เบรค ABS ปกติผ้าเบรคหน้าใช้กันนานเท่าไรครับ

Peace_Keeper

New member
ปกติผ้าเบรคหน้าใช้กันนานเท่าไรครับ

คือผมเห็นเบรคไม่ค่อยจะดีช่วงนี้ และน้ำมันเบรคไม่เคยถ่าย ชุดซ่อมไม่เคยซ่อมนาน วันนี้จะไปถ่ายน้ำมันเบรคและเปลี่ยนชุดซ่อม ถอดมาเจอผ้าเบรคหน้าจะหมดแล้วครับ

ผ้าเบรค TRW เปลี่ยน ก.พ. 56 ใช้งาน 18,000 Km ครับ

งง ครับ เพิ่งเปลี่ยนไม่นานไม่คิดเลยว่าจะได้เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ครับ
 
ปกติผ้าเบรคหน้าใช้กันนานเท่าไรครับ

คือผมเห็นเบรคไม่ค่อยจะดีช่วงนี้ และน้ำมันเบรคไม่เคยถ่าย ชุดซ่อมไม่เคยซ่อมนาน วันนี้จะไปถ่ายน้ำมันเบรคและเปลี่ยนชุดซ่อม ถอดมาเจอผ้าเบรคหน้าจะหมดแล้วครับ

ผ้าเบรค TRW เปลี่ยน ก.พ. 56 ใช้งาน 18,000 Km ครับ

งง ครับ เพิ่งเปลี่ยนไม่นานไม่คิดเลยว่าจะได้เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ครับ



ของผม w124 e280 ผ้าเบรกหน้าเปลี่ยนประมาณต้นๆปี 2012 ก็ประมาณ ปีครึ่ง วิ่งมาก็เเล้วไม่ตำ่

กว่า 3 หมื่นโล เเล้ว ยังเหลืออยู่นะ เป็นผ้าโพซี่ เซรามิค เป็นข้อมูลครับ เสธ หนุ่ม
 
แสดงว่า เบรคหลังอู้ ไม่ทำงาน หรือ ผ้า ด้านไปแย้ว

ต้องเปลี่ยน -ล้าง ลูกสูบเบรคหลัง-ชุดซ่อม
ฝหรือ อาจต้องเปลี่ยนเบรคหลังด้วยคับ
 
ปกติผ้าเบรคหน้าใช้กันนานเท่าไรครับ

คือผมเห็นเบรคไม่ค่อยจะดีช่วงนี้ และน้ำมันเบรคไม่เคยถ่าย ชุดซ่อมไม่เคยซ่อมนาน วันนี้จะไปถ่ายน้ำมันเบรคและเปลี่ยนชุดซ่อม ถอดมาเจอผ้าเบรคหน้าจะหมดแล้วครับ

ผ้าเบรค TRW เปลี่ยน ก.พ. 56 ใช้งาน 18,000 Km ครับ

งง ครับ เพิ่งเปลี่ยนไม่นานไม่คิดเลยว่าจะได้เปลี่ยนเร็วขนาดนี้ครับ

ท่านเอารถตรวจสภาพเบรคแบบตรวจสภาพรถยนต์ เดี๋ยวก็ทราบว่า เบรคหน้า-หลังมีประสิทธิภาพขนาดไหนคับ ว่ามันจะอู้หรือไม่แบบเซียนนครพนมแนะนำ
 
รถผม 190E วาง 1JZ-GE ใช้ เบรคหน้าหลังของ E500 ใช้ผ้าเบรค BENZ แท้ ผ้าเบรกหมดเร็วมาก 4-5เดือน ผ้าเบรคหมด :n44: สงสัยผมวิ่งเยอะ แฮะๆๆ
หลังจากได้ผ้าเบรคจากพี่ฉุยมา 8เดือน ผ่านไปผ้าเบรคเหลืออีกเยอะครับ ของเค้าดีจริงๆ :n12:
 
ผมว่าระยะเวลาและระยะทางบอกได้ไม่ 100% ครับ เพราะอยู่ที่วิสัยการขับขี่
เบรคมาก ขับจี้ สึกหมดเร็วแน่ๆ หนุ่มขับแบบที่พี่ว่าแหงๆ
 
ตกลงว่าผมทำไปแล้ว ถ่ายน้ำมันเบรค เปลี่ยนผ้าเบรคหน้า เปลี่ยนชุดซ่อมทั้งหมด 4 ล้อ

ค่าของ 3,600 ถ้วน (สั่งจากหลังวัดโสมเอง) ค่าแรง 1,500 รวม 5,100 บาท (รถ C280 W202 ชุดเบรคติดรถชุดเดียวกับ E230 W210)

เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปเข้าเครื่องตรวจสภาพวัดประสิทธิภาพการเบรคก่อน ก็ทำไปเลยทั้งหมดที่ว่าหลังจากถอดล้อมาแล้ว

ผลคือ การกดเบรคใช้น้ำหนักเท้าน้อยลง เบรคนุ่มนวลขึ้น มั่นใจมากขึ้น ครับ

สาเหตุ ให้ผมคิดว่า รวมกันหลายอย่างตา่มที่พี่น้องว่าไว้ ทั้งเบรคหลัง อู้ ไม่ทำงาน และ ลักษณะการขับ ผมเพิ่มเติมอีกอันนึง ก็คือ ยี่ห้อของผ้าเบรค ที่ผมเลือกแบบ เบรคนุ่ม ฝุ่นน้อย ไม่ดังชัวร์ ผมคิดว่าเนื้อผ้าคงนิ่มกว่าเนื่องด้วยส่วนผสมและวัตถุประสงค์การออกแบบ ทั้งหมดมาบวกกัน เบรคหลังไม่ทำงาน+ผ้าเบรคนิ่ม+ลักษณะการขับ+น้ำมันเบรคไม่เคยเปลี่ยน ผลคือ ผ้าเบรคหมดไวมาก เบรคแย่ ใช้น้ำหนักกดมาก ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเห็น ไม่งั้นผมก็จะติดอยู่ในใจว่ามันน่าจะเกิดจากอะไรครับ
 
Last edited:
ตกลงว่าผมทำไปแล้ว ถ่ายน้ำมันเบรค เปลี่ยนผ้าเบรคหน้า เปลี่ยนชุดซ่อมทั้งหมด 4 ล้อ

ค่าของ 3,600 ถ้วน (สั่งจากหลังวัดโสมเอง) ค่าแรง 1,500 รวม 5,100 บาท (รถ C280 W202 ชุดเบรคติดรถชุดเดียวกับ E230 W210)

เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปเข้าเครื่องตรวจสภาพวัดประสิทธิภาพการเบรคก่อน ก็ทำไปเลยทั้งหมดที่ว่าหลังจากถอดล้อมาแล้ว

ผลคือ การกดเบรคใช้น้ำหนักเท้าน้อยลง เบรคนุ่มนวลขึ้น มั่นใจมากขึ้น ครับ

สาเหตุ ให้ผมคิดว่า รวมกันหลายอย่างตา่มที่พี่น้องว่าไว้ ทั้งเบรคหลัง อู้ ไม่ทำงาน และ ลักษณะการขับ ผมเพิ่มเติมอีกอันนึง ก็คือ ยี่ห้อของผ้าเบรค ที่ผมเลือกแบบ เบรคนุ่ม ฝุ่นน้อย ไม่ดังชัวร์ ผมคิดว่าเนื้อผ้าคงนิ่มกว่าเนื่องด้วยส่วนผสมและวัตถุประสงค์การออกแบบ ทั้งหมดมาบวกกัน เบรคหลังไม่ทำงาน+ผ้าเบรคนิ่ม+ลักษณะการขับ+น้ำมันเบรคไม่เคยเปลี่ยน ผลคือ ผ้าเบรคหมดไวมาก เบรคแย่ ใช้น้ำหนักกดมาก ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเห็น ไม่งั้นผมก็จะติดอยู่ในใจว่ามันน่าจะเกิดจากอะไรครับ

ขอสอบถาม จขกท.หน่อยครับ จะไปลองครื่องตรวจสภาพวัดประสิทธิภาพการเบรค ทั่วไปที่ไม่ต้องไปเข้าคิวเหมือนอู่ มีีที่ไหนที่เชื่อถือได้บ้าง ผมวิ่งเส้นเลียบด่วน ไปพระราม 9 ออกถนนศรีอยุธยา ประจำ หากมีเส้นทางนี้จะสะดวกเลย
อีกเรื่องครับ 4 วันก่อนโทรติดต่อไปที่น้องคนขายผ้าเบรค(ตามลิงค์teanaที่ท่านเคยลงลิงค์ไว้) พออีก 1 ชม.โทรกลับมาบอกว่าเกรดธรรมพันต้น ๆ ไม่มีของ มีแต่รุ่นSportราคา1700(ค่าEMSเพิ่มอีก100) ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ราคา แต่กลัวมันแข็งแล้วจะเสียงดัง ที่ท่านใช้แล้วติดใจ เป็นเกรดนี้หรือไม่ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ
 
ของผม ใช้ผ้าเบรคเดิมที่ติดมากับคาลิปเปอร์ 320 มือสอง
วิ่งไปได้ประมาณ 20,000 ก.ม.
ไฟเตือนผ้าเบรคหมดยังไม่ทันโชว์
ช่างบอกเริ่มบางแล้ว พอถอดผ้าเบรคออกมาปรากฏว่า
ผ้าเบรคมันหลุดร่อนออกมาจากแผ่นเหล็กเลยครับ
โชคยังดีที่ตรวจพบเสียก่อน ขืนใช้ต่อไปมีเสียวครับ
 
ขอสอบถาม จขกท.หน่อยครับ จะไปลองครื่องตรวจสภาพวัดประสิทธิภาพการเบรค ทั่วไปที่ไม่ต้องไปเข้าคิวเหมือนอู่ มีีที่ไหนที่เชื่อถือได้บ้าง ผมวิ่งเส้นเลียบด่วน ไปพระราม 9 ออกถนนศรีอยุธยา ประจำ หากมีเส้นทางนี้จะสะดวกเลย
อีกเรื่องครับ 4 วันก่อนโทรติดต่อไปที่น้องคนขายผ้าเบรค(ตามลิงค์teanaที่ท่านเคยลงลิงค์ไว้) พออีก 1 ชม.โทรกลับมาบอกว่าเกรดธรรมพันต้น ๆ ไม่มีของ มีแต่รุ่นSportราคา1700(ค่าEMSเพิ่มอีก100) ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ราคา แต่กลัวมันแข็งแล้วจะเสียงดัง ที่ท่านใช้แล้วติดใจ เป็นเกรดนี้หรือไม่ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ

ร้านตรวจสภาพรถครับ ร้านตรวจสภาพทั่วไปนี่ปกติผมไปสองสามเจ้าไม่ค่อยมีคิวครับ ร้านอื่นน่าจะเหมือนกันครับ ร้านไหนก็ได้ครับ มันใช้เครื่องที่ไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรเลยครับ

ส่วนรุ่นสปอร์ตก็ได้ยินว่าเบรคดีกว่าไม่ดังไม่ดำเหมือนกันครับพี่ครับ โอกาสหน้าผมคงได้ใช้เหมือนกันครับ
 
ของผม ใช้ผ้าเบรคเดิมที่ติดมากับคาลิปเปอร์ 320 มือสอง
วิ่งไปได้ประมาณ 20,000 ก.ม.
ไฟเตือนผ้าเบรคหมดยังไม่ทันโชว์
ช่างบอกเริ่มบางแล้ว พอถอดผ้าเบรคออกมาปรากฏว่า
ผ้าเบรคมันหลุดร่อนออกมาจากแผ่นเหล็กเลยครับ
โชคยังดีที่ตรวจพบเสียก่อน ขืนใช้ต่อไปมีเสียวครับ

กำลังจะช่วยอุดหนุนน้องคนนึง เค้าอัพเบรค
แล้วจะขายทั้งชุด3พัน มีจานเบรคด้วย
ถอดเก็บไว้ 6 เดือนแล้ว ผมเห็นผ้าเบรคหนาดี แต่ไม่รู้ผ้ายี่ห้ออะไร ถ้าเบนซ์แท้ก็คุ้มนะ..ว่ามั้ยครับ
W140BrakePad_zps6bf4298d.jpg

ส่วนจานเบรคดูไม่เป็น ต้องวัดจุดไหนไปจุดไหน กี่ มม.ถึงเรียกว่าหนา
เดี๋ยวหารูปเจอจะมาลงให้ดู
กรณีผ้าเบรคหลุด น่าจะผ่านปีน้ำท่วมมาหรือไม่ ผมเดาเอา
ก็ลุยน้ำบ่อย ๆ มีสิทธิ์เป็นอะไรหลายอย่าง หรือยี่ห้อเบรคก็มีส่วน
ไปอู่บ้านทีไร ผมก็ถามช่าง ศ.ว่าควรเปลี่ยนยัง(เจอร้านยางบอกว่าบางแล้ว) วันก่อนไปอีกช่างก็บอกรอไฟเตือนเลย อ่านของท่านแล้วเดี๋ยวต้องตัดสินใจหน่อยแล้ว เป็นพวกไม่ชอบเสียวซะด้วย
**กลัวไปเตือนตอนอยู่ ตจว.จะหาใครเปลี่ยนดีล่ะทีนี้555
 
ร้านตรวจสภาพรถครับ ร้านตรวจสภาพทั่วไปนี่ปกติผมไปสองสามเจ้าไม่ค่อยมีคิวครับ ร้านอื่นน่าจะเหมือนกันครับ ร้านไหนก็ได้ครับ มันใช้เครื่องที่ไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรเลยครับ

ส่วนรุ่นสปอร์ตก็ได้ยินว่าเบรคดีกว่าไม่ดังไม่ดำเหมือนกันครับพี่ครับ โอกาสหน้าผมคงได้ใช้เหมือนกันครับ

แปลกใจว่าจะซื้อทีไร มักจะต้องมีแต่รุ่นพรีเมี่ยมให้จ่ายเพิ่มทุกที เกรดธรรมดาแค่ 1.2 พันเองใช่มั้ยครับ แต่ถ้าSportดีกว่าก็น่าสน
พอดีเมื่อคืนคุยกับน้องคนนึง เค้าถอดจากS280ไปใช้อะไรไม่ได้ถามด้วยซิ ผมลงภาพไว้ข้างบน
***วันที่ไปถ่วงล้อก็ดูจานเบรคติดรถ น่าจะถูกเจียรมาหลายรอบ ก็เลยว่าจะช่วยซื้อมาทั้งชุดเลย แล้ววิธีทดสอบCalipersว่ายังดีอยู่มั้ย เบื้องต้นทำไงครับ
 
รถผมตั้งแต่ซื้อมา 1 ปี 3 เดือน(นับแค่เดือนที่แล้ว) ว่ิงไป ครบ 100,000 กม. ผ้าเบรคติดรถมายี่ห้อ trw ผมถอดมาดูตอนเปลี่ยนจานเบรคหน้าช่วงเดือนแรกที่ซื้อรถมา มันหนาประมาณ 80% เดือนที่แล้วผมอัพเบรคไปใส่ของรุ่น 220 ซึ่งเป็นจาน 2 ชั้น ถอดของเก่ามา ผ้าเบรคยังเหลือประมาณ 50% ว่ิงไป 100,000 กม. หมดผ้าเบรคไป 30% สาเหตุเพราะส่วนใหญ่ผมขับรถทางไกล และไม่ค่อยใช้เบรค ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเหยียบเบรค แต่จะใช้เทคนิคในการขับรถ ผมขับรถทุกคัน ผ้าเบรคหน้าผมใช้ได้เกิน 100,000 กม. ทุกคัน
ตอนหนุ่ม ๆ ผมทำงานใน กทม. ซื้อรถป้ายแดงมา ขับแต่ในกทม. ผ้าเบรคก็ยังใช้ได้เกิน 70,000 กม. อีกคัน ฟอร์จูนเนอร์ ใช้แต่ในสุราษฎร์ นี่ก็ตรบเช็คระยะ 70,000 กม. แล้ว เมื่อปลายเดือนที่แล้วผมก้มดูผ้าเบรคยังเหลือประมาณ 40%
 
รถผมตั้งแต่ซื้อมา 1 ปี 3 เดือน(นับแค่เดือนที่แล้ว) ว่ิงไป ครบ 100,000 กม. ผ้าเบรคติดรถมายี่ห้อ trw ผมถอดมาดูตอนเปลี่ยนจานเบรคหน้าช่วงเดือนแรกที่ซื้อรถมา มันหนาประมาณ 80% เดือนที่แล้วผมอัพเบรคไปใส่ของรุ่น 220 ซึ่งเป็นจาน 2 ชั้น ถอดของเก่ามา ผ้าเบรคยังเหลือประมาณ 50% ว่ิงไป 100,000 กม. หมดผ้าเบรคไป 30% สาเหตุเพราะส่วนใหญ่ผมขับรถทางไกล และไม่ค่อยใช้เบรค ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเหยียบเบรค แต่จะใช้เทคนิคในการขับรถ ผมขับรถทุกคัน ผ้าเบรคหน้าผมใช้ได้เกิน 100,000 กม. ทุกคัน
ตอนหนุ่ม ๆ ผมทำงานใน กทม. ซื้อรถป้ายแดงมา ขับแต่ในกทม. ผ้าเบรคก็ยังใช้ได้เกิน 70,000 กม. อีกคัน ฟอร์จูนเนอร์ ใช้แต่ในสุราษฎร์ นี่ก็ตรบเช็คระยะ 70,000 กม. แล้ว เมื่อปลายเดือนที่แล้วผมก้มดูผ้าเบรคยังเหลือประมาณ 40%

เหมือนกันครับ ผมก็ขับแบบใช้เบรคน้อยมาก
คือขับแบบดูจังหวะ ก็เลยใช้เบรคน้อย
...แต่บางคนขับไปเบรคไป จี้ตูด..เบรค โอ๊ะไฟแดง..เบรค พฤติกรรมการขับแตกต่างกันครับ
 
แปลกใจว่าจะซื้อทีไร มักจะต้องมีแต่รุ่นพรีเมี่ยมให้จ่ายเพิ่มทุกที เกรดธรรมดาแค่ 1.2 พันเองใช่มั้ยครับ แต่ถ้าSportดีกว่าก็น่าสน
พอดีเมื่อคืนคุยกับน้องคนนึง เค้าถอดจากS280ไปใช้อะไรไม่ได้ถามด้วยซิ ผมลงภาพไว้ข้างบน
***วันที่ไปถ่วงล้อก็ดูจานเบรคติดรถ น่าจะถูกเจียรมาหลายรอบ ก็เลยว่าจะช่วยซื้อมาทั้งชุดเลย แล้ววิธีทดสอบCalipersว่ายังดีอยู่มั้ย เบื้องต้นทำไงครับ

ปกติเวลาซื้อเบรคผมก็ดูด้วยตาน่ะครับ แต่เท่าที่เปลี่ยนๆมาก็ไม่เคยเจอปัญหา

ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าท่านจะเปลี่ยนใส่คาลิปเปอร์มือสองแบบเดิมเพื่ออะไร ช่วยตอบอะไรไม่ได้มากน่ะครับ เป็นผมคงำม่เคยได้คิดเรื่องนี้ ไม่อัพใหญ่กว่าเดิมก็ซื้อจานและผ้าใหม่ใส่รวมกับใส่ชุดซ่อม ไล่ ถ่าย น้ำมันเบรค เคยทำแค่นั้นแหละครับ
 
เอาภาพที่ผมประกาศขายมายืนยันว่าผมใช้ไป 100,000 กม. แล้วถอดออกมา ผ้าเบรคยังเหลือขนาดนี้
 
แบบนี้คุณเอกชัย ต้องบอกเทคนิคการขับแล้วล่ะ555
ผมก็ขับแบบ คห.ข้างบนนะครับ เพียงแต่ผ้าเบรคจากเจ้าของเดิมมาบางแล้ว(บางกว่าในภาพของคุณ) ก็เลยต้องมองหาเตรียมไว้ ของเบนซ์แท้ถามแล้ว 4XXX และร้านอะไหล่บอกของขาดด้วย555
***อยากให้เพิ่มเติมเทคนิคการช้ Engine Brake กรณีวิ่งมาเร็ว ข้างหน้าชะลอ หรือเจอโค้ง ผมจะดันลงมาเกียร์4 บ่อยครั้งไม่ต้องแตะเบรคเลย ผมขับเกียร์ธรรมดามาตั้งแต่ฝึกขับรถอายุ 15 ผมชินกับการเชนเกียร์ลง เกียร์ไม่เคยพัง เข้าใจว่าเกียร์AUTOก็หลักการเดียวกัน ลงมาทีละStep เกียร์คงไม่พัง
ท่านใดมีเทคนิคอื่นอีก แนะนำได้นะครับ
 
ููู^^^

เรื่องการขับขี่เพื่อให้เบรคใช้ได้ยาวนาน

๑. ขับรถแบบมีมารยาทตามกฎจราจร ไม่จี้ตูด ไปแซงปาด เบรคตามระยะปลอดภัย นุ่มๆยาวๆ ถ้าคนโดยสารนั่งสบายแบบกินกาแฟได้ในรถ นั่นแหละ เบรคจะประหยัด

๒. ตรวจเชคระบบเบรคให้ดี ของผมมันหมดเพราะมันทำงานกันไม่ครบ ของหลายอย่างสมควรต้องเปลี่ยน ทำให้เต็มระบบมันก็ดีเอง

๓. ความเห็นผม รถ มีเพื่อความสะดวกสบาย เบนซ์ออกแบบไว้ดีแล้วโดยเฉพาะ s class ขับไปตามปกติตามข้อ ๑ และ ๒ รับรองเบรคใช้ได้ยาว ไม่ต้องหาเรื่องเพิ่มภาระเพิ่มสมองให้สั่งการอย่างอื่นเพิ่มจากการขับขี่ปกติแต่อย่างใด รถ มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ใช่เพิ่มภาระครับ ผมคิดอย่างนั้น

๔. ผ้าเบรคก็สมควรแล้วที่จะเปลี่ยนของใหม่มันก็จะใช้ได้ยาวๆตามท่านประสงค์ และยี่ห้อส่วนตัวแล้วผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องใช้ของเบนซ์แท้ ได้เขียนไปแล้วหลายที่ว่าของอื่นที่ทำดีกว่าเบนซ์ก็มีถมไป ของหลายอย่างไม่จำเป็นต้องเบนซ์ เรื่องผ้าเบรคไหนๆจะถอดจะเปลี่ยนแล้วก็ใส่ของใหม่ไปเลยลงทุนครั้งเดียวใช้ยาวๆ
 
เทคนิคการขับรถของผมง่าย ๆ ครับ คำนวนความเร็วว่าโค้งหน้าที่เราจะเข้านั้น รถเราเข้าได้ที่ความเร็วเท่าไหร่ แล้วรถไม่เสียอาการ ถ้าเรามาเร็ว เราก็ยกคันเร่งก่อนกะว่าพอถึงโค้งความเร็วจะลงมาพอดีที่เราคำนวนไว้ พอล้อหน้าจับโค้งได้ก็ค่อย ๆ เดินคันเร่งจนหมดโค้ง พอเราขับเส้นทางเดิม ๆ เราก็จะจำได้ว่า เส้นนี้เราควรจะขับที่ความเร็วเท่าไหร่ ช่วงไหน โค้งไหนใช้ความเร็วสูงได้ โค้งไหนเทท้ิงต้องเบรคช่วยก่อนเข้าโค้ง
ช่วงทางตรงก็มองไปให้สุดสายตา สังเกตุว่าแยกหน้าไฟอะไร สมมุติว่าไฟเขียว ให้มองรถสวนทางมาว่ารถออกมามากไหม ถ้ามากแสดงว่าเขียวนานแล้ว เราไปถึงก็คงจะแดงพอดี เราก็ยกคันเร่งซะไม่ต้องรีบ พอเกือบถึงมันไฟแดงเราก็ไม่ต้องลงเบรคแรง เช่นกัน ถ้ารถฝั่งตรงข้ามเพ่ิมว่ิงมาได้สี่ห้าคัน แสดงว่าเพ่ิงเขียว ผมจะเพ่ิมความเร็ว(ถ้าถนนว่าง) เพื่อให้พ้นไฟเขียว ผมไม่เคยใช้เกียร์เอนจ้ินเบรค เพราะใช้จังหวะตลอดเวลาในการขับ และจะคำนวนความเร็วตลอดเวลากับรถสวนทาง หรือรถที่เราจะแซง(ในกรณีเลนสวน)
 
ููู^^^

เรื่องการขับขี่เพื่อให้เบรคใช้ได้ยาวนาน

๑. ขับรถแบบมีมารยาทตามกฎจราจร ไม่จี้ตูด ไปแซงปาด เบรคตามระยะปลอดภัย นุ่มๆยาวๆ ถ้าคนโดยสารนั่งสบายแบบกินกาแฟได้ในรถ นั่นแหละ เบรคจะประหยัด

๒. ตรวจเชคระบบเบรคให้ดี ของผมมันหมดเพราะมันทำงานกันไม่ครบ ของหลายอย่างสมควรต้องเปลี่ยน ทำให้เต็มระบบมันก็ดีเอง

๓. ความเห็นผม รถ มีเพื่อความสะดวกสบาย เบนซ์ออกแบบไว้ดีแล้วโดยเฉพาะ s class ขับไปตามปกติตามข้อ ๑ และ ๒ รับรองเบรคใช้ได้ยาว ไม่ต้องหาเรื่องเพิ่มภาระเพิ่มสมองให้สั่งการอย่างอื่นเพิ่มจากการขับขี่ปกติแต่อย่างใด รถ มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ใช่เพิ่มภาระครับ ผมคิดอย่างนั้น

๔. ผ้าเบรคก็สมควรแล้วที่จะเปลี่ยนของใหม่มันก็จะใช้ได้ยาวๆตามท่านประสงค์ และยี่ห้อส่วนตัวแล้วผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องใช้ของเบนซ์แท้ ได้เขียนไปแล้วหลายที่ว่าของอื่นที่ทำดีกว่าเบนซ์ก็มีถมไป ของหลายอย่างไม่จำเป็นต้องเบนซ์ เรื่องผ้าเบรคไหนๆจะถอดจะเปลี่ยนแล้วก็ใส่ของใหม่ไปเลยลงทุนครั้งเดียวใช้ยาวๆ

อยากเขียนเพิ่มนิดนึงว่า ที่ผมบอกไว้ข้อ ๑ และ ๒ ใช่ว่าผมจะทำได้ครบ แต่นั่นคือสิ่งที่ควรทำครับ

และเพิ่มเติมว่า

เมื่อสักครู่ผมกำลังทำข้อมูลเรื่องที่เกี่ยวกันในเรื่องงาน คิดถึงเรื่องนี้ ขอเขียนเพิ่มว่า

๑. แรงของรถ แรงเฉื่อย โมเมนตัม น้ำหนักรถ ความเร็ว จะหยุดมันได้ต้องใช้แรงเบรคเท่าไรด้วยอะไร มันขึ้นกับพฤติกรรมการขับล้วนๆ

๒. เมื่อแรงตามข้อ ๑ มาก ก็ต้องใช้ friction ในการหยุดรถให้มาก ก็ไม่ว่าจะด้วยเบรค เครื่องยนต์ หน้ายาง มันไม่มีทางทำให้แรงนั้นลดลงไปได้ฟรีๆ มันต้องแลกเอาอย่างหนึ่งอย่างใด

๓. แรงเท่ากัน เราเบรคด้วยเบรคก็กินจานเบรคผ้าเบรค ถ้าเราเบรคด้วยเกียร์ ก็กินคลัชเกียร์เพิ่มความสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ทำ engine brake มันก็ต้องแลกกันจะให้น้ำหนักการเบรคด้วยอะไร ไม่มีfrictionที่ได้มาฟรีๆ ยางเหมือนกัน ถ้าใหญ่ขึ้นก็ช่วยเบรคได้ดีขึ้น นั่นก็ไปเปลืองเรื่องยางใหญ่ ต้องแลกมาทั้งนั้น

ดังนั้นอยู่ที่ว่าคุณจะแลกกับอะไรล่ะ จะแลกกับผ้าเบรคจานเบรค หรือจะแลกด้วยเกียร์ล่ะ อยากซ่อมอะไรมากกว่า ถ้าเป็นผม ถ้าผมทำได้ตามอุดมคติ ขอแลกด้วยการขับแบบนุ่มนวล และแลกซื้อfrictionด้วยการใช้ผ้าเบรคและจานเป็นหลักครับ น่าจะเปลี่ยนง่ายกว่าครับ
 
Last edited:
Back
Top