600 ออโต้ เดิมพัดลมเป็นแบบเป่า 2 ตัวยี่ห้อ gate, made in Italy
ขนาด 12 นิ้ว ดังพอๆ กับพัดลม aeg ของเบนซ์ อี 280 นะแหละครับ
จัดแจงรื้อโครงพัดลม และพัดลมออก ขยับแผงแอร์ หม้อน้ำมาด้านหน้าได้ซัก 2 นิ้ว ต้องเจาะคานล่าง 2 รู สำหรับยึดหม้อน้ำ ขนาดรังผึ้ง 60 x 27 ซม. เหลือที่หลังหม้อน้ำประมาณ 3 นิ้ว ใช้พัดลมญี่ปุ่นแบบดูด 2 ตัว หนาไม่ถึง 2 นิ้ว เส้นผ่า 25 ซม. สปีดเดียว ตีบังลมบางๆ ซีลเรียบร้อย ต่อวงจรใหม่ (รถมีรีเลย์คุมพัดลมจังหวะ 1 และ 2 ในตัว ไม่ต้องฝังเซนเซอร์เพิ่ม)
ทดลองวิ่งใกล้ๆ ตัดต่อตามจังหวะแอร์ นานๆ สเตปสองทำงานที
ล่าสุดพาไปทัวร์อีสานใต้ ขึ้นปราสาทเขาพนมรุ้ง (ขึ้น 3 ลง 3 กม.) ไป-กลับ 800 โล วิ่งไปกลางคืน กลับกลางวันเปรี้ยงๆ ผ่านครับ แอร์เย็น ความร้อนปกติ ตอนไปเอามอเตอร์พัดลมและลังเครื่องมือติดไปด้วย กันเหนียว
เดี๋ยวนี้ออกแนวประสาท เห็นรถใครที่รู้จักเป็นไม่ได้ รถเดิมๆ ชวนทำพัดลมไฟฟ้าหมด อวดไอเดียไปในตัว
(ขอบคุณแนวคิดพัดลมไฟฟ้าของผู้อาวุโส)
ก็เอาแนวคิดนี้ ไปทำกับรถที่บ้านอีกคันเพราะเดิมพัดลมจังหวะสองทำงานดังและนานมาก
เป็นรถ pg 205 วางเครื่อง 1600 ออโต้ เดิมพัดลมเป็นแบบเป่า 2 ตัวยี่ห้อ gate, made in Italy
ขนาด 12 นิ้ว ดังพอๆ กับพัดลม aeg ของเบนซ์ อี 280 นะแหละครับ
จัดแจงรื้อโครงพัดลม และพัดลมออก ขยับแผงแอร์ หม้อน้ำมาด้านหน้าได้ซัก 2 นิ้ว ต้องเจาะคานล่าง 2 รู สำหรับยึดหม้อน้ำ ขนาดรังผึ้ง 60 x 27 ซม. เหลือที่หลังหม้อน้ำประมาณ 3 นิ้ว ใช้พัดลมญี่ปุ่นแบบดูด 2 ตัว หนาไม่ถึง 2 นิ้ว เส้นผ่า 25 ซม. สปีดเดียว ตีบังลมบางๆ ซีลเรียบร้อย ต่อวงจรใหม่ (รถมีรีเลย์คุมพัดลมจังหวะ 1 และ 2 ในตัว ไม่ต้องฝังเซนเซอร์เพิ่ม)
ทดลองวิ่งใกล้ๆ ตัดต่อตามจังหวะแอร์ นานๆ สเตปสองทำงานที
ล่าสุดพาไปทัวร์อีสานใต้ ขึ้นปราสาทเขาพนมรุ้ง (ขึ้น 3 ลง 3 กม.) ไป-กลับ 800 โล วิ่งไปกลางคืน กลับกลางวันเปรี้ยงๆ ผ่านครับ แอร์เย็น ความร้อนปกติ ตอนไปเอามอเตอร์พัดลมและลังเครื่องมือติดไปด้วย กันเหนียว
เดี๋ยวนี้ออกแนวประสาท เห็นรถใครที่รู้จักเป็นไม่ได้ รถเดิมๆ ชวนทำพัดลมไฟฟ้าหมด อวดไอเดียไปในตัว
(ขอบคุณแนวคิดพัดลมไฟฟ้าของผู้อาวุโส)