ช่วยวิเคราะห์ก่อนเจอหมอใหญ่หน่อยครับ

เคยสตารท์ไม่ติด เป็นเพราะปั้มติ๊กเหมือนกันแต่ถ้าเปลี่ยนแล้วไม่หาย ลองดูตัววาวล์กักน้ำมัน เพิ่งเปลี่ยนมาเหมือนกันค่ะ (2000 แพงไปป่าวไม่รุ้) ตอนสตารท์ต้อง 2 ครั้งถึงจะติด ช่างบอกว่าตัวกักน้ำมันรั่วเลยทำให้สตาร์ทติดยาก เราอยุ่บางแคเหมือนกัน ถ้าอยากลองเปลี่ยนที่ซ่อมลองไปอู่แถวเอกชัยดูนะคะ เราใช้บริการที่นี่ตั้งแต่ออกรถปีแรก ๆ เลย
 
Last edited:
ไปวาง UZ กับผมดีก่า เหอๆๆๆๆ :D

วันนี้ โทรเรียกรถสไลด พาไปหาหมอใหญ่แล้วคับ ผมจึงทราบอาการที่แน่นอนว่าทำไมมันไม่ติดทั้งๆที่เปลี่ยนมันมาทุกอย่างแล้ว มันคือ....................

1.รีเลย์ปั๊มติ๊กไหม้คับ

2.คอล์ยจุดระเบิดเจ๊ง ทั้งๆที่พึ่งเปลี่ยนใหม่มา 2 อาทิตย์คับ

เรื่องนี้มันสอนให้ผมรู้ว่า "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเพราะโดนหลอก" รู้ทั้งรู้ว่ารถมีปัญหาควรปรึกษาหมอใหญ่ ผมเองดันขี้เกียจไปหาเพราะไกล ซ่อมอู่ใกล้บ้านก็โดนมันซะหายอยากเลยคับ เลยรู้สึกว่าอู่บ้านนี่ใกล้จะตาย ถ้าเทียบกับผลที่จะได้รับ

ขอบอกเพื่อนสมาชิกใหม่เลยคับ ถ้าคิดว่ารถอาการไม่ดีมาหาหมอเฉพาะทางดีกว่าคับ คลีนิกใกล้บ้านมันก็จ่ายยาให้อาการทรงๆไปอย่างนั้นแหละคับ

และคุณpakapaoคับ ช่างศักดิ์บอกให้ผมให้เครื่องนี้ซักปีนึงค่อยวางM111 ดีกว่าผมคงเข้าคลับ UZ ไม่ได้แล้วคับ
 
เคยสตารท์ไม่ติด เป็นเพราะปั้มติ๊กเหมือนกันแต่ถ้าเปลี่ยนแล้วไม่หาย ลองดูตัววาวล์กักน้ำมัน เพิ่งเปลี่ยนมาเหมือนกันค่ะ (2000 แพงไปป่าวไม่รุ้) ตอนสตารท์ต้อง 2 ครั้งถึงจะติด ช่างบอกว่าตัวกักน้ำมันรั่วเลยทำให้สตาร์ทติดยาก เราอยุ่บางแคเหมือนกัน ถ้าอยากลองเปลี่ยนที่ซ่อมลองไปอู่แถวเอกชัยดูนะคะ เราใช้บริการที่นี่ตั้งแต่ออกรถปีแรก ๆ เลย

อู่ชื่ออะไรคับ
 
ูู^^

เป็นข้อมูล วาง 2.3 ของ w124 230e อยู่ครับ พึ่งวางเมื่อปีใหม่ ดีไม่ดีคงบอกไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับเครื่องและเกียร์ที่จะมาลงด้วย ของผมยังไม่ได้เปลี่ยนเฟืองท้าย 1.8 ของเดิมอยู่ ต้นดีขึ้นพอสมควร อย่างน้อยเวลาออกตัวไฟเขียว ไม่ต้องให้ใครมาคอยบีบแตรไล่ ความเร็วปลายผมยังไม่ได้เปลี่ยนเฟืองท้าย วิ่งสุดอยู่แค่ 160 อาจจะเป็นผลจากเฟืองท้ายและการปรับจูนแก๊สด้วยนะครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมแจงให้คร่าวๆ แล้วกันนะครับ

1. เครื่อง+เกียร์ 2.3 ส่วนใหญ่ตอนนี้เค้าขายกันประมาณ +/- 15,000- สภาพดีมากๆ อาจไปถึง 20,000-
2. ค่าวางประมาณ +/- 10,000- ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
3. ถ้าเปลี่ยนเฟืองท้ายด้วย ค่าเฟืองท้าย +/- 7,000- แปลงเพลาข้างอีกหลายพันอยู่
4. เบรคดีขึ้นก็เปลี่ยนหม้อลมชั้นครึ่งอีก ประมาณ 3-5,000 ขึ้นอยู่กับว่ามีแม่ปั๊มชั้นครึ่งด้วยหรือเปล่า
5. สปริงอีกซัก 3-5,000-
6. ทำพัดลมไฟฟ้าก็ มีตั้งแต่ไม่กี่พัน จนถึงเป็นหมื่นขึ้นอยู่กับความพอใจครับ
7. แน่นอนครับเวลาวางมันคงไม่ได้เป๊ะๆ เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้อีกซัก 5,000 ก็น่าจะอยู่

ส่วนตัวใช้ตอนนี้วิ่งในเมืองถูกใจครับ ต้นดีขึ้น ออกนอกเมืองยังไม่ประทับใจ เพราะรถผมยังทำไม่เรียบร้อย แต่ระวังอาจหนีเสือปะจรเข้ได้ครับ อย่าลืมว่าเครื่อง เป็น m102 เหมือนกัน อายุเยอะแล้ว ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับ 1.8 เดิม ไม่ช้าไม่นาน ย่อมมาตามรังควานได้ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์หลายตัวใช้ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น AirFlow Module switching ฝาครอบวาล์ว เรียกว่าใช้ร่วมกันได้เืกือบหมด เพราะผมก็ใช้ของเดิมเป็นส่วนใหญ่

สุดท้ายลองบวกลบงบประมาณดูแล้วกันนะครับ คือใจอยากวาง m111 แต่ราคาแรงไป ถ้าชอบจริงๆ ขาย 190 แล้วซื้อ w124 ดีกว่าครับ^^ เครื่องญี่ปุ่นไม่ได้มอง ชอบเครื่อง benz เหมือนเดิม เลยมาลงที่ตัวนี้ แต่ถ้าไม่เกี่ยง เครื่องญี่ปุ่นก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ หาเครื่องและช่างวางเก่งๆ ได้ ติดแก๊สประหยัดครับ เห็นที่รู้จักหลายคนก็ถูกใจ ยาวไปและ แค่นี้แล้วกันครับ^^
 
Last edited:
Back
Top