รบกวนพี่ๆกับอาจารย์อีกแล้วครับ

รถผม W124 E220 เพิ่งเปลี่ยนบูชตัวนี้ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ ค่าบูช 90.- ค่าแรง 200.- เอารถขึ้นฮ้อยส์ ใช้เวลาเปลี่ยน 10 นาทีเสร็จครับ
 
งานเข้าแล้วสิ สงสัยหนูจะโดนพี่สมชายแช่งซะแร้วววว เมื่อตอนเที่ยงจะไปเลื่อนรถเข้าซองลบแดดซะหน่อย เอ๊า สตาร์ทมะติดซะงั้น อื๊ดดๆๆๆๆ อยู่งั้น เหยียบ(แกมกระทืบ)คันเร่งช่วย ก็ม่ายติด แงๆๆๆ
 
งานเข้าแล้วสิ สงสัยหนูจะโดนพี่สมชายแช่งซะแร้วววว เมื่อตอนเที่ยงจะไปเลื่อนรถเข้าซองลบแดดซะหน่อย เอ๊า สตาร์ทมะติดซะงั้น อื๊ดดๆๆๆๆ อยู่งั้น เหยียบ(แกมกระทืบ)คันเร่งช่วย ก็ม่ายติด แงๆๆๆ

นี่นี่..

อย่ามาเนียนนะตัวเอง

อาการที่ว่า

ไม่เกี่ยวกะคันเกียร์
 
งานเข้าแล้วสิ สงสัยหนูจะโดนพี่สมชายแช่งซะแร้วววว เมื่อตอนเที่ยงจะไปเลื่อนรถเข้าซองลบแดดซะหน่อย เอ๊า สตาร์ทมะติดซะงั้น อื๊ดดๆๆๆๆ อยู่งั้น เหยียบ(แกมกระทืบ)คันเร่งช่วย ก็ม่ายติด แงๆๆๆ

เง้ออ ลงไปสตาร์ทดูอีกที ยังมะติดอะ อืดดๆๆๆๆ เหมือนจะติดแต่มะติด ปั้มยังมีเสียงฉี่ๆ แต่.... มะดิด ทำไงละนี่
 
ผมเดาว่าสายไฟแถวๆ ECU ยังต่อไม่ครบน่ะ ยังมีรอยหนูแทะแหว่งๆอยู่ที่ใหนสักแห่งหนึ่งละน่า...ที่ช่างยังหาไม่เจอ..อุ..อุ ;)
 
เง้ออ ลงไปสตาร์ทดูอีกที ยังมะติดอะ อืดดๆๆๆๆ เหมือนจะติดแต่มะติด ปั้มยังมีเสียงฉี่ๆ แต่.... มะดิด ทำไงละนี่

ตามช่างมาจัดการให้แล้วคะ เมื่อเย็นนี้ สิบห้านาทีเสร็จ ตัวการคือ เจ้าไมโครสวิชมันสั่งจ่ายน้ำมันบางไป ช่างเลยจูนเครื่องให้จ่ายน้ำมันหนาหน่อย เอาหน้ารอดไปก่อน ค่อยหาเปลี่ยนทีหลัง ว่าแต่มีใครเคยเปลี่ยนมั้ยค่ะ สนนราคาเป็นไงบ้าง
 
ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่ๆกับอาจารย์ที่ให้ความช่วยเหลือครับ ถึงกับให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ขอบคุณมากครับ

:n20::n20::n20:

ว่าแล้วก็มารายงานผลครับ

วันนี้ดูฤกษ์แล้วได้เวลาเหมาะจะพาคนไข้ไปหาหมอครับ (คือ เมื่อวานงานมากมายเลยไม่มีเวลาครับ)

เลยจัดแจงเรียกรถพยาบาลมารับคนไข้ครับ ผมเลือกแบบ "สไลด์" ได้ครับ พอดีบุพการีมีบัตรเครดิตที่มีการช่วยเหลือเรื่องนี้อยู่ครับ

ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายไม่แรงมากครับ จากจรัล 14 ไป ซ.5 โดนไล่ออก ไป 2 คนนะครับ ถ้าจำไม่ผิดมีพี่ใน BON เคยเขียนไว้ว่า

ทำบัตรแบบที่มีบริการยกลากให้ฟรีนี่ก็ดีครับ เห็นผลก็คราวนี้แหละครับ คือ หลังจากนี้คงต้องมีไว้ก็น่าจะดีครับ

อีกอย่างที่ควรคำนึงถึง คือ รถสไลด์ ที่จะวิ่งในกรุงเทพ รู้สึกว่าจะมีเวลาที่กำหนดนะครับ ลองถามพี่คนขับเค้าบอกว่า

9.00 - 16.00 น. อีกทีก็ 20.00 - 6.00 น. อันนี้ไม่รู้ว่าชัวร์หรือเปล่านะครับ

พอไปถึงคลีนิก ผมก็ลงทะเบียนรอเข้าห้องผ่าตัด จากนั้นก็แจกแจงอาการให้หมอฟัง หมอวินิฉัยว่าน่าจะเป็นที่

1. วาล์วอะไรสักอย่าง (พอดีจำชื่อไม่ได้ครับ) ทำหน้าที่ฉีดน้ำมันเกียร์เข้าไปที่สมองเกียร์ทำให้เกียร์เปลี่ยนตามที่เราสั่งครับ

2. สมองเกียร์

พอได้เวลาผ่าตัดหมอก็เช็ค จำเลยที่ 1 ปรากฎว่ายังใช้ได้ดีอยู่ เลยทำการชำแหละ จำเลยที่ 2 ครับ พอเห็นการผ่าตัดจำเลยที่ 2 โอววว ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเยอะจัง:n32:

หลังจากชำแหละมาได้สักพักก็พบตัวปัญหาที่เป็นพลาสติกและมีสปริงติดอยู่ครับ มันไม่ยอมเด้งกลับครับ แกะดูมันแตกและหักคาเลยครับ

หมอเลยจัดแจงให้ยา และหาชิ้นส่วนมาใส่ แถมยังแกะอ่างเกียร์มาดูว่ามีชิ้นแปลกปลอมอะไรหลุดอีกหรือเปล่า เบ็ดเสร็จ ประกอบกลับ และเช็คน้ำมันเกียร์

ก็ให้ลองสตาร์ทและเข้าเกียร์ดู แล้วเกียร์ก็จับได้ดังเดิมครับ จบแล้วก็จ่ายตัง สบายใจครับ

ระหว่างที่รอรักษาอาการ เห็นรถ 190E คันนึงครับ แอบมองดูโช๊ค เบรค และ ล้อ หลังครับ เห็นแล้วก็งงครับ ทำไมไม่เหมือนของเรา:confused:

แต่พอได้คุยกับท่านเจ้าของรถแล้ว ถึงผมจะรู้สึกคันแต่ผมก็ไม่กล้าที่จะเกาแล้วครับ

แต่ต้องขอขอบคุณครับ สำหรับความรู้ที่ได้รับครับ ด้วยความเคารพครับ:D
 
จบได้ด้วยดีคับ

แม้ว่าจะผิดจากที่คาดหมายไว้
ไม่คิดว่า จะวาวล์ลูกสูบพลาสติกในสมองเกียร์ จะแตกและ เกิด
อาการ ทันทีทันใดเช่นนี้

คราวหน้า ถ้ามีโอกาสล้างสมองเกียร์ คงต้องเปลี่ยนตัวนี้บ้างแล้ว

มีรูปไหมคับ เจ้าวาวล์หรือลูกสูบสมองเกียร์ตัวนั้น
 
จบได้ด้วยดีคับ

แม้ว่าจะผิดจากที่คาดหมายไว้
ไม่คิดว่า จะวาวล์ลูกสูบพลาสติกในสมองเกียร์ จะแตกและ เกิด
อาการ ทันทีทันใดเช่นนี้

คราวหน้า ถ้ามีโอกาสล้างสมองเกียร์ คงต้องเปลี่ยนตัวนี้บ้างแล้ว

มีรูปไหมคับ เจ้าวาวล์หรือลูกสูบสมองเกียร์ตัวนั้น

ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ครับพี่ แต่ตัวมันจะมีสปริงด้วยครับ และจะมีแกนเล็กๆ ที่ชักเข้าออกได้อะครับ

ตอนแรกคิดว่าต้องยกเกียร์แล้วครับ:n03: สุดท้ายก็ยังไม่ค่อยกล้าไปไหนไกลๆครับ ว่าจะลองวิ่งใกล้บ้านสัก 3-4 วันครับแล้วค่อยซ่าครับ:D
 
เกิดกับ 300E เพื่อนผมเหมือนกัน ค่ำๆที่วัดโสม
ถอยเข้าซองจอด เดินหน้าที ถอยหลังที พอตั้งลำตรง
เกียร์ไม่ไปซะงั้น ลองทุกเกียร์ เหมือนเกียร์ว่างหมด
เครื่องยนต์เดินเบาก็ปกติ เข้าเกียร์ได้ทุกเกียร์
เข้าแล้วไม่มีอาการกระตุกใดๆเลย นิ่งสนิท
สุดท้ายไม่พ้น slide มาอู่ช่างศักดิ์ตามเคย .....
เปิดเกียร์ออกมาเหมือนของคุณ Adolff เป๊ะ
 
ตามช่างมาจัดการให้แล้วคะ เมื่อเย็นนี้ สิบห้านาทีเสร็จ ตัวการคือ เจ้าไมโครสวิชมันสั่งจ่ายน้ำมันบางไป ช่างเลยจูนเครื่องให้จ่ายน้ำมันหนาหน่อย เอาหน้ารอดไปก่อน ค่อยหาเปลี่ยนทีหลัง ว่าแต่มีใครเคยเปลี่ยนมั้ยค่ะ สนนราคาเป็นไงบ้าง

ไอ้ตัวที่ว่ามันอยู่ตรงไหนอะครับ นึกม่ายออก:confused:

สตาร์ทยากนี่มันหลายปัจจัยครับผมว่า (ทั้งที่ความรู้ตัวเองเท่าหางอึ่ง) อาจแบ่งได้สัก 2 ส่วนใหญ่ๆมั้งครับ

1. ระบบเชื้อเพลิง ว่าตั้งแต่น้ำมันแบบไหนที่เติม ปั๊มติ๊ก กรองเบนซิน สายน้ำมันเชื้อเพลิง วาล์วกัก หัวฝักบัว

2.ระบบไฟ หัวเทียน สายหัวเทียน คอยล์ จานจ่าย สวิชชิ่ง ตัวปรับไฟอ่อนแก่ (เรียกไม่ถูกครับ)

ยังอีกหลายตัวที่ผมไม่รู้ แต่ฟังข้อมูลจากพี่ เพิ่งเปลี่ยนสายเบนซิน ถ้าก่อนหน้านี้ สตาร์ทติดง่าย แล้วน้ำมันที่พี่ใช้อยู่

มันแบบเดิมๆป่าวครับ โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ปกติ ผมว่า 95 สตาร์ทง่ายกว่า 91 ครับ โซฮอล 95 ไม่เคยลองครับ

พี่ให้ข้อมูลเพิ่มอีกหน่อย เดี๋ยวพี่ๆกับอาจารย์จะได้ช่วยว่าครับ ขอบคุณครับ:D
 
ไอ้ตัวที่ว่ามันอยู่ตรงไหนอะครับ นึกม่ายออก:confused:

สตาร์ทยากนี่มันหลายปัจจัยครับผมว่า (ทั้งที่ความรู้ตัวเองเท่าหางอึ่ง) อาจแบ่งได้สัก 2 ส่วนใหญ่ๆมั้งครับ

1. ระบบเชื้อเพลิง ว่าตั้งแต่น้ำมันแบบไหนที่เติม ปั๊มติ๊ก กรองเบนซิน สายน้ำมันเชื้อเพลิง วาล์วกัก หัวฝักบัว

2.ระบบไฟ หัวเทียน สายหัวเทียน คอยล์ จานจ่าย สวิชชิ่ง ตัวปรับไฟอ่อนแก่ (เรียกไม่ถูกครับ)

ยังอีกหลายตัวที่ผมไม่รู้ แต่ฟังข้อมูลจากพี่ เพิ่งเปลี่ยนสายเบนซิน ถ้าก่อนหน้านี้ สตาร์ทติดง่าย แล้วน้ำมันที่พี่ใช้อยู่

มันแบบเดิมๆป่าวครับ โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ปกติ ผมว่า 95 สตาร์ทง่ายกว่า 91 ครับ โซฮอล 95 ไม่เคยลองครับ
พี่ให้ข้อมูลเพิ่มอีกหน่อย เดี๋ยวพี่ๆกับอาจารย์จะได้ช่วยว่าครับ ขอบคุณครับ:D


อะหา พี่สิใช้ 91 Gasohol ด้วย เหตุผล
1.เชื่อตามที่มีผู้โพสต์ในเว็บว่าใช้ได้
2.รถที่ได้มาได้จูนให้ใช้กับ 91 มาครับ (พอเติม 95 มันกินน้ำมันมากเลย พอใช้ 91 กลับบกินน้อยกว่า; อันนี้จับไมล์ กะน้ำมันเลยครับ)

เติม 95 เมื่อดับเครื่อง แล้วบิดสวิทซ์กุญแจ ON เครื่องยนต์มันทำงานอีกครับ อย่างนี้ไฟไม่พอดีใช่ไหม (ไฟอ่อน ไฟแก่)
 
Back
Top