คิดไปเรื่อย...เปื่อย...บ่นดังดัง

khunvee1

New member
เมืองไทยร้อนแท้ขนาดนี้ อยากถอดเสื้อผ้า แต่..ทำไม่ด้ายยยย

โลกที่มีเมืองไทยตั้งอยู่นี้ ก็คงยังจะร้อนขึ้นทุกปี...ทุกปี...

คนเมืองร้อนอย่างคนไทยเราเนื้ยควรแต่งตัวยังไง.... (โดยเฉพาะชายไทย)

ชุดไปทำงานเอย.. ไปประชุมสภาหมากเก็บเอย.. ชุดพธีกรรมต่างๆเอย

ยิ่งชุดไปงานสากลต่างๆ (ตามเขาฝรั่งไปเรื่อย) บางงานจัดกลางวันแดดร้อนเปี้ยง :chased:

เบื่อฉิบ.ไอ้เรามันคนไทยพื้นๆก็คงต้องอยู่ในสังคมไทยร้อนๆนี้ แบบไปไหนไม่รอด

ช่วยคิด ช่วยบอก ผู้มีปัญญา ผู้มีอิทธิพลช่วยเปลี่ยนแปลงทีเถอะ...............

ร้อนจะตายอยู่แล้ววว...................:crazy:

บ่นไปเรื่อยเปื่อย ..ไม่ยักเกี่ยวกะรถเล้ย

แต่..เอ มันก็เกี่ยวนา ก็เราแต่งตัวซะอบร้อนยังงั้น..ความร้อนรถมันก็ขึ้นด้วยนี่ซิครับ :D :D
 
:D น่าจะเป็นปัญหาคนเมือง เพราะถ้าเป็นคน ตจว ก็คงไม่ต้องแต่งตัวทางการอะไร
ข้อหงุดหงิดส่วนใหญ่เกิดจากการ ลืม วิถีเดิมๆ หรือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะต้องไปตามสากลกันหมด

ช่วงนี้มีคนบ่นร้อนค่าไฟแพงไม่มีแอร์คงร้อนตาย ผมได้ยินก็อมยิ้ม
เพราะบ้านผม ไม่มีแอร์ ที่ย้ายไปอยู่ชานเมือง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากไ้ด้อากาศจากท้องไร่ท้องนา
ตอนออกแบบ ก็คิดแก้ปัญหา โดยอาศัยภูมิปัญญาไทย
เช่น ยกใต้ถุนใ้ห้ลมเดิน ปลูกไม้กลางชานบ้านให้เงาทั้งอาคาร ห้องต้องมีลมเข้าขวางห้องทุกห้อง อะไรแบบนี้
ถึงตอนนี้ ก็เปิดพัดลมนอนสบาย (แต่ถ้าอยู่บ้านคนเดียว ผมก็ชอบแก้ผ้าครับ มันสบายจิตสบายใจดี )

หูกระจงกลางบ้านเมื่อปีที่แล้ว บังแดดซะหมดหลังคาเลยครับ บ้านชั้นเดียว ร่มสบายยย:)
38559_10150215403245154_898190153_14117043_4505098_n.jpg


เรื่องเสื้อผ้า ในเขตเมืองร้อน หลักวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นก็คล้ายๆกัน
ก็คือ
1 ให้ใส่ เสื้อแขนยาว ขายาว ก่อนเลย ฟังดูประหลาด
แต่ รับประกัน คนใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น ไปยืนตากแดด รับรองจอดป้าย ก่อนครับ
เพราะอุณภูมิผิวจะขึ้นสูงเกินที่เราจะทนได้ อุณภูมิภายใต้ร่มเงา ต้นไม้ จะต่ำกว่า 6 ถึง 10 องศาเลย

2 เสื้อ กางเกงที่ใส่ต้องตัวโคร่งๆ หลวมๆ เสื้อคอเปิด กางเกวเอวโพร่งๆ เพราะความร้อนจะลอยจากล่างออกบน และ เสื้อผ้าเมื่อถูกแดด ก็ไม่สัมผัสตัวเราโดยตรง มีฉนวนอากาศ กันไว้ คนไทยสมัยก่อนออกไร่สวน ก็แบบนี้ครับ เสื้อแขนยาวคอกว้างเปิด กางเกงหลวมๆผ้าขาวม้าผูกเอวพอกระชับ ลมร้อนระบาย ไข่ไม่สุก ชาวอาหรับทะเลทราย ก็ใส่เสือโคร่งๆ กันได้ทั้งร้อนและหนา อาศัย อากาศเป็นฉนวน

3 ใส่เสื้อกล้าม แฮะๆ ฟังแล้วยิ่งประหลาด 2 ชั้นก็ยิ่งร้อนสิ จริงแล้ว เสื้อกล้ามจะเป็นตัวซับเหงื่อ
และสร้าง ระบบ แอร์คอนดิชั่นธรรมชาติครับ การระเหยของเหงื่อจะลดอุณหภูมิบริเวณรอบๆ
ถ้าเราไ่่ม่มีเสื้อกล้าม เหงื่อโซกเสื้อ เมื่อเหงื่อละเหย มันไประเหยนอกตัวเราครับ มันเย็นไม่เต็มที่
แต่ถ้ามีเสื้อกล้าม ก็จะช่วยลดอุณภูมิในเสื้อ เพียงแต่ ต้องชินกับการที่เสื้อชื้นๆเท่านั้นแหละ

ตอบซะยืดยาว เริ่มแก่ตัวอย่างต่อเนื่อง ฮาาา :p
 
Last edited:
แถวบ้านผมตอนนี้สูงแค่ชั้นแปดเองคับ :n02:
 
หูกระจงใบร่วงเยอะมั๊ยครับ

เยอะมากครับ ;)

อีกเสียงครับ

เยอะมาก ถึงเยอะมากๆๆ แถมดอกเล็กๆ และลูกอีกต่างหาก :(

แต่เรื่องร่มเงา&กันลมฝน หายห่วง :)
 
หูกะจง ผมชอบform มันมาก เท่ดี


แต่สิ่งที่มันทิ้งไว้ จากfunctionของมันเนี่ย 5555


ต้นใหญ่ โตเร็วอย่างอัศจรรย์ บ้านใหญ่ มันสามารถมิดได้ สุดยอด

แต่ก้อยังชอบ ถ้ามีโอกาส จะปลูกไว้นอกรั้วสักต้น

หูกะจงพอได้ อย่าไปปลูกหูกวางเข้าล่ะ มีฮาครับ
 
^
^^
มีต้นเล้กๆ สูงศอกเศษได้ กิ่งย่อยสองชั้น
โตมาจากพวกลูกที่หล่นนั้นแหละ แล้วมันไปโตในกระถางต้นลีลาวดี

อยากได้ก็มาขุดไป
ปลูกลงดินทิ้งๆขว้างๆ มาดูอีกทีก็โตแล้ว :D
 
ขอบคุณครับกำลังคิดจะปลูก อาจมีงานเพิ่มอีกหน่อย
เพราะตอนนี้ก็กวาดใบและดอกนนทรีทุกวันแต่มันให้
ร่มดี
 
หูกระจงต้องรดน้ำมากหน่อยครับ ใบถึงจะไม่ร่วง
 
:D น่าจะเป็นปัญหาคนเมือง เพราะถ้าเป็นคน ตจว ก็คงไม่ต้องแต่งตัวทางการอะไร
ข้อหงุดหงิดส่วนใหญ่เกิดจากการ ลืม วิถีเดิมๆ หรือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะต้องไปตามสากลกันหมด

ช่วงนี้มีคนบ่นร้อนค่าไฟแพงไม่มีแอร์คงร้อนตาย ผมได้ยินก็อมยิ้ม
เพราะบ้านผม ไม่มีแอร์ ที่ย้ายไปอยู่ชานเมือง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากไ้ด้อากาศจากท้องไร่ท้องนา
ตอนออกแบบ ก็คิดแก้ปัญหา โดยอาศัยภูมิปัญญาไทย
เช่น ยกใต้ถุนใ้ห้ลมเดิน ปลูกไม้กลางชานบ้านให้เงาทั้งอาคาร ห้องต้องมีลมเข้าขวางห้องทุกห้อง อะไรแบบนี้
ถึงตอนนี้ ก็เปิดพัดลมนอนสบาย (แต่ถ้าอยู่บ้านคนเดียว ผมก็ชอบแก้ผ้าครับ มันสบายจิตสบายใจดี )

หูกระจงกลางบ้านเมื่อปีที่แล้ว บังแดดซะหมดหลังคาเลยครับ บ้านชั้นเดียว ร่มสบายยย:)

ขอบคุณครับ คุณmikex เรามักจะได้รับข้อคิดและข้อมูลดีๆจากคุณเสมอ:thumbup:

สถาปนิก(รวมถึงผู้คนส่วนใหญ่)ที่ตกผลึกแล้วมักจะให้ความสำคัญ..หวนกลับไป..และมีความสุขกับธรรมชาติ

ขอญาติเล่าเรื่องตัวเองหน่อยครับ....ตัวผมเองก็มีความคิดเหมือนคุณmikex ครับ คือฝันที่จะหาความสุขในชีวิตบั้นปลาย แบบเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติ(ตามที่ตัวเองชอบ)

เผอิญโชคดี หาที่ดินได้ติดแม่น้ำบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมเดิมราคาไม่แพง รวบรวมเงิน เอา..มา มาทำสวนผักปลอดสาร และผลไม้ตามพื้นเพเดิมเขา :rolleyes:

เริ่มปลูกบ้านตั้งกะปี 46 บ้านเอาแบบหาร2 ประหยัดฯฯมาก ยกใต้ถุนสูง ทั้งสูงมาก สูงน้อย เอามันหน้าต่างรอบบ้านทั้งหลังใช้บานหน้าต่างสูง 0.80 ม. (สูงเกือบเท่าประตู) ติดพัดลมเพดานทุกห้อง

สร้างไปสร้างมาหลังใหญ่เบ่อเริ่ม ยังไม่มีโอกาสเข้าอยู่จริงๆเลย(วิถีครอบครัวปัจจุบันต้องอยู่ในกรุงเทพ)

ปลูกไม้ประดับบ้านพวก ไม้หอมแบบไทยๆ เน้นพิกุล(เพราะชอบฟอร์ม) คิดว่าจะอยู่แบบสมถะ พื้นที่ดินที่เหลือก็จะนำภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้าน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ แก๊สชีวภาพ ทำสวนทำไร่ไป....(นึกถึงภาพตัวเองในวัยชราอยู่บ้านสวนริมน้ำพร้อมเบนซ์คราสสิคเก่าๆ 2 คัน...โอยมีความสุข)

อยู่ๆก็มีการก่อสร้างองค์พระพิฆเณศ (ยืนใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ) มาติดกับที่บ้านเรา....:icon_surprised:

เอาละชิ ความคิดบรรเจิด ทำพวงมาลัยขายท่าจะดี...:D:D


ว่างๆขับเบนซ์มาเที่ยวสักการะองค์พระพิฆเณศ อย่าลืมมาอุดหนุนกันบ้างนาครับ(วกเข้าเบนซ์โอนเนอร์จนได้)
 
หน้าต่างรอบบ้านทั้งหลังใช้บานหน้าต่างสูง 0.80 ม. (สูงเกือบเท่าประตู)

ขอแก้ไขครับ ที่ว่าสูง 0.80 ม. นั้นพิมพ์ผิดครับ ที่ถูกคือหน้าต่างสูง 1.80 ม. (สูงเกือบเท่าประตู)......ทุกบานครับ อิ อิ :D :D
 
Back
Top