ถึงเวลาแล้วมั้งที่ผมจะติดLPG

watsingman

New member
lpgเพราะว่าผมอยู่ต่างจังหวัด อี 280 w124อยากติดแก็สแล้วครับ ติดที่ไหนดีที่สุดครับ แบบไหนของยี่ห้อไหนดีที่สุดครับ ของAGอิตาลีดีไหมครับ
 
ควรจะติดนานนนนแล้ว แต่จะติดพรุ่งนี้ก็ยังไม่สายไป

AG ไม่เห็นมีขายแล้ว คงต้องติด Emme ครับ

ว่าแต่ สรรคบุรี มีปั๊มแก๊ดด้วยเหรอคับ ?


ติดแล้วแล้วใช่ว่าจะจบทีเดียว ยังต้องมาเซท ช่วงล่าง & เบรค อีกยกใหญ่ๆ เตรียมเงินลงมาหลายๆ ไหแล้วกันครับ
 
emme จะดีกว่า ag หรือครับ ร้านที่จะติดเขามี ag นะครับ ปั้มแก็สนั้น สรรคบุรีไมมีครับ แต่มีที่แยกชัยนาท / และก็งงไปใหญ่ว่า ไฉน ต้องเปลี่ยนช่วงล่างอีกด้วย หรือว่ามันวิ่งไวขึ้นครับ
 
ผมขอทำหน้าที่ละกันครับ แต่ก่อนก็มารบกวนถามพี่เขาไว้
แต่ ต้องขอบอกว่า ความรู้เหล่านี้ไม่ใช่ได้มาฟรีๆ วันสองวัน
เพราะพี่ๆ ล้วนแต่ต้องลองผิดลองถูกเสียเงินเสียทอง ก่อนจะกลั่นกรองออกมา
เป็นข้อสรุป ซึ่งบางครั้งดีกว่าตำราของผู้ผลิตด้วยซ้ำ


ก็ขอตอบดังนี้ครับ

เรื่องของ ยี่ห้อของผู้ผลิตอุปกรณ์แกส พี่4 เคยอธิบายไว้แล้วว่า แต่ละร้านก็อธิบายหรือเชียร์ของที่ช่วงนั้นนำเข้ามาขาย (ก็แน่ละ) ถ้าไม่ซีเรียสจริงๆ ก็เลือกแค่ ร้านหรือ อู่ที่มีชื่อและติดแกสให้ชาวเมิคจำชำนาญก็พอ (พี่4 ก็ได้แนะนำไว้แล้วรบกวนหาอ่านดูเพราะไม่จำเป็นพี่ๆจะไม่เชียรซ้ำไปซ้ำมา)

เรื่องต่อมาคือเรื่องของ น้ำหนักบรรทุกของถังแกสที่เพิ่มขึ้นนั้น อยู่ในห้องสัมภาระท้ายรถ(ในหนังสือบอกว่าลิมิตที่ 100 โล แต่ก็แค่ชั่วคราว) ซึ่งอยู่ด้านหลังเกินไปแถมเป็นการเพิ่มน้ำหนักแบบถาวร
รถทั่วไปออกแบบให้ระบบช่วงล่างรับน้ำหนักที่มาจากห้องโดยสาร โดยกระจายน้ำหนักสู่ ระบบกันสะเทือนทั้งสี่ล้อ เมื่อถังแกสไปอยู่ในห้องบรรทุกสัมภาระทำให้มีแต่ระบบกันสะเทือนล้อหลังที่รับภาระ



ซึ่งส่งผลดังต่อไปนี้

สปริงหลังยุบตัว เกินมาตราฐาน ท้ายห้อย หน้าโด่ง หมดล่อ ล้อหน้าทำงานไม่เต็มที่
บาลานซ์ซิ่งของน้ำหนักที่ผิดไป ทำให้ เกิดการโยนตัว โครงเครงเมื่อเปลี่ยนเลน
ระยะเบรคที่เพิ่มขึ้น และภาระเบรคที่เพิ่มขึ้นต่อระบบเบรค

นี่คือสามหัวข้อหลักที่ต้องทำการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อรถจะได้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมครับ

โดยการเปลี่ยน
สปริงรถให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
เปลี่ยนช๊อคอัพให้เหมาะสมกับสปริงที่แข็งขึ้น เปลี่ยนเหล็กกันโครงเพื่อลดปัญหารถเหวี่งตัว เปลี่ยนเบรคหน้าเพื่อรองรับภาระเบรคที่เพิ่มขึ้น

ซึ่ง ก็แล้วแต่ ถนัดครับ ผมแนะนำว่าให้ไล่อ่านศึกษาดูจะได้อรรถรสกว่าฟังผมเล่า

เพราะแต่ละกระทู้ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย แถมความขำขันได้ที รวมถึงได้รู้ว่า พี่เจไดคนไหน เชี่ยวชาญด้านใด
 
รู้สึกว่าใน กทม . จะไม่มี AG. ขายแล้วครับ แล้ว Emme เกรดดีกว่าครับ และ ....แพงกว่าด้วยยยย


รถ 124 พอติดตั้งแก็สเสร็จแล้ว จุด 0ถ่วงจะเปลี่ยนไป คือ มีอาการ หนักท้าย - หน้าเชิด , รถโคลงง่าย , เบรคแย่กว่าเดิม , อัตราเร่งตก เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น


แหล่งนี้ทำให้ต้องปรับปรุง ช่วงล่างใหม่ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้สปริงที่ใหญ่ พอสปริงใหญ่แข็งขึ้น ก็ต้องเปลี่ยน โช๊คตามความแข็งของสปริง


โคลงง่าย ก็ต้องหาเหล็กกันโคลงที่ใหญ่กว่าเดิมทั้ง หน้า และ หลัง

เบรค ของเดิมก็ไว้ใจไม่ค่อยจะได้อยู่แล้ว ก็ถึงเวลา ต้องเปลี่ยน หม้อลมเบรคให้ให้ใหญ่กว่าเดิม , เปลี่ยนชุดเบรค หน้า - หลัง ให้ใหญ่ขึ้น

ของเหล่านี้ เป็นของหายากส์ คุณอยู่ไกลมาก จะแย่งเขาทันหรือ ?

ด้วยน้ำหนักถังแก๊ด + เนื้อแก๊ด + เบรคที่ใหญ่และ หนักกว่าเดิม ทำให้ สัดส่วน แรงม้า / น้ำหนักรถ ไม่ดี ต้องเปลี่ยนไส้เครื่อง เป็น 3.2 จึงจะดีขึ้น

เบ็ดเสร็จขนเงินมา 15 ไหจะพอดีครับ
icon_wink.gif
 
พรุ่งนี้ไม่สายที่จะติดแก๊ส ลองหาฟังดูนะคับ ของ ทาทา ยัง
 
ติดแก๊สต้องใช้งบเป็นแสน อ่านแล้วก็อย่าเพิ่งถอดใจไปนะครับ
ถ้ายังไม่อยากทำเรื่องต่างๆ ก็ลองติดแก๊สอย่างเดียวก่อนก็ได้
ลองขับดูก่อน เท่าที่มีอยู่อาจจะเพียงพอต่อความต้องการในชีวิตประจำวันของคุณแล้ว
ไม่พอใจจุดใหนค่อยทำเพิ่ม คนส่วนใหญ่ก็ติดแค่แก๊สอย่างเดียว รองสปริงหลังขึ้นมาให้ท้ายไม่ห้อย ได้ความประหยัด อาจจะเสียอัตตราเร่งไปบ้างเพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ก็แค่นิดหน่อยครับ แต่ถ้าอยากได้ทุกอย่างเหมือนดิม100% ก็ต้องเสียตังค์เยอะหน่อย ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง
ลองหาข้อมูลมากๆจากหลายๆเวปครับ เช่นที่นี่>>> http://www.gasthai.com/
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับลักษณะพฤติกรรมของผู้ขับ ครับ การติดแก๊สเพิ่มเติมเข้าไปก็เหมือนรถคุณมีผู้โดยสารเป็นผู้ชายตัวใหญ่สักหน่อยนั่งอยู่ท้ายตลอดเวลาครับ

ลองทำตามที่ คุณ ngoa ดูทีละขั้นก็ดีครับ จะได้ไม่เครียด

ค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง ถ้ารู้สึกว่า ระบบความปลอดภัยลดน้อยลงไปจากเดิมจนรับไม่ได้ ก็ค่อย ปรับปรุงระบบเบรค หรือช่วงล่างต่อไป ตามที่ ลุง 421 ว่าไว้ข้างต้นตามลำดับครับ
 
ติดไปเลยระบบหัวฉีดไม่ต้องคิดมากงบค่าติดและทำช่วงล่างไม่เกิน50000ไม่นานก็คืนทุนแล้ว
 
ติดไปเลยระบบหัวฉีดไม่ต้องคิดมากงบค่าติดและทำช่วงล่างไม่เกิน50000ไม่นานก็คืนทุนแล้ว
 
ถ้าเราติดถังเล็กสุดละ จะหนักเท่าไหร่จนทำให้ต้องรื้อช่วงล่าวใหม่ไหม เพราะเดี๋ยวปี้มก็มีมากเกือบเท่าน้ำมันแล้วนี่
 
ของผมทำแบบพอเพียงครับ ผมติดทีเนคเทค=36000=6 สูบ ค่า กว.4- 500บ เปลี่ยนหม้อs280=4000บ(เบ็ดเสร็จ) ใส่ยางรองสปริงแบบหนาสุดราคารวมค่าแรงไม่เกิน 500 รวมยอดทั้หมดไม่เกิน41000 บ ก้อขับไปร ระยอง ชลบุรี ทุกอาทิต ยังไม่ไปจูนที่ตาไอซเลย วิ่งแค่170 หมดแล้ว มีเวลาจะไปจูนไหม่ บริโภคกิโลละ1.70บ
จะเล่าใหม่ครับ ขอบอกว่าสมรรถนะตกไปครับ ยังไม่มีเวลาที่จะทำแบบเต็มๆภาระมีมาก เอาแบบพอประมาณครับ
 
ถ้าเราติดถังเล็กสุดละ จะหนักเท่าไหร่จนทำให้ต้องรื้อช่วงล่าวใหม่ไหม เพราะเดี๋ยวปี้มก็มีมากเกือบเท่าน้ำมันแล้วนี่


การวางถังแก๊สใบเล็กแทนถังแก็สขนาดที่เหมาะสม คงไม่ช่วยเรื่องท้ายห้อยได้ เพราะ น้ำหนักถังเปล่า แต่ละขนาดมีน้ำหนักใกล้กันมาก ถังฯขนาดที่เหมาะสมกับ E 280 คือขนาด จุ 75 ล. น้ำหนักถังเปล่า 26 ก.ก. น้ำหนักเนื้อแก็สราว 30 กว่าโล ดูดู ไปน้ำหนักแค่ 60กว่าโลไม่น่ามีความหมายมากนัก แต่เรื่องจริงกลับเป็นต้นเหตุให้ต้องแก้ไขปรับปรุง ทั้งช่วงล่าง และ เบรคใหม่หมด

เวลาเติมก็อย่าเติมจนเต็มก็จะเท่ากับใช้ถังฯขนาดเล็กเช่นกัน แต่เวลาต้องเดินทางไกลค่อยเติมให้เต็มก็ได้ครับ

ที่ต้องเขียนบรรยายว่าต้องแก้ทั้งช่วงล่างและเบรคใหม่หมด หลังติดแก็สแล้ว เพราะ ตอนที่ผมตัดสินใจติดแก็ส ก็คิดว่าจ่าย ค่าติดแก็ส 45000 แล้วจะจบ ผมพบว่า เบรคแย่ลงมาก รถก็นิ่มยวบยาบ แถมด้วยอาการวิ่งแบบเลื้อยไปซะมากกว่า ครับผมผิดหวังกับเรื่องนี้มาก จึงเขียนเตือนคุณก่อน ว่าติดแล้ว ต้องเจอเรื่องนี้แน่ๆ ต้องทำใจ ยอมรับหรือแก้ไขกับมันไว้ด้วย


ผมมองว่าการติดแก็สคือ การใช้เชื้อเพลิง 2 แบบ 2ชนิด ในรถคันเดียวกัน น่าจะช่วยให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก แบบ เติมทั้งน้ำมันเต็มถัง +แก็สเต็มถัง น่าจะวิ่งได้ราว 1100 โล .....เยี่ยมมาก กทม . - หาดใหญ่ หรือ ภูเก็ต ไม่ต้องแวะหาเติมให้ยุ่งยาก แต่ด้วยช่วงล่างนิ่มๆ + เบรคห่วยๆแบบนี้ ผมว่าผมวิ่งได้ไม่เกิน 300 โล ได้ทำความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมทางแน่ๆ อยากจะประหยัด แต่ความปลอดภัยอยู่ในเกณห์ ต่ำ แบบนี้ ก็ไม่ใช่วิธีประหยัดที่ดีเลยครับ


อยากไม่ให้ ติดแก็สแล้ว ต้องมาทำเบรค + ทำช่วงล่างใหม่ ก็ลองลดน้ำหนัก ด้านท้ายรถลง เพื่อทดแทน น้ำหนัก ที่เพิ่มขึ้น สิครับ เช่น เอายางอะไหล่ออกไปเลย หรือ วางยางอะไหล่ ขนาด - รุ่นที่เบากว่าเดิม เพียงแค่นี้ก็จะช่วยได้มากครับ
 
ใครสนใจ ยกยางอะไหล่ออก ก็สมควรไปหาซื้อเจ้าแกส ปะยางที่พี่ 4 แนะนำมาพกติดรถไว้ครับ ทดสอบดูแล้วหลายท่านได้ผลเป็นที่น่าพอใจค

ลองอ่านกระทู้นี้ http://www.benzowner.net/forum/viewtopi ... ight=motul
 
รบกวนถามพี่สีครับ
ยาวอะไหล่แบบในรูปนี่เป็นของslkมีขนาดเท่าไหร่ etเท่าไหร่ หรือครับ
ผมเห็นแล้วชอบลาย จึงอยากหามาใส่ใน190eนี่ ถ้าจะหา4วงนี่ลำบากไหมครับ
แล้วค่าเสียหายอยู่ประมาณไหน

ขอบคุณครับ :eek:
icon_surprised.gif
 
ขึ้นชื่อว่ายางอะไหล่ หน้ายางคงแคบมาก

เดาว่าไม่เหมาะกับการมาวิ่งใช้ในชีวิตประจำวันหรอก

ไปหาล้อฟอร์จขอบ 16 มีให้เลือกเยอะมาก ลายโดนกว่านี้เยอะ
 
ขึ้นชื่อว่ายางอะไหล่ หน้ายางคงแคบมาก

เดาว่าไม่เหมาะกับการมาวิ่งใช้ในชีวิตประจำวันหรอก

ไปหาล้อฟอร์จขอบ 16 มีให้เลือกเยอะมาก ลายโดนกว่านี้เยอะ



เป็นคำตอบที่ดีครับ
icon_lol.gif
 
ล้ออะไหล่ส่วนใหญ่จะเอาไว้ใช้แทนล้อจริงชั่วคราวนะครับ
ยางก็จะเป็นหน้าแคบพอให้ใช้วิ่งไปหาร้านปะยาง เป็นระยะทางไม่ไกลนัก

สังเกตุว่าจะมีสติ๊กเกอร์บอกจำกัดความเร็วเอาไว้ครับ
(ขอยืมรูปพี่ 421 ประกอบครับ)
 
ขอขอบคุณพี่ที่ชี้แนะครับ
เห็นทางสว่างแล้วว่าจะไปทิศทางไหน ล้อฟอจน์นี่เบาจริงๆต้องโดนสักชุดแน่ๆ :eek:

ว่าแต่ล้องslkนี่หายากไหมพี่ อยากได้เอามาเป็นยางอะไรบ้างครับ
ปล.มันเบากว่าล้ออะไหล่กระทะขอบ15เดิมไหมครับ แล้วมันขนาดเท่าไหร่หรือครับพี่
 
อย่าไปสนมันเลย มันเป็นของหายากส์มากส์ ขอบ 15 กว้าง 5 ครับ
 
Back
Top