พัดลมเครื่องหนืดมาก มีผลอย่างไรบ้างครับ

su280

New member
เช้าๆใช้มือหมุนพัดลมเครื่อง รู้สึกหนืดคือต้องออกแรงหมุน มือหยุดที่ไหนพัดลมก็หยุดตามมือ อย่างนี้มีผลอย่างไรบ้างครับ พร้อมวิธีแก้ ขอบคุณครับ E280 124
 
เช้าๆใช้มือหมุนพัดลมเครื่อง รู้สึกหนืดคือต้องออกแรงหมุน มือหยุดที่ไหนพัดลมก็หยุดตามมือ อย่างนี้มีผลอย่างไรบ้างครับ พร้อมวิธีแก้ ขอบคุณครับ E280 124

ตอนจอดรถ พัดลมก็จะกินกำลังเครื่องมากขึ้นอีกหน่อย แต่พอออกวิ่งมันก็ไม่ส่งผลอะไรมากและครับ
:)

วิธีแก้ รอเพื่อนๆมาแนะนำต่อละกันครับ

อันนี้แถมครับ
จากที่เคยดูสารคดีครับ
ใบพัด ออกแบบให้มีความสามารถสูงสุดในการทำงาน ที่รอบเครื่องใดเครื่องหนึ่งเท่านั้น
หมายความว่า ถ้าหมุนเร็วกว่านั้น หรือ หมุนช้ากว่านั้นมากเกินไป ก็จะเริ่มไม่มีผลอะไร
เพราะแรงดันของไหล ที่ผิวหน้าใบและหลังใบไม่สอดคล้องกับ รูปทรงของใบพัดแล้ว

ดูในสารคดี เขา เอาใบพัดเรือมาหมุนที่ความเร็วมากกว่าที่ออกแบบ เรือมันก็ไม่ไปไหนครับ
ใบมันสร้างเบาะอากาศรอบตัวใบ ซะจนมันผลักน้ำไม่ได้แล้ว

เปรียบว่า เราเอามือ กวักน้ำ ถ้ากวักกำลังดี ก็จะวักน้ำได้เรื่อยๆ แต่ถ้ากวักเร็วไป น้ำมันไหลมาแทนที่ของเดิมไม่ทัน มือเราก็กวักแทบไม่ได้น้ำ ยิ่งกวักเร็วๆๆๆ สุดท้าย ก็กวักได้แต่ลมครับ
ซึ่งพอ กวักแต่ลม มันก็ไม่มีแรงต้านอะไรเหลือและ
ใบพัดลม ก็เช่นกัน ในรอบสูงๆ มันก็กวักลมไม่โดนครับ ถ้าไม่ได้ออกแบบให้กวักในรอบนั้น

การที่พัดลมหน้าเครื่องหนืด หรือ ลื่นกว่า ที่ผู้ออกแบบระบุ ก็จะทำให้ ใบพัดทำงาน คลาดเคลื่อนไปจาก "รอบ" ที่ วิศวกรต้องการ ในที่นี้ก็คือ ทำงานดีที่สุดในรอบที่ต่ำลงมาจากปกติอีกหน่อย
 
เช้าๆใช้มือหมุนพัดลมเครื่อง รู้สึกหนืดคือต้องออกแรงหมุน มือหยุดที่ไหนพัดลมก็หยุดตามมือ อย่างนี้มีผลอย่างไรบ้างครับ พร้อมวิธีแก้ ขอบคุณครับ E280 124


สงสัยช่างเติมน้ำยาให้มากเกินไปหน่อย

มีเวลาหาของใหม่เปลี่ยนดีกว่า 2 พันกว่าเอง

ขับแล้วสบายใจกว่าครับ
 
ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้คือว่า ตอนเช้าขับไปที่ทำงานอุณหภูมิจะไม่ถึง 80 ราวๆ65-70 (6 กิโล จอดไฟแดง 2 ที่) คือกว่าจะถึง 80 ใช้เวลานานมาก แล้วเวลาที่วิ่งทางไกลถ้าอากาศปกติก็จะราว 80 ยกเว้นติดไฟแดง ก็จะขึ้นไป 85 แต่ช้า และถ้าอากาศเย็นก็จะเกือบๆถึง 80 เท่านั้นครับ ไม่ทราบว่าเป็นผลจากพัดลมฟรีปั๊มหรือปล่าวครับ
 
หากพัดลมที่บ้านหมุนฟรีได้เลยโอเคสบายใจไม่เสียค่าไฟ แต่พัดลมรถพี่หมุนฟรีไม่หนืดเลยเตรียมเสียตังค์ฮิๆ
 
ตามที่ถาม

ถามที่1
ตอบ ดีแล้ว ดีกว่าลื่นเกิน จริงๆต้องออกแรงผลักมันหน่อย แต่เราผลักในนั้นไม่ถนัด มันจะไปต่อไม่เกิน1/4= ปกติ ผลเสียก็แค่เสียงดังขึ้น กินแรงเครื่องบ้างมั๊ง(แต่เครื่อง6สูบ ไม่ต้องแคร์หรอก)

คำถามที่2
สงสัยใช้วาล์วน้ำ(Thermostat) 71 ผลเสียเครื่องยนต์ทำงานที่ T ต่ำกว่าที่กำหนด...ไม่ประหยัดน้ำมันนัก เพราะหัวฉีดจะฉีดน้ำมันไม่ได้เป็นฝอยละเอียดที่สุดเท่าที่มันควรทำได้
 
ของผมก็ขับไปซักพักเหมือนกันครับ

ความร้อนถึงจะเกิน 85 มาหน่อยๆ

เปลี่ยนปะเก็นฝาสูบ สาเหตุเกิดจากน้ำหาย

เปลี่ยนปุ๊บ น้ำไม่หายเลยทีนี้

ช่างก็ใจดี เติมน้ำยาฟรีปั๊มให้ มันหนืดขึ้นมาหน่อย

ของผมก็โอเค นะครับ
 
อยากให้ความร้อนถึง80เร็วๆ หลังจากอุ่นเครื่องได้5 นาทีแล้ว ให้เร่งเครื่อง3000ถึง4000รอบไว้15นาที ร้อนถึง80แน่ พัก5นาที เอาใหม่อีกรอบ ผมเคยทำอย่างนี้ โดยรถไม่ได้วิ่งไปไหนเลย เป็นเวลา2ชม.ครึ่งไม่ได้ดับเครื่องเลย เพื่อนบ้านตะโกนมาว่า พีรถเป็นอะไร ผมตอบว่าลองเครื่องไม่เป็นอะไร พบว่า ความร้อนถึง100และ110 จนพัดลมสะเต็บสองทำงาน หลังจากผ่านมือช่างจากสำนักบางบัวทองแล้วเกิน 92 พัดลมทำงานแล้ว เร็วจัง ผบ.บอกว่าเสียงดังอีก สงสัยไปขี่จักรยานน่าจะดีกว่า::):)
 
ให้แง่คิดเฉพาะท่านๆ ที่ไปเติมน้ำมันฟรีปั้มอะนะ

ในฟรีปั้มเป็นระบบปิด

ถ้าใช้ไปนานๆ แล้วมันลื่น แสดงว่า มันสึกหรอภายใน

ลูกปืนคลอนแคลนแย้ว

เติมน้ำมันเข้าไป แล้วรู้ได้ไงว่า ดีแล้ว


แค่ไหนดี

ซื้อใหม่ตัวนึง ไม่กี่พัน ใช้ไปนานปี




ฟรีปั้มหนักๆ หนืดๆ ผลเสียมีแน่

ไม่งั้นเค้าจะทำฟรีปั้มทำไม

-กินแรงเครื่อง
-เสียงดังมาก ยิ่งวิ่งเร็ว ยิ่งดัง
-ที่ความเร็วสูง ลม ถูกดูดเข้ามาเพียงพอแล้ว

-ลูกปืนฐานฟรีปั้มทำงานหนัก แตกไว
เพราะ ยิ่ง ปั่นเร็ว แรงดึงตัว ออกจากฐานยิ่งมาก

-ลูกรอกสายพาน ทำงานหนัก จากใบพัด เสียไว
 
อะไหล่ตัวนี้ของใหม่สำหรับเครื่อง M 104 ผมเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อปีที่แล้ว
จำได้ว่าประมาณ 2 พันต้น ๆ ครับ

ของ 4 สูบ ซื้อมาเมื่อ2 วันก่อน แถววัดโสม ราคา 1300 บาท ครับ
 
ให้แง่คิดเฉพาะท่านๆ ที่ไปเติมน้ำมันฟรีปั้มอะนะ

ในฟรีปั้มเป็นระบบปิด

ถ้าใช้ไปนานๆ แล้วมันลื่น แสดงว่า มันสึกหรอภายใน

ลูกปืนคลอนแคลนแย้ว

เติมน้ำมันเข้าไป แล้วรู้ได้ไงว่า ดีแล้ว


แค่ไหนดี

ซื้อใหม่ตัวนึง ไม่กี่พัน ใช้ไปนานปี




ฟรีปั้มหนักๆ หนืดๆ ผลเสียมีแน่

ไม่งั้นเค้าจะทำฟรีปั้มทำไม

-กินแรงเครื่อง
-เสียงดังมาก ยิ่งวิ่งเร็ว ยิ่งดัง
-ที่ความเร็วสูง ลม ถูกดูดเข้ามาเพียงพอแล้ว

-ลูกปืนฐานฟรีปั้มทำงานหนัก แตกไว
เพราะ ยิ่ง ปั่นเร็ว แรงดึงตัว ออกจากฐานยิ่งมาก

-ลูกรอกสายพาน ทำงานหนัก จากใบพัด เสียไว


โอวววว ขอบคุณ พี่สมชาย มากๆครับ เด่ว รอบนี้ กลับเข้า กทม จะเอา ไปเปลี่ยน พัดลมฟรีปั๊ม ละ
 
ฟรีครัทหนืดมากครับ

มีสมาชิกหลายคนเคยโทรปรึกษาว่า ฟรีปั้มหนืดมากปลื่ยนใหม่ใหม ผมบอกว่าอย่าเลย....เดียวจะเสียตังค์เปล่าครับ เขาก็ไม่เชื่อ ไปชื้อใหม่มาใส่ ....แล้าโทรมารายงานผล ว่าเงียบมากเลยพี่เบากว่าเดิมเยอะเลย รู้งี้....เปลื่ยนไปนานแล้ว และแล้ว...อีก2วันโทรกลับมาบอกว่า....พี่ความร้อนขึ้นแตะ100 วิ่งแล้วลง เร่งเครื่องก็ลง แล้วถามว่าพี่คิกว่าเป็นที่อะไร ผมบอกว่าหม้อน้ำเริ่มตัน. ?...แล้วเขาก็สวนมาว่า...ของเดิมใช้มาไม่เคยขึ้นเลยนะ

ผมเลยบอกว่าถ้าไม่อยากเปลื่ยนหม้อน้ำก็เอาฟรีครัชอันเดิมมาใส่คืน แล้วอีกวันโทรมาบอกว่า เอาตัวเก่ามาใส่ หายเลย

ที่เล่ายาวๆไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือจะบอกให้รู้ว่าถ้าฟรีครัชคันใหนหนืดมาก....ตั้งข้อสงสัยไว้เลยว่า ช่างเขาต้องแก้อะไรชักอย่างแน่นอนครับ แม้แต่4สูบนะครับ
 
น้ำมันฟรีปั๊ม สำหรับ MB ใช้เบอร์อะไรครับ ( ผู้ใดทราบช่วยบอกที )
 
มีสมาชิกหลายคนเคยโทรปรึกษาว่า ฟรีปั้มหนืดมากปลื่ยนใหม่ใหม ผมบอกว่าอย่าเลย....เดียวจะเสียตังค์เปล่าครับ เขาก็ไม่เชื่อ ไปชื้อใหม่มาใส่ ....แล้าโทรมารายงานผล ว่าเงียบมากเลยพี่เบากว่าเดิมเยอะเลย รู้งี้....เปลื่ยนไปนานแล้ว และแล้ว...อีก2วันโทรกลับมาบอกว่า....พี่ความร้อนขึ้นแตะ100 วิ่งแล้วลง เร่งเครื่องก็ลง แล้วถามว่าพี่คิกว่าเป็นที่อะไร ผมบอกว่าหม้อน้ำเริ่มตัน. ?...แล้วเขาก็สวนมาว่า...ของเดิมใช้มาไม่เคยขึ้นเลยนะ

ผมเลยบอกว่าถ้าไม่อยากเปลื่ยนหม้อน้ำก็เอาฟรีครัชอันเดิมมาใส่คืน แล้วอีกวันโทรมาบอกว่า เอาตัวเก่ามาใส่ หายเลย

ที่เล่ายาวๆไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือจะบอกให้รู้ว่าถ้าฟรีครัชคันใหนหนืดมาก....ตั้งข้อสงสัยไว้เลยว่า ช่างเขาต้องแก้อะไรชักอย่างแน่นอนครับ แม้แต่4สูบนะครับ


ตรงที่บอกว่า แก้ไขอะไรซักอย่างนี้ ผมมองว่า เค้าอัดน้ำมันฟรีครัชเพิ่มเข้าไปในส่วนที่พร่อง คงไม่ได้

ไปยุ่งกับ อุปกรณ์ ชิ้นอื่น แต่สำหรับผม เปลี่ยนอันใหม่ ผมว่าสบายใจกว่า อัดของเก่า ระบบปิดการ

สึกหรอมันย่อมเกิด ที่พี่สมชายแนะนำมา ถูกต้องที่สุดแล้วครับ
 
ฟรีปั๊ม ถ้าเป็นระบบปิดก็ขึ้นอยู่กับการเติม น้ำมันหรือน้ำยาหรือซิลิโคน(แล้วแต่จะเรียก) ให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม อยู่ที่ว่าเราจะทราบได้อย่างไร ว่าจะต้องเติมปริมาณเท่าใด หรือความหนืดเท่าไร(หรือเบอร์อะไร)
มีบางเวป ใช้วิธีตรวจสอบโดยการใช้มือหมุน ให้มีความรู้สึกว่าตึงๆ มือ (แต่ก็ไม่ชัวร์) ซึ่งก็ต้องเสี่ยงกับการถอดเข้าถอดออก (เป็นการสุ่มเดา, ต้องมีเวลาพอสมควร) เพื่อหาความเหมาะสมกับการทดลองใช้งานจริง ต้องมีเพื่อนเป็นช่าง หรือลงมือทำเอง
แต่ถ้าใช้ของใหม่เลย ความเสี่ยงก็ลดน้อยลงไปเยอะ(สำหรับผู้ที่เบื่อกับการเสียเวลาในการพบช่าง หรือเบื่อกับการต้องรื้อเข้ารื่อออก) แต่ก็มีบางกรณีที่ QC ผิดพลาด ใช้ได้ 30,000- 40,000 ก.ม. ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว
สรุป แล้วแต่กรณี
ถ้าชอบประหยัด..เงิน..ชอบ DIY .. ทำเองได้หรือมีเพื่อนเป็นช่างที่สนิท.... ก็เติมเอง
ถ้าชอบประหยัดเวลา ..ชอบความสะดวก ..กลัวรถช้ำ ......................... ก็ของใหม่
 
Back
Top