ท่านคิดว่า W124 ใช้ได้อีกนานเเค่ไหนจึงจะปล่อยวางเป็นเศษเหล็ก !!!

jeeeep

New member
โดยส่วนตัวรัก W124 และใช้ E220 อยู่ ....... W124 ไม่ว่ารุ่นใดเก่าสุดเริ่มเมื่อปี 1986 ปัจจุบันก็ 27 ปีเเล้ว ตัวใหม่สุด 1996/1997 อายุก็ 15/16 ปีแล้ว ........ ท่านคิดว่าจะใช้ W 124 ไปได้นานแค่ไหนจึงจะ "วางมือ !!!!" ........ หรือคิดว่ามันยังใช้ได้ไปอีกนานเท่าไรจึงจะคิดว่าเป็นเศษเหล็ก ...... ขอความคิดเห็นหน่อยครับ


ขอเหตุผลไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไหล่ ความชอบ ความเบื่อหน่าย และเหตุผลอื่นๆอะไรก็ได้ ...


ขอบคุณอย่างมากครับ ^^~
 
Last edited:
ผมว่าถ้าทำสีเก็บงานเนียนๆ 124ยังไปได้อีก10กว่าปี รึอาจอยู่ได้ตลอด

เเต่อีก10ปีข้างหน้าการเปลี่ยนเเปลงของโลกมันเร็วมากไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
 
รถที่ต้องปล่อยให้เป็นเศษเหล็ก มี 3 สาเหตุ

1. ตัวถังผุมาก... เกินกว่าจะซ่อมไหว แต่ 124 มีการกันสนิมที่ดี จึงรอดจากข้อนี้ไปได้

2. อะไหล่ไม่มี ... ตรงนี้ น่าห่วงตรงที่ 124 กำลังจะหมดไปจากเกาะญี่ปุ่น อะไหล่มือ 2จะค่อยๆหมดไปจากตลาด โดยเฉพาะ ชิ้นส่วนตกแต่งภายในที่เป็นพลาสติก ซึ่งของใหม่แม้มีขายแต่ราคามันแพงไป ต้องอาศัยของมือสองแทน ส่วนของใหม่ เบนซ์มีขายตลอด ปัญหามีแค่ว่า จะสู้ราคาไหวป่าว ?

อีกเรื่องนึงที่น่ากังวล คือ 124 มีมูลค่าลดลงตามกาลเวลา เป็นสาเหตุให้ ราคาอะไหล่ไม่สูง พอราคาไม่สูง คุณภาพอะไหล่ก็ลดลงตามราคาเช่นกัน :curse:

3. คชจ. โดยรวมสูงเกินไป ตรงนี้ 124 ก็ไม่เข้าข่าย


แถม ...สาเหตุที่ 124 จะตายช้ากว่าที่ควร เพราะว่า 124 ผลิตออกมา 4 -5 ล้านคันทั่วโลก ทุกวันนี้ ก็ยังเห็นมีวิ่งอยู่ในหลายๆประเทศ ( ดูจากหนังข่าวต่างประเทศ) ในเมื่อมันยังมีวิ่งเยอะ จึงยังคงมีการผลิตอะไหล่ป้อนตลาดไม่ขาดแคลน

.... รถที่รุ่นใหม่กว่า 124 คือ c202 ,E 210 , E 211 ไม่น่าเป็นเจ้าของ

คนที่เคยใช้124 แล้วไปซื้อมาขับ จะไม่ปลื้มพอที่จะละทิ้ง 124 ไปได้ แต่ตรงกันข้าม กลับขายทิ้งไป แล้ว คงไว้ซึ่ง 124 ตามเดิม




เอาสั้นๆ คำถามนี้ อีก 10 ปีมาถามใหม่นะพี่
 
หลังจากไม่มี w123 วิ่งบนท้องถนน w124 จะเข้าสู่ยุคคลาสสิค รักษาตัวถังดีๆ วิ่งต่ออีกถึงสิบปี
 
ผมว่าถ้าทำสีเก็บงานเนียนๆ 124ยังไปได้อีก10กว่าปี รึอาจอยู่ได้ตลอด

เเต่อีก10ปีข้างหน้าการเปลี่ยนเเปลงของโลกมันเร็วมากไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง


น่าคิดข้อนี้ครับ การเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อาจจะหายไปในชั่วพริบตา แบบ แผ่นเสียง,เทียบคาร์แส็ทรถยนต์
 
เพื่อสนิทผมบ้านมันทำโรงงานกระดาษขับ CLK โฉมก่อนล่าสุด
มันบ่นให้ผมฟังทุกครั้งที่เจอ ถึงความน่ารำคาญถึง การเสื่อมอายุ ของอุปกรณ์ "อิเลคโทรนิค"
ล่าสุด เซนเซอร์ห้ามไม่ให้แอร์แบคกาง เมื่อเอาเก้าอี้นั่งเด็กมาวางที่เบาะหน้าเสีย รถมันฟ้อง และไม่ยอมทำงาน
คิดดูครับเพื่อนผมฉุนแค่ไหน เบาะหน้า CLK นะมันเอาไว้รับ ญ ที่ฟังกี้ หรือ วิป ไม่ได้เอามาส่งลูกไป เนเซอรี่
ฟางเส้นสุดท้ายของมันขาดผึง เจออีกทีไปถอย Z4 เกรย์มาเลย

เจ้า 210 ที่ผมใช้ทุกวัน ตอนนี้ เซนเซอร์ ETS เสีย เกียร์ไฟฟ้าไม่ทำงาน ครุยคอนโทรล หยุดไปด้วย คิดแล้วรำคาญ มาก โอ้ยย ไม่ต้องมาช่วยควบคุมกระจายแรงอะไรหรอก ล้อจะหมุนจะปัด ก็ช่างมันบ้าง 124 ผมกลับรถทีไรก็กดคันเร่งให้ท้ายมันสาดทุกที เป็นความสุขของผมแท้ๆ

ผมคงขับเขียวอาม่าเป็นคันสุดท้ายแล้วละ ก็จะซ่อมไปจนใหม่กว่าป้ายแดงอีกคอยดู

เงินเท่ากัน ผมเอามาทำ 124 ง่ายกว่าไปนั่งเซ็งค่าอะไหล่อิเลคโทรนิคของรถยุคใหม่
 
Last edited:
เพื่อสนิทผมบ้านมันทำโรงงานกระดาษขับ CLK โฉมก่อนล่าสุด
มันบ่นให้ผมฟังทุกครั้งที่เจอ ถึงความน่ารำคาญถึง การเสื่อมอายุ ของอุปกรณ์ "อิเลคโทรนิค"
ล่าสุด เซนเซอร์ห้ามไม่ให้แอร์แบคกาง เมื่อเอาเก้าอี้นั่งเด็กมาวางที่เบาะหน้าเสีย รถมันฟ้อง และไม่ยอมทำงาน
คิดดูครับเพื่อนผมฉุนแค่ไหน เบาะหน้า CLK นะมันเอาไว้รับ ญ ที่ฟังกี้ หรือ วิป ไม่ได้เอามาส่งลูกไป เนเซอรี่
ฟางเส้นสุดท้ายของมันขาดผึง เจออีกทีไปถอย Z4 เกรย์มาเลย

เจ้า 210 ที่ผมใช้ทุกวัน ตอนนี้ เซนเซอร์ ETS เสีย เกียร์ไฟฟ้าไม่ทำงาน ครุยคอนโทรล หยุดไปด้วย คิดแล้วรำคาญ มาก โอ้ยย ไม่ต้องมาช่วยควบคุมกระจายแรงอะไรหรอก ล้อจะหมุนจะปัด ก็ช่างมันบ้าง 124 ผมกลับรถทีไรก็กดคันเร่งให้ท้ายมันสาดทุกที เป็นความสุขของผมแท้ๆ

ผมคงขับเขียวอาม่าเป็นคันสุดท้ายแล้วละ ก็จะซ่อมไปจนใหม่กว่าป้ายแดงอีกคอยดู

เงินเท่ากัน ผมเอามาทำ 124 ง่ายกว่าไปนั่งเซ็งค่าอะไหล่อิเลคโทรนิคของรถยุคใหม่


-------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณคครับพี่...และฝากขอบคุณ "อาม่า..ท้ายสาดของพี่ !!!" ด้วยครับ...อิอิ

ผมก็เคยคิดนะว่า หลัง 124 สุดรักของผมคันนี้แล้ว ผมจะใช้ BENZ รุ่นอะไรดี....เข้าศูนย์ของผมบางครั้งก็ถอดใจกับรุ่นให่มๆ เพราะเห็น รุ่นให่มบางคันป้ายยังไม่ทันหาย "แดง" เลย ต้องมาเปิดฝาห้องเครื่อง งานเข้ากับลูกสูบ.... บางคันต้องมาทำกับสายโช่....เรื่อง electronnic ก็เห็นวุ่นวายกันอีก...... จึงอดคิดไม่ได้ว่าอนาคตจะอยู่ใช้ BENZ อย่างไรดี..... เอ้อ.... คิดมากไปมั้ยอ่ะ...:D
 
ผมมี ฺBB ผมมี taplet เมื่อต้องการใช้งานสะดวกจริงๆ ผมใช้ โนเกีย อันละ 2,000 บาทครับ:D:D
เกี่ยวกันมั๊ยนี่
Simply the Best.
 
ผมมี ฺBB ผมมี taplet เมื่อต้องการใช้งานสะดวกจริงๆ ผมใช้ โนเกีย อันละ 2,000 บาทครับ:D:D
เกี่ยวกันมั๊ยนี่
Simply the Best.


เกี่ยวกันตรงบรรทัดสุดท้ายครับ :n30:
 
รถที่ต้องปล่อยให้เป็นเศษเหล็ก มี 3 สาเหตุ

1. ตัวถังผุมาก... เกินกว่าจะซ่อมไหว แต่ 124 มีการกันสนิมที่ดี จึงรอดจากข้อนี้ไปได้

2. อะไหล่ไม่มี ... ตรงนี้ น่าห่วงตรงที่ 124 กำลังจะหมดไปจากเกาะญี่ปุ่น อะไหล่มือ 2จะค่อยๆหมดไปจากตลาด โดยเฉพาะ ชิ้นส่วนตกแต่งภายในที่เป็นพลาสติก ซึ่งของใหม่แม้มีขายแต่ราคามันแพงไป ต้องอาศัยของมือสองแทน ส่วนของใหม่ เบนซ์มีขายตลอด ปัญหามีแค่ว่า จะสู้ราคาไหวป่าว ?

อีกเรื่องนึงที่น่ากังวล คือ 124 มีมูลค่าลดลงตามกาลเวลา เป็นสาเหตุให้ ราคาอะไหล่ไม่สูง พอราคาไม่สูง คุณภาพอะไหล่ก็ลดลงตามราคาเช่นกัน :curse:

3. คชจ. โดยรวมสูงเกินไป ตรงนี้ 124 ก็ไม่เข้าข่าย


แถม ...สาเหตุที่ 124 จะตายช้ากว่าที่ควร เพราะว่า 124 ผลิตออกมา 4 -5 ล้านคันทั่วโลก ทุกวันนี้ ก็ยังเห็นมีวิ่งอยู่ในหลายๆประเทศ ( ดูจากหนังข่าวต่างประเทศ) ในเมื่อมันยังมีวิ่งเยอะ จึงยังคงมีการผลิตอะไหล่ป้อนตลาดไม่ขาดแคลน

.... รถที่รุ่นใหม่กว่า 124 คือ c202 ,E 210 , E 211 ไม่น่าเป็นเจ้าของ

คนที่เคยใช้124 แล้วไปซื้อมาขับ จะไม่ปลื้มพอที่จะละทิ้ง 124 ไปได้ แต่ตรงกันข้าม กลับขายทิ้งไป แล้ว คงไว้ซึ่ง 124 ตามเดิม




เอาสั้นๆ คำถามนี้ อีก 10 ปีมาถามใหม่นะพี่


-------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณลุงสี่มาก ที่ให้ความคิดเห็นดีๆ...ผมได้เรียนรู้สิ่งดีๆจากลุงสี่และท่านอื่นๆมากใน BON ...อยากมาหามาคุยกะลุงสี่นะ จะเจอได้ที่ใหนครับ..... ลุงสี่มีอู่อยู่แถวใหนครับ
 
โดยส่วนตัวรัก W124 และใช้ E220 อยู่ ....... W124 ไม่ว่ารุ่นใดเก่าสุดเริ่มเมื่อปี 1986 ปัจจุบันก็ 27 ปีเเล้ว ตัวใหม่สุด 1996/1997 อายุก็ 15/16 ปีแล้ว ........ ท่านคิดว่าจะใช้ W 124 ไปได้นานแค่ไหนจึงจะ "วางมือ !!!!" ........ หรือคิดว่ามันยังใช้ได้ไปอีกนานเท่าไรจึงจะคิดว่าเป็นเศษเหล็ก ...... ขอความคิดเห็นหน่อยครับ


ขอเหตุผลไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไหล่ ความชอบ ความเบื่อหน่าย และเหตุผลอื่นๆอะไรก็ได้ ...


ขอบคุณอย่างมากครับ ^^~


ผมมือสมัครเล่นคับ
ผมกะว่าจะใช้ยาวคับ รอเคื่องเดิมที่ติดมากะรถพัง แล้วก็เอาเคื่องสำรองซื้อใว้เคื่องนึง ให้มันพังแล้วก็จนวันนั้นไม่รู้เคื่องตัวใหนที่มันจะมาแรงแทน 320 อิๆๆ อีกหลายปีมั้งคับ

แล้วผมตั้งใจว่าผมจะรื้อซ่อมเองกับผู้ช่วยอิๆๆ ให้ได้ทั้งคัน ยกเว้นจูนก่องหัวฉีด กับอัดลูกหมากกะโช้ค นอกนั้นกำลังเตีรยมการณ์ ฮอลเกียรย์ เปลี่ยนแหวนสูบ แล้วก็จะไปลองจูนก่องแกสแบบพี่มานิตละ(แต่เป็นAC)
สุดท้าย ผมจะซื้อฮ๊อยส์ ใว้ที่บ้านหนึ่งตัว เห็นมีประกาศขาย 45,000 ซ่อม 5 ครั้งก็คืนทุนละ อิๆๆ
สงสัยจาจบโปรแกรมก็กาเษียณพอดีแหงๆๆ
 
W124 ในช่วงปี 1993 - 1995 ยังน่าใช้อีกนาน เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น

- ระบบเครื่องยนต์หัวฉีดไฟฟ้าที่ยังไม่ซับซ้อน, sensor ไม่เยอะ ดูแลง่าย แรงพอตัว ประหยัดพอได้
- ระบบเกียร์ถึงจะไม่ฉลาด แต่ก็วางใจได้เรื่อง ความทน ซ่อมไม่แพง และ ไม่จุกจิก
- ABS ก็วางใจได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ระบบขับเคลื่อน
- วัสดุภายในจัดว่าใช้ของดี ไม่โทรมง่ายเกินไป
 
ก้อใช้มันไปเรื่อยละครับ บอกไม่ได้หรอกครับ ว่าจะโล๊ะเมื่อไหร่
 
ก้อใช้มันไปเรื่อยละครับ บอกไม่ได้หรอกครับ ว่าจะโล๊ะเมื่อไหร่

ช่าย ๆ น้าเป้าพูดถูก ก็เหมือน แฟนอ่ะ ไม่รุ้จะโล๊ะเมื่อไหร่:D:D
 
:confused:เพิ่งใช้ได้ยังไม่ถึงหกเดือนเรย รับยายังไม่ครบสูตรอีกต่างหาก อยู่ใช้เป็นเพื่อนผมไปอีกสักสิบปีได้เปล่า
 
เพื่อสนิทผมบ้านมันทำโรงงานกระดาษขับ CLK โฉมก่อนล่าสุด
มันบ่นให้ผมฟังทุกครั้งที่เจอ ถึงความน่ารำคาญถึง การเสื่อมอายุ ของอุปกรณ์ "อิเลคโทรนิค"
ล่าสุด เซนเซอร์ห้ามไม่ให้แอร์แบคกาง เมื่อเอาเก้าอี้นั่งเด็กมาวางที่เบาะหน้าเสีย รถมันฟ้อง และไม่ยอมทำงาน
คิดดูครับเพื่อนผมฉุนแค่ไหน เบาะหน้า CLK นะมันเอาไว้รับ ญ ที่ฟังกี้ หรือ วิป ไม่ได้เอามาส่งลูกไป เนเซอรี่
ฟางเส้นสุดท้ายของมันขาดผึง เจออีกทีไปถอย Z4 เกรย์มาเลย

เจ้า 210 ที่ผมใช้ทุกวัน ตอนนี้ เซนเซอร์ ETS เสีย เกียร์ไฟฟ้าไม่ทำงาน ครุยคอนโทรล หยุดไปด้วย คิดแล้วรำคาญ มาก โอ้ยย ไม่ต้องมาช่วยควบคุมกระจายแรงอะไรหรอก ล้อจะหมุนจะปัด ก็ช่างมันบ้าง 124 ผมกลับรถทีไรก็กดคันเร่งให้ท้ายมันสาดทุกที เป็นความสุขของผมแท้ๆ

ผมคงขับเขียวอาม่าเป็นคันสุดท้ายแล้วละ ก็จะซ่อมไปจนใหม่กว่าป้ายแดงอีกคอยดู

เงินเท่ากัน ผมเอามาทำ 124 ง่ายกว่าไปนั่งเซ็งค่าอะไหล่อิเลคโทรนิคของรถยุคใหม่








-------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณคครับพี่...และฝากขอบคุณ "อาม่า..ท้ายสาดของพี่ !!!" ด้วยครับ...อิอิ

ผมก็เคยคิดนะว่า หลัง 124 สุดรักของผมคันนี้แล้ว ผมจะใช้ BENZ รุ่นอะไรดี....เข้าศูนย์ของผมบางครั้งก็ถอดใจกับรุ่นให่มๆ เพราะเห็น รุ่นให่มบางคันป้ายยังไม่ทันหาย "แดง" เลย ต้องมาเปิดฝาห้องเครื่อง งานเข้ากับลูกสูบ.... บางคันต้องมาทำกับสายโช่....เรื่อง electronnic ก็เห็นวุ่นวายกันอีก...... จึงอดคิดไม่ได้ว่าอนาคตจะอยู่ใช้ BENZ อย่างไรดี..... เอ้อ.... คิดมากไปมั้ยอ่ะ...:D


คนมีสตังค์เยอะมักขี้โมโหและขี้ลำคาญอะไรง่าย ๆ
ไม่เหมือนคนมีตังค์น้อยๆแบบผม รถสตาร์ทเครื่องรถไม่ติด
ก็ต้องหาทาง ทำให้มันติดให้ได้ทุกหนทาง ไหว้เจ้าที่ก็ต้องยอม
โมโหทุบรถไม่ได้ เดี๋ยวต้องหาตังค์มาซ่อมรถบุบอีก
นอกจากเครื่องไม่ติด...
 
:confused:เพิ่งใช้ได้ยังไม่ถึงหกเดือนเรย รับยายังไม่ครบสูตรอีกต่างหาก อยู่ใช้เป็นเพื่อนผมไปอีกสักสิบปีได้เปล่า


--------------------------------------------------------------------------

ได้เรยยยยยค้าบบบบ.... ป๋มจาเป็นเพื่อน ควบ 124 ไปอีกนานเรยยยย ค้าบบบบบ.....
พี่รู้มะ....ป๋มเห็นรถ W124 บนถนน... ไม่ว่าจะรุ่นใหนนะ.... ป๋มชอบมองและปรื้มทุกคันเรยยยยยย... อิอิ ....

ขอบคุงค้าบบบบ...:D
 
คนมีสตังค์เยอะมักขี้โมโหและขี้ลำคาญอะไรง่าย ๆ
ไม่เหมือนคนมีตังค์น้อยๆแบบผม รถสตาร์ทเครื่องรถไม่ติด
ก็ต้องหาทาง ทำให้มันติดให้ได้ทุกหนทาง ไหว้เจ้าที่ก็ต้องยอม
โมโหทุบรถไม่ได้ เดี๋ยวต้องหาตังค์มาซ่อมรถบุบอีก
นอกจากเครื่องไม่ติด...


-----------------------------------------------------------------

แหม....พี่ Coffee ว่าเข้านั่น.... เอาเป็นว่า...ผมจาใช้ไปอีกนานๆ..... จะเรียนรู้สิ่งต่างๆของ 124 จากพี่.... และจาซ่อมเองให้เป็นด้วย.....บอกตามตรงนะว่า รัก W124 มากกกกกกก คร้าบบบบบบ

ขอบคุณมากคร้าบบบบ :D
 
10194031.jpg

ใครฯก็อยากครอบครอง w124 ไม่เชื่อลองดูเหล่าพี่น้อง MB
 
Back
Top