พัดลมไฟฟ้ากับวาวล์น้ำ

harm_c220

New member
ท่านที่ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม
จากเดิมคันที่เป็นพัดลมใบลาน

ติดตั้งวาวล์น้ำ71หรือ87องศากันหรือครับ
จะสอบถามเรื่อง ping-pong effects
 
วาวล์น้ำเบอร์71,,มันจะรันความร้อนให้นิ่งที่85ตลอดเวลา
วาวล์น้ำเบอร์87,,มันจะรันึวามร้อนให้นิ่งที่93ตลอดเวลา

เซรเซอรสีเทาเริ่มทำที่93ตัดที่86
เลข93มันจะคาบเกี่ยวกัน,ปัญหามันจะมีตอนใช้วาวล์น้ำเบอร์87หรือเปล่า?
 
สำรวจรถท่านกันบ้างหรือเปล่าว่า
ความร้อนมันนิ่งอยู่ที่เท่าไร?

จะได้รุ้ว่ารถท่านใช้วาวล์น้ำเบอรไหนกัน?
 
ใช่ครับ ผมใช้อยู่ 71 นิ่งที่ 85 แต่ถ้าเกิน 87 พัดลมไฟฟ้า step 2 ทำงาน แล้วยังมีอีกถ้าเกิน 105 พัดลมไฟฟ้าหน้าหม้อน้ำทำงานจุดนี้ของเดิมเครื่อง M104 ไม่ได้ตัดออก ปล่อยไว้เผื่อพัดลมไฟฟ้าเสีย ปิดแอร์ขับกลับได้ครับ ตั้งแต่ติดพัดลมไฟฟ้ามาเกิน 105 ไม่เคยทำงานเลยครับ
 
ใช่ครับ ผมใช้อยู่ 71 นิ่งที่ 85 แต่ถ้าเกิน 87 พัดลมไฟฟ้า step 2 ทำงาน แล้วยังมีอีกถ้าเกิน 105 พัดลมไฟฟ้าหน้าหม้อน้ำทำงานจุดนี้ของเดิมเครื่อง M104 ไม่ได้ตัดออก ปล่อยไว้เผื่อพัดลมไฟฟ้าเสีย ปิดแอร์ขับกลับได้ครับ ตั้งแต่ติดพัดลมไฟฟ้ามาเกิน 105 ไม่เคยทำงานเลยครับ

ที่ว่าเกิน87,,ใช้Senserตัวไหนครับ
เพราะว่าสีเทามัน93
 
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอีกมุมนึงครับ อาจจะยาวไป ก็อภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


เครื่องBenzในยุค90-00(ปีอื่นไม่แน่ใจ)จะเซทค่าoperating tempไว้คอ่นข้างสูงที่ 93องศา

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบได้จ่ายเชื้อเพลิงในอัตราส่วน 14.7:1 (อากาศ/เชื้อเพลิง)


>>> ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการเซทค่าวาล์วน้ำมาตรฐานอยู่ที่ 87องศา เพื่อให้สอดคล้องลักษณะ

การทำงานข้างต้น ให้เครื่องwarm ไปถึงจุด optimum (93 องศา)โดยเร็วที่สุด ถ้าไม่ถึงระบบ

ก็จะสั่งจ่ายน้ำมันหนาอยู่ตลอด (อุณภูมิต่ำ =มวลอากาศหนา/อุณภูมิสูง=มวลอากาศบาง) ตรงนี้

ปัญหาอื่นจะตามมา มลพิษ แคทตัน กำลังเครื่องลดลง ฯลฯ ฉนั้นกรณีเครื่องเย็นเกินไปในขณะใช้

งานประจำวันปกติจึงอันตรายต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว


>>> ผมอยากแนะนำแบบนี้ ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพสมบูรณ์วาล์ว 87 เหมาะสมด้วยประการ

ทั้งปวง (ย้ำนะครับเป็นloopทำงานของเครื่องยนต์ ส่วนเรื่องสภาพอากาศ เมื่องร้อน/เมืองหนาว

อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด) ผมเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นทุกปี เคยเปลี่ยนหม้อน้ำมา1ครั้ง และ

ใช้น้ำกลั่นเติม(แทนน้ำเปล่า) จึงไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำขุ่นข้น ตะกรัน หม้อน้ำตัน พัดลมเสีย ฯลฯ


>>> นอกเสียจากว่า เครื่องมีปัญหาความร้อนแบบเรื้อรัง อาจจะเพราะตะกรันเกาะภายในช่องทาง

เดินน้ำ หรือหม้อไม่สะอาด อันนี้ช่างบางท่านแนะนำว่าวาล์วน้ำ 71 อาจจะพอให้ใช้ แต่ก็เป็นการแก้

ปัญหาที่ปลายเหตุละครับ (อันนี้เป็นความเห็นของช่างบางท่านนะครับ)


>>> ส่วนตัวเคยทดสอบกับปลาวาฬสองคัน (เครื่องM104) สภาพเครื่องสมบูรณ์พอกัน คันนึงใช้

วาล์ว 87 อีกคันใช้ 71 การขับขี่ต่างเลยครับ (สองคันนี้ดูแลอย่างดีเหมือนกัน เปลี่ยนเซนเซอแทบ

จะทุกตัวทั้งสองคัน) คัน 87 เร่งสู้สึกเบาเท้ามาก เครื่องเดินนิ่งกว่า กำลังมาเร็วกว่า ประยัดน้ำมัน

ส่วนคันที่ใช้วาล์ว 71 ก็ตรงกันข้ามเลยครับ เลยเปลี่ยนกลับเป็นวาล์ว87


>>> ผมเองก็เคยหลงคิดไปว่าเครื่องวิ่งอุณหภูมิเย็นๆ (เช่น 85)จะดี เนื่องจากตอนนั้นยังไม่เคย

รู้ว่าเครื่องเบนซ์เค้า fix อุณภูมิการทำงาน (operating temp)ไว้ที่ 93 อันนี้เราจะไปแก้ไขอะไร

ไม่ได้เพราะเป็นค่า default โรงงาน ตอนนั้นดูแลทุกอย่างดี (ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนตอนเพิ่งได้รถ)

เปลี่ยนวาล์วน้ำ71 อุณภูมิอยู่ที่ 80 ต้นๆตลอด แต่กำลังเครื่องจะอืดๆ ขับไม่สนุก (w140 มันเห็น

อาการชัดเพราะรถน้ำหนักเยอะ) สุดท้ายไปเจอบทความใน benzworld.com เลยพบว่าวาล์ว71

ตัวนี้เป็นจำเลย เปลี่ยนแล้วขับเหมือนคนละคันเลยครับ


>>> เขียนมาซะยาว ไม่ได้จะตำหนิคนใช้วาล์ว 71 มันอาจเป็นทางออกในบางกรณี แต่กับรถที่

ทุกอย่าง(หรือเกือบทุกอย่าง)ยังทำงานสมบูรณ์ วาล์ว87 คือสิ่งที่ดีที่สุดครับ
 
ท่านที่ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม
จากเดิมคันที่เป็นพัดลมใบลาน

ติดตั้งวาวล์น้ำ71หรือ87องศากันหรือครับ
จะสอบถามเรื่อง ping-pong effects

ถามต่อเลยเรื่อง ping--pong effect
การเพิ่มพัดลมไฟฟ้า,,โดยใช้สวิทสีเทาเป็นตัวตัดต่อพัดลม
มันจะมีผลเรื่อง ระยะคาบเกี่ยวกับ การเปิดของวาวล์น้ำเบอร์87หรือไม่?
 
ใครใช้วาวล์น้ำเบอร์87
กับสวิทความร้อนสีเทาบ้าง

มี effect อย่างผมว่าป่าว?
 
ขอถามเป็นความรู้นะครับ

พัดลมใบลานหมายถึงพัดลมฟรีคลัชหรือเปล่าครับ?? หรือคือพัดลมหน้ารถ (aux fan)?

เข้าใจว่าพี่ harm_c220 คงถอดฟรีคลัชออกแล้วโมฯใส่พัดลมไฟฟ้าแทน ถูกต้แงมั้ยครับ?
 
ผมใช้วาล์วน้ำ 80 องศา เครื่อง M104
สวิทช์ความร้อนสีเทา
 
พัดลมใบลาน หมายถึงพัดลมฟรีคลัชครับ

ยังไม่ได้ใส่พัดลมไฟฟ้าครับ
อยากทราบว่าคนใช้วาวล์น้ำ87
เจอปัญหา,,ปิงปอง,, effect,,หรือเปล่า?

วาวล์น้ำ80,,คงมาจากฝั่ง,,bmw
แปลงใส่,,ซีคลาสน่าจะยาก
 
w140 s280 ใชัพัดลมไฟฟ้าคู่หน้าเดิม ถ้าติด สวิทช์สีเทาเพิ่ม

จะใช้ stage 1 หรือ stage 2 ถึงจะพอดีครับ
 
จะเลือกใช้วาล์วน้ำ เท่าไหร่ ต้องมาดูรถเราครับ เพราะมาถึงวันนี้ประสิทธิภาพการหล่อเย็นแต่ละคันได้ไม่เท่าเทียมกัน วาล์วน้ำนั้น มีหน้าที่ block น้ำ หรือไม่เปิดให้น้ำวนจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เช่นใช้วาล์วน้ำ 71 มันจะเปิดก็ต่อเมื่อน้ำร้อนถึง 71 หากเลือก วาล์ว 87 มันจะเปิดที่ 87 ทีนี้ต้องมาดูรถเรา หากความร้อนอยู่เหนือ 87C ตลอดเวลา จะมาเลือกวาล์ว 71 ก็ไร้ประโยชน์
รถผมทำพัดลมไฟฟ้า เต็มรูปแบบแล้ว ใช้ใน กทม วิ่งทางยาว วงแหวนตะวันออก หน้าหนาว ความร้อนมันต่ำเกิน 80 จะลงมาถึง 75 ด้วยซ้ำไป ผมเลือกใช้วาล์วน้ำ 80C ความร้อนเครื่องยนต์จะลงต่ำสุดได้แค่ 80C พอเข้าเมืองหน้าร้อน + รถติด มันจะอยู่แถวๆ 95C ซึ่งความร้อนราวๆ 90-95 รถจะวิ่งลื่นมาก เล่าจากประสบการณ์ล้วนๆครับ
ข้อดีการทำพัดลมไฟฟ้า คงไม่ต้องเล่า เอาข้อเสียละกัน engine brake จะหายไปเยอะเลย ทางแก้คือ หาเบรคใหญ่มาลง ช่วยได้ 100% ส่วนคำถาม ping pong effect คืออะไรครับ ผมไม่เข้าใจคำถาม
 
เรียนพี่Chui
Cคลาสปี94,,วาวล์น้ำมันมาพร้อมเสื้อครับ

Ping--pong effect คือ สวิทสีเทาใช้ร่วมกับวาวล์น้ำ87องศา

สวิทสีเทาทำที่93ตัดที่87องศา
,,,,วาล์วน้ำ87เริ่มเปิดที่87,,,,,

พอสวิทสีเทาตัด--วาวล์น้ำก็เริ่เปิดอีกที
มันจะร้อนขึ้นจนถึง93,,สวิทก็ทำต่อ,,วนไปเรื่อยๆครับ
 
ใช่ๆๆๆ ครับ ของ C220 หรือ E220 วาล์วน้ำกับเสื้อติดกันขายเป็นชิ้นเดียว
ของ E280 ขายวาล์วน้ำเป็นตัวเดี่ยว
ผมไม่ใช้วาล์วน้ำ 87C เพราะอย่างที่คุณบอก น้ำร้อนจนพัดลมไฟฟ้าทำงานไม่หยุด
 
จะเลือกใช้วาล์วน้ำ เท่าไหร่ ต้องมาดูรถเราครับ เพราะมาถึงวันนี้ประสิทธิภาพการหล่อเย็นแต่ละคันได้ไม่เท่าเทียมกัน วาล์วน้ำนั้น มีหน้าที่ block น้ำ หรือไม่เปิดให้น้ำวนจนถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เช่นใช้วาล์วน้ำ 71 มันจะเปิดก็ต่อเมื่อน้ำร้อนถึง 71 หากเลือก วาล์ว 87 มันจะเปิดที่ 87 ทีนี้ต้องมาดูรถเรา หากความร้อนอยู่เหนือ 87C ตลอดเวลา จะมาเลือกวาล์ว 71 ก็ไร้ประโยชน์
รถผมทำพัดลมไฟฟ้า เต็มรูปแบบแล้ว ใช้ใน กทม วิ่งทางยาว วงแหวนตะวันออก หน้าหนาว ความร้อนมันต่ำเกิน 80 จะลงมาถึง 75 ด้วยซ้ำไป ผมเลือกใช้วาล์วน้ำ 80C ความร้อนเครื่องยนต์จะลงต่ำสุดได้แค่ 80C พอเข้าเมืองหน้าร้อน + รถติด มันจะอยู่แถวๆ 95C ซึ่งความร้อนราวๆ 90-95 รถจะวิ่งลื่นมาก เล่าจากประสบการณ์ล้วนๆครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ
ไม่ได้เจอพี่ฉุยนานเลย
55ได้แต่แนะสมาชิกไปซื้อPOSI

M104ผม..ร้อนเหมือนที่พี่ฉุยกล่าว
ลุ้นตลอดเมื่อต้องไปย่านถนนอโศก
ตัดสินใจDIYเองเลย
โดยใช้วาวล์น้ำ82C
ใหม่กิ๊กจากแบรนด์ฝาหรั่ง
แต่ประกอบในไทย

โดยแกะเสื้อฯจากวาวล์เก่า
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=82252&highlight=%C7%D2%C7%C5%EC%B9%E9%D3
ไม่ได้ฟรีจากใครนะ ไม่รู้มีHidden Agendaอะไร แต่ไม่มาตอบ

ผมเลยแชร์DIYให้เลย ไม่ต้องไปซื้อใคร
สำคัญแค่จานล่าง
เจียร์รีเวตที่ล๊อคทิ้ง

ใส่วาวล์82C ยาวเท่าเบนซ์
รองWasherแล้วใช้แหวนเกือกม้าล็อค
ขอบด้านบน อุดร่องเสื้อด้วยมหาอุต
วางให้แห้ง1คืน..แข็งแรงด้่งเนื้อเดียวกันเชียว

ทดสอบโหดๆมาหลายรอบแล้ว
ติด3ชม.ถนนสาธร
สรุปว่าไม่มีความเครียด.ดีที่สุดครับ

สเปกเบนซ์รถใหม่87Cไม่เถียง
มีสปริงอ่อน/แข็ง..ก็เปิดไม่เท่ากันอีก

เส้นเลือดคนเราอุดตันยังไม่เท่ากันเลย
ลอกการบ้านทั้งหมดไม่ได้ครับ.
ยินดีให้เอาไอเดียไปDIY

เคยโชว์ภาพในไลน์DIY ALL BENZ
ตั้งแต่สมัยตั้งกลุ่มๆปีก่อน
ทริคเด็ดๆผม/และเพื่อนๆปล่อยของบอกกันชนิดไม่หวง

เสียดายก็แต่วัตถุดิบมีน้อย
ไม่งั้นล่ะก็..
ผมสละเวลา
ทำได้ผล..จะมาแชร์อีกหลายเรื่องครับ
 
Last edited:
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประเด็นวาล์วน้ำ 71 และ 87 แต่ขอเน้นไปที่วาล์วน้ำ 82 ซี
ในรถฟอร์ด เฟียสต้า ก่อนนะครับ ฟอร์ดเฟียสต้าเป็นรถกลุ่มเดียวกับ วีออส และ ซิตี้
ที่ปัจจุบันล้วนไม่มีเกจความร้อนเป็นแบบเข็มอนาล็อค เฟียสต้า (รวมทั้งฟอร์ดโฟกัส)
มีเมนูลับให้เปิดดูค่าต่างๆ ได้ รวมทั้งค่าระดับความร้อนเครื่องยนต์ (Engine Temp)
ทั้งนี้เป็นแบบครั้งคราวได้ เพราะต้องจัดการเซ็ทก่อนการสตาร์ทเครื่องยนต์ (ทั้งนี้มี
ตัวเลขระดับความร้อนภายนอกรถแสดงตลอดเวลา คาดเดาคงเป็นเพราะรถฟอร์ดถูก
ออกแบบเป็นรถใช้งานเมืองหนาว ซึ่งมีความจำเป็น) เฟียสต้าเมื่อใช้งานไประยะเวลา
หนึ่งมักมีภาวะเครื่องยนต์ความร้อนขึ้นสูง จากสาเหตุพัดลมหม้อน้ำไ่ม่ทำงาน หรือ
มีภาวะน้ำหล่อเย็นรั่วออกมาก (หรือเพราะวาล์วน้ำตายปิดหรือเปิดน้อย) และมักจบ
ด้วยต้องมีการแก้ไขฟื้นฟูความเสียหายมากๆ จากปัญหาฝาสูบโก่งผิดรูป ในการแก้ไข
ในศูนย์บริการมักต้องเปลี่ยนฝาสูบใหม่ หากเป็นที่อู่นอกฟอร์ดก็มักจบด้วยการเปลี่ยน
ฝาสูบใหม่หรือฝาสูบมือสอง (ช่างอู่นอกฟอร์ดมักเป็นช่างรุ่นหนุ่มๆ ที่เคยเป็นช่างศูนย์
จึงมักรับแนวทางมาจากศูนย์) แต่ก็ยังมีช่างอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกใช้แนวทางนำฝาสูบ
ไปจัดการไสปาดรวมทั้งให้จัดการกับวาล์วและบ่าวาล์วด้วยเลยที่โรงกลึงครับ
ผลพวงจากเฟียสต้ามีภาวะเครื่องยนต์ความร้อนขึ้นสูงและเกิดความเสียหายกันมาก
ช่างอู่นอกฟอร์ดกลุ่มหนึ่งไปปิ๊งไอเดียว่าเฟียสต้าถูกออกแบบให้ใช้ในเมืองหนาวระดับ
ความร้อนโดยรวมจึงสูง (คงหมายถึง Operating Temp.ตามที่ท่าน LeMans24
แจ้งไว้) ตามข้อเท็จจริงทราบว่าตั้งแต่รถใหม่ป้ายแดงและที่ใช้งานมาระยะหนึ่งระดับ
ความร้อนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 92 -97 ซี ครับ ช่างกลุ่มนี้ได้ทดลองนำวาล์วน้ำ
จากรถโตโยต้า AE111 หรือจากโตโยต้าโซลูน่า ชนิด 76.5 ซี มาดัดแปลงใช้แทน
วาล์วน้ำ 82 ซี เดิมๆ ผลลัพท์โดยรวมระดับความร้อนเป็นที่พอใจของช่างกลุ่มนี้คือที่
ระดับ 82 - 87 ซี และมีการแนะนำให้จัดการกันอย่างแพร่หลายในคลับฟอร์ดเฟียสต้า
ครับ แม้จะมีสมาชิกจำนวนหนึ่งที่แสดงความเห็นที่ยังยืนยันใช้วาล์วน้ำ 82 ซี เดิมๆ
เพราะเห็นว่าระดับความร้อนจากวาล์วน้ำ 76.5 ซี ต่ำเกินไปและจะเกิดความเสียหาย
ต่อเครื่องยนต์ในระยะยาวครับ ผมเองไม่ใช่ช่างตัวจริงทั้งใช้งานฟอร์ดโฟกัสโดยไม่ได้
ใช้งานเฟียสต้า เข้าไปเป็นสมาชิกในคลับเฟียสต้าภายหลัง พยายามศึกษาข้อมูลทั้ง
สอบถามผู้รู้เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเมื่อเปลี่ยนเป็นวาล์วน้ำโตโยต้า 76.5 ซี แล้วระดับ
ความร้อนโดยรวมจึงลดลงได้ดังกล่าว ในสุดท้ายช่างท่านหนึ่งที่เป็นเจ้าของไอเดียร่วม
นั้นเองก็ออกมายอมรับการแลกเปลี่ยนโดยชี้แจงมีข้อสรุปในสาระสำคัญคือโครงสร้างวาล์ว
น้ำโตโยต้า 76.5 ซี มีตูดวาล์วยาวกว่าของเดิมฟอร์ด 82 ซี ฉะนั้น เมื่อกลไกของวาล์ว
เปิดอ้ามากสุดแล้ว ช่องว่างที่มากขึ้นจึงย่อมมีผลให้น้ำยาหล่อเย็นในระบบสามารถหมุน
เวียนตามการหมุนกวักของปั๊มน้ำได้มากกว่าเดิม ระดับความร้อนจึงย่อมลดลงได้
ทั้งนี้ในภาวะอื่นๆ เดียวกัน ได้แก่ พัดลมเดิม หม้อน้ำ (รังผึ้ง) เดิม (เฟียสต้ามีพัดลม
หม้อน้ำตัวเดียว สเต็ปแรกเริ่มทำงานทันที่ที่หนัาคลัชคอมแอร์จับ หากไม่เปิดแอร์เลย
พัดลมสเต็ปแรกเริ่มทำงานที่ระดับความร้อนประมาณ 105 ซี หยุดเมื่อระดับความร้อน
ลดลงเหลือ 99 ซี ส่วนสเต็ป 2 เริ่มทำงานที่ 108 ซี และ หยุดทำงานที่ 99 ซี ครับ)

ขออภัยที่เขียนมาเสียยาวเกี่ยวกับรถฟอร์ดเฟียสต้า สิ่งที่ผมต้องการขอแลกเปลี่ยนคือ
หลักการและเหตุผลของวาล์วน้ำ MB 71 และ 87 ซี ว่าแท้จริงแล้วต่างกันอย่างไร
การเริ่มเปิดที่ 71 หรือ 87 ซี นั้นเราล้วนเข้าใจดี แต่ในส่วนโครงสร้างของวาล์วน้ำทั้ง
สองแบบมีข้อแตกต่างกันที่โครงสร้างเช่นเดียวกับเคสของรถฟอร์ดเฟียสต้าข้างต้นด้วย
ใช่ไหม ทั้งระดับความร้อนเมื่อเป็นวาวล์น้ำเบอร์ 71 ที่แจ้งว่าจะรันความร้อนให้นิ่งที่
85 ซี และเมื่อเป็นวาวล์น้ำเบอร์ 87 จะรันความร้อนให้นิ่งที่ 93 ซี ตลอดเวลา นั้น
เป็นตัวเลขทั้งที่เปิดแอร์ และไม่เปิดแอร์ หรือไม่อย่างไรไหมครับ ขอบพระคุณยิ่งครับ

(ผมเคยเห็นของจริงชุดเสื้อวาล์วน้ำของรถมาสด้า 2 SkyActive ที่เสียหลังหมดระยะ
ประกัน ต้องเปลี่ยนใหม่ที่ราคา 2 หมื่นบาทเศษ ชุดเสื้อวาล์วน้ำออกแบบเป็นกล่อง
พลาสติกแข็งสีดำ มีช่องทางน้ำหล่อเย็นเข้า/ออก หลักการทำงานน้ำหล่อเย็นวิ่งไหล
ผ่านลิ้นเปิด/ปิด ช่องทางเดินให้น้ำหล่อเย็นผ่านกว้างหรือแคบมากน้อยเท่าไหร่ กล่อง
ควบคุมจะสั่งผ่านตัวมอร์เตอร์ไฟฟ้าครับ เคสนี้ผมได้รับอะไหล่มาทั้งชุดเมื่อรื้อแล้ววัดค่า
ด้วยมัลติมิเตอ์แล้วพบว่ามอร์เตอร์เสียครับ อนึ่งใน MB รุ่นใหม่ๆ อาจมีวิวัฒนาการออก
แบบวาล์วน้ำลักษณะนี้แล้วก็ได้ครับ)
 
Last edited:
W126 เครื่อง M103 ที่ยังเป็นพัดลมแบบเดิม ตอนนี้ใช้ 71 องศา เท่าที่สังเกตุ ต่อให้อากาศภายนอกช่วงเช้าๆ , พัดลมแอร์ทำงานต่อเนื่อง หรือ วิ่งยาวๆ ยังไงความร้อนก็ไม่ต่ำกว่า 82 องศา (โดยประมาณ) ซึ่งไม่ว่า วาล์วน้ำ 71 หรือ 87 ของ Benz ปริมาณน้ำไหลผ่านก็เท่ากัน (เมื่อเปิดสุดแล้ว) คหสต. ต่อให้ใช้ 71 แต่อากาศบ้านเราถือว่าเป็นเมืองร้อน เครื่องก็ไม่เย็นเกินไป [ แต่ถ้าหน้าหนาว บนดอย ก็น่าทดสอบดูผล ] อยากลองเปลี่ยนเป็น 87 เหมือนกัน แต่รถไม่ค่อยได้ใช้ก็เฉยๆ ไม่รีบ
 
ปัญหาปิงปองมาจากความร้อน M104 ติดวาล์วน้ำ 87 °C
ทำพัดลมไฟฟ้าทำงานสเต็จ 1.5 หรือ 2 ที่ 93 °C
ต่อมาใช้วิธีแก้โดยลงวาล์วน้ำ 80 °C มาลงแทน

สำหรับสี่สูบความร้อนไม่มาก จะติดวาล์วน้ำ 87 °C มีหนทางทำได้
พัดลมไฟฟ้าจะคู่กันกับการขยายหม้อใบใหญ่ขึ้น
เมื่อใช้กับ C220 ปัญหาความร้อนไม่มีแน่
ทางแก้ไข คือการตัดหรือไม่ต่อพัดลมไฟฟ้ากับสวิทช์สีเทาที่ 93 °C
เข้าใจง่าย คือระบบไฟฟ้าของรถเบ็นซ์เดิมๆ กับระบบพัดลมไฟฟ้าเพียงพอแล้ว
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C

ถ้าติดสวิทช์สีเทาแล้วทำให้ดีขึ้นเพื่อไว้เวลาปิดแอร์ขับรถ
สเต็จแรก => แรกดันน้ำยาแอร์ และที่ 93 °C ต่อกับสวิทช์สีเทา

ถ้าคิดว่าสเต็จสอง 107 °C ร้อนไปเปลี่ยนลงมา 100 °C ได้ด้วย
สเต็จสอง => เครื่องร้อน 107 °C และที่ 100 °C ต่อกับสวิทช์สีเทาขาที่สาม
 
Back
Top