อัพเกรด ขอแนวทาง320จะวางโบคับ

กล่อง motec m800 ชุดไฟ standalone ครับแต่คันอื่นใช้ v-proนี่แหละครับม้าจะอยู่แถว400กว่าๆ

ของสำคัญที่สุด + แพงที่สุด อยู่ตรงนี้ :n26:
 
ของชิ้นที่สองมาถึงแล้ว Turbo Garrett GT3776 นั่นเองครับ แม้จะไม่ใช่ตัวที่ฝันหวานอยากได้นัก เพราะถ้าเลือกได้อยากได้ Borg Warner KKK K27 ที่ประจำการอยู่ในรถสปอร์ทเพื่อนบ้าน แต่ว่าราคาของ K27 ป้ายแดงนั้น จับต้องไม่ได้ครับ แฮะๆ เลยไปสอย โบ รถกระบะมาแทน

ย้อนกลับมานิดนึงครับ เรื่อง การเลือก โบ ในห้องสมุดพี่มานิท มีตารางสูตรคำนวนเพียบอื้อแนะนำไว้อยู่แล้ว ผมเองก็ใช้ตารางคำนวน ที่ต้องใส่ค่า bore นั่นนี่วุ่นวาย คำนวนจนได้3776มา
แต่แล้วก็ไปเจอ โปรแกรมช่วยคำนวน turbo ของ บริษัท Garrett เองเลย ซึ่งน่าจะเชื่อถือได้(มาก) ในระดับหนึ่ง (เทอโบสำนักแข่ง มักจะใช้อุปกรณ์ของ Garrett มาผลิตครับ)
เหมือนเดิมครับ เจอ แล้ว ก็เอามาแชร์
โปรแกรม คำนวน ของเค้าไม่ยาก ดำเนินการตามนี้ครับ
ผมลองใส่ค่าต่างๆ ของเครื่อง E320 เติม E85 อุณหภูิมิท้องถิ่น 35 ติด inter ลม
Garrett ท่านว่า บูส 9.5PSI แรงม้าสูงสุด ที่ 6200 รอบคือ 402แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่3700รอบ คือ 458Nm หัก ชุดส่งกำลังซัก 25%
ก็เหลือ ม้าจริงลงพื้น ที่ 300 ม้าครับ

ก็คิดว่าน่าจะให้ความรู้สึกใกล้ๆ อิมเพรซซ่าของเพื่อน ซึ่งก็คือเป้าหมายของ การศึกษาครั้งนี้

http://www.turbobygarrett.com/turbobygarrett/boostadviser
turbocalcopy.jpg
 
Last edited:
เห็นรูปของพี่ AXEL แล้วนึกถึง SL แปะท้ายว่า V12 แถวๆศรีนครินทร์ แต่พอเร่งแล้ว ผมได้ยินเสียงโบออฟ
และฟังเสียงเครื่องแล้ว น่าจะเป็นเครื่อง6สูบเนี่ยแหละ รถค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นถนนโล่ง ผมจะแหย่ซะหน่อย
อยากเห็นพลังเครื่องเบนซ์ เซทโบ ว่าจะขนาดไหน

ค่าทำโครงการนี้ของพี่ไมค์เท่าไหร่ครับเนี่ย ผมว่าซื้อ GC8 อีกคันเลย จะคุ้มกว่านะครับ
แต่พี่เดินหน้าแล้ว งั้นผมขอหนุนหลัง ช่วยเชียร์แล้วกันนะครับ
 
Last edited:
ค่าทำโครงการนี้ของพี่ไมค์เท่าไหร่ครับเนี่ย ผมว่าซื้อ GC8 อีกคันเลย จะคุ้มกว่านะครับ
แต่พี่เดินหน้าแล้ว งั้นผมขอหนุนหลัง ช่วยเชียร์แล้วกันนะครับ

ผมเล็งไว้ ไม่เกิน แสนครับ แต่ก็ไม่มั่นใจครับ:p

ตอนนี้ที่ได้มาแ้ล้ว
Inter-cooler core Garrett GT 18x6.3x3 9900 บาท (ไม่รวมค่าทำ ฝา)
Turbo Garrett GT3776 ของเก่าเก็บประมูล 15000 บาท(รัก ebay ตรงประมูลนี่แหละ)

ลำดับที่ต้องซื้อต่อๆไป

Waste gate Tial 8000-9000
ฺBy pass BOV Bosch 3000
Split Second Addition Injection Control 11000
หัวฉีด ฺBosch 2 ตัว 5000
ออยเครื่อง Setrab 5000 (อาจซื้อมีอสองในไทย 1000)
ออยเกียร Long Tru 5000 (อาจซื้ ออยรถตู้ ดิลิก้า เห็น ปาเจโร่ใส่ อันละ 500)
Digital IAT IGT BOOST OILTEMP ของจีน 5000
ที่สั่งนอก ก็คงเท่านี้ครับ

ที่เหลือ ออยแคช เฮดเดอร์ ไอเสีย อแดปเตอร์หัวฉีด การติดตั้ง ต้องหาทำในนี้ ยังไม่ได้สืบราคาเลยครับ

ส่วนเรื่อง อิม ผมขับ อิมเพื่อนแล้ว ไม่สนุกครับ ไม่ใช่ไม่เร็ว
แต่มันไม่มีใครมาแหยมด้วยเลย หรือแซงเค้าไป เค้าก็ไม่แปลกใจ
แต่แค่จิตนาการ รถแต่งซิ่งๆพาทโหดๆโหลดแปกล้อ18 เจอรถ124เขียวอาม่า กระจกใสๆ ล้อ15 สวนแบบไม่เห็นฝุ่นผมก็สนุกมีแรงทำรถต่อแล้ว เฮอๆๆ :n04:

ขอบคุณที่ช่วยหนุนครับ ผมยิ่งศึกษาก็ยิ่งสนุกคับ ได้เรียนรู้เครื่อง m104 และ เรื่อง turbo ไปด้วยในตัว อะไรที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ อ่านหนังสือกันเป็นเล่มๆ
อีกอย่างผมก็ไม่รู้คนเดียว เอามาแชร์กันให้แจ่มแจ้ง ผิด คนจะได้ไม่ไปทางผม ถูก ก็เจอทางใหม่เป็นทางเลือก อีกทาง :)
 
SL-CLUB.COM

ไม่รู้จะทันมั๊ย คือวันนี้ตอนค่ำๆ ที่ dyno AUTOCAR ศรีนครินทร์ จะมีSL-turbo จูน 3 คันครับ
ยังไงถ้าท่านใดว่างเชิญได้นะครับ ผมก็ไปด้วยแหละแต่ไม่ได้จูนครับ
 
SL-CLUB.COM

ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ ไม่งั้นผมก็ลังเลตลอดครับ :)

waste gate Tial ของแท้ตัวละ 8000+
แต่ของเก๊ก๊อปในนี้ 3000 ก็ซื้อได้แล้ว แถมโพสบอกกันว่าใช้ได้ๆ:n39:
ผมก็ต้องเอามือปิดตา อุดหู ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เดี๋ยวโรคกำเริบ

ตอนนี้ซื้อของชิ้นละเดือนๆครับ กลางปีละมั้งครับถึงได้ของครบ ลงตัวกับกระเป๋าตังค์พอดี:crazy:

ปล. ชอบท่อ PCV เหนือฝาวาลว์จังคับ ปัญหานี้ผมยังไม่ได้ศึกษาเลย เพราะไม่เคยแงะออกมาดูว่า ช่องระบายไอ นี่มันมีข้อต่ออย่างไร แล้วเดินไปที่ ถังดักน้ำมัน แล้วต่อเข้าไปที่ หน้า เทอโบอีกทีไหมครับ

ช่องดักไอเนี่ยร้านท่อเค้าต่อขึ้นมาเป็น ถังดักไอในตัวเลยครับที่เป็นสี่เหลี่ยมอยู่บนเครื่องน่ะแหละที่เหลือปล่อยทิ้งไปท้ายเครื่องครับ เรื่องต่อเข้าหน้าตัวเทอร์โบไม่ควรทำเพราะผลดีที่ได้ก็แค่ละอองไอน้ำมันไปเป่าให้เทอร์โบลื่นแต่ผมว่าไม่รู้สึกนะ แต่ข้อเสียคือถ้าเครื่องพัง มันจะมีเศษเหล็กจากเครื่องปลิวขึ้นมาทางนี้ด้วยแล้วมันจะเข้าหน้าเทอร์โบทำให้เทอร์โบเสียตามไปด้วยครับ
 
SL-CLUB.COM

เห็นรูปของพี่ AXEL แล้วนึกถึง SL แปะท้ายว่า V12 แถวๆศรีนครินทร์ แต่พอเร่งแล้ว ผมได้ยินเสียงโบออฟ
และฟังเสียงเครื่องแล้ว น่าจะเป็นเครื่อง6สูบเนี่ยแหละ รถค่อนข้างเยอะ ถ้าเป็นถนนโล่ง ผมจะแหย่ซะหน่อย
อยากเห็นพลังเครื่องเบนซ์ เซทโบ ว่าจะขนาดไหน

ค่าทำโครงการนี้ของพี่ไมค์เท่าไหร่ครับเนี่ย ผมว่าซื้อ GC8 อีกคันเลย จะคุ้มกว่านะครับ
แต่พี่เดินหน้าแล้ว งั้นผมขอหนุนหลัง ช่วยเชียร์แล้วกันนะครับ

รถผมวิ่งไล่กับ skyline R35 ของรุ่นน้องในกลุ่มพอได้ครับ แต่ผมใช้ hi boost นะลอง low boost แล้วตามไม่ทันครับ
 
วันก่อนเห็น 300CE สีแดง สภาพงาม ๆ

มีแปะป้ายที่ตูดว่า "Mosselman Turbo" อยู่ครับ

รถโป่งมีนิด ๆ ที่ล้อหลัง ขนาดล้อน่าจะ 18 ตรงดุมมีสัญลักษณ์แปลก ๆ สีแดง เห็นคล้ายสัญลักษณ์ ML อะไรซักอย่างมองไม่ทัน

แต่พี่แกขับสบาย ๆ ไม่เร่งโชว์และไม่มีเสียงให้ชื่นใจเลย ไม่รู้ป้ายแปะไว้งั้น ๆ หรือเสือซุ่ม
 
ม่ทัน

แต่พี่แกขับสบาย ๆ ไม่เร่งโชว์และไม่มีเสียงให้ชื่นใจเลย ไม่รู้ป้ายแปะไว้งั้น ๆ หรือเสือซุ่ม

จากที่ศึกษามา รถโทโบอร์ค่ายตะวันตก ไม่ว่าจะ Porsche Audi ยุคก่อน มักจะใช้By pass valve แทน Blow off valve ครับ เพราะเค้ายังใช้ MAF ในการควบคุมอัตราสวนน้ำมันอยู่
เนื่องจาก MAF ได้วัด ปริมาตรอากาศที่จะไหลเข้าเครื่องไปแล้ว ทำให้ECUจ่ายน้ำมันรอไว้ ถ้า อากาศที่วัดแล้ว ถูกปล่อยทิ้งระหว่างเหยียบคลัชเปลีย่นเกียร จะทำให้เกิดส่วนผสมน้ำมันที่มากเกินไปในห้องเผาไหม้ ซึ่งทำให้เสียกำลัง
โดยเขาจะ By pass อากาศส่วนนี้เข้าไปที่ท่อ inter อีกรอบ เพื่อรักษาปริมาตรอากาศไว้นั่นเอง

หรือ อีกทางเลือกหนึ่ง บางคนก็ติด BOV ไว้หน้า MAF สิ้นเรื่องไปเลย แต่มีข้อเสียคือ จะตอบสนองช้ากว่า เพราะจริงๆควรติด BOV ให้ใกล้กับ ลิ้นปีกผีเสื้อให้มากที่สุด

รถที่เลือกใช้ By pass valve จะไม่มีเสียงคายอากาศ ZZZZZZee ครับ
เท่าที่อ่านเสียง Bovเดิมๆ เสียงมันก็ไม่ดังมาก (เข้าใจว่าที่ดังๆเพราะมีการออกแบบจงใจให้ดัง)

ไม่แน่ใจว่า CE คันนั้นใช้ระบบนี้รึเปล่า แต่ถ้าใช้อาจะจะบูสได้ไม่มากเพราะมันไม่ทนครับ
(เท่าที่เห็นภาพMM ขายชุด Twin Turbo ไม่ได้แยก waste gate เลยเงียบอีกหน่อยมั้งคับ)
Bosch By pass Valve PN0280142102 PN0280142103
Bosch_Valve.gif


ปล. เวปเมืองนอกเห็นเค้าเรียกพวกแต่งรถแบบนี้กันว่า "Sleeper" หรือ "Stealth" อินเตอร์ดำ ท่อไอเสียดำ ซึ่งผมก็จะไปทางนี้ละ แนวว่า ดูก็ไม่ออก ฟังก็ไม่รู้ ว่ามี เทอโบ
 
Last edited:
โอเคครับต่อกันให้จบ เรื่อง เลือก Turbo
หลังจาก รู้แล้วว่า รถเรา จะมี แรงม้า แรงบิด ประมาณไหน ต้องบูส กี่ปาวนส์
ก็ถึงเวลาไป เลือก Turbo ครับว่า จะเอาตัวไหนดีมาใส่ในรถ (จริงๆสุดท้ายอยู่ที่ ตัง ฮาา :bonk:)
พอกดเลือกต่อ เค้าก็จะแนะนำ เทอโบให้เลือก (แน่นอนมีแต่ยี่ห้อ Garrett :n21:)
ทุกตัวสามารถนำมาใช้ได้ แต่ให้ผลลัพธ์ต่างกันครับ
มีสามที่จะยกตัวอย่างให้ดูได้แก่ GT3076 GT3776 และ GT3788

Aตัวแรก GT3076 เมื่อกดเลือก จะเห็นจุดสีแดงๆ บนกราฟสีดำ
จุดแดงแรก แทนค่าที่เรากำหนดไว้ว่าจะให้บูสสูงสุดเท่าไหร่(3700รอบ)
ส่วนจุดแดงที่สองคือ รอบสูงสุดที่ยังปลอดภัย (6250) หรือใครจะใส่ไป 7000 ผมก็ไม่ห้าม:n15:
วิธีอ่านก็ง่ายๆครับ พยายามให้ จุดทั้ง2 อยู่กลางตารางในส่วนที่เป็น วงรี มากที่สุด(island)


ซึ่งเป็นส่วนที่ โทโบจะมีประสิทธภาพสูงสุด
ถ้าเทอโบเล็กไป จุดสองจุดมักจะหลุดไปทางขวาของisland ก็คือบูสมาแรงดี แต่พอลากรอบไปหน่อย ก็แผ่ว เทอโบ อัดอากาศสุดกำลังแล้ว
ถ้าเทอโบใหญ่ไป จุดสองจุดจะหลุดมาทางซ้าย อันนี้เครื่องจะไม่มีไอเสียมากพอปั่นอากาศบูสไม่มาซักที กว่าจะมา เพื่อนเขาไปไหนต่อไหนแล้ว:n42:

จากกราฟจะเห็นว่า
Aตัวแรก GT3076 ลงตัวกลมกล่อมกับ E320 มากๆ จุดสองจุดอยู่ใกล้islandมากๆ มาเต็มต้นก็ดึง กลางยังดึง ปลายก็ยังดึง
Bตัวที่สองGT3788ใหญ่ที่สุด อันนี้ตอนบูสมายังดึงไม่หนัก แต่ยิ่งลากไปยิ่งโหด ที่รอบสูงสุด อยู่กลางisland เลยโหดสุดเหมาะสำหรับคนใจหิน250อัพ
Cตัวที่ผมซื้อมาGT3776 อันนี้บูสมาก็ดึงสุดไปเลย กลางจะยิ่งดึงขึ้น พอปลายกลับมาเหมือนตอนต้น แต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า จดสองจุดไม่ตัดผ่านกลางisland จะเห็นว่า island อยู่สู่งขึ้นไปอีกหน่อย เพราะเทอโบตัวนี้เป็นของรถกะบะ 6000cc ครับ วิธีที่จะยกกราฟขึ้นไปได้ ก็คือ เพิ่มบูส แต่เนื่องจากไส้รถผมเดิมๆ ขืนเพิ่มไปเดี๋ยวงานเข้าแน่ๆ (ถือว่าเก็บไว้เป็นก๊อกสองเผื่อยังไม่หายคันละกัน)
ตอนที่เห็นกราฟนี้ อยากซื้อ GT3076 ที่สุด แต่ราคาที่หาเจอ ยังไงก็อยู่แถว 700$ สู้ไม่ไหว ก็เลยต้องยอมซื้อ GT3776 มาครับ
ทีนี้ใครอยากให้ โบที่ดึงต้น ดึงกลาง หรือ ดึงปลาย ก็เลือกได้แบบมีหลักการแล้วละนะคับ
หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนที่สนใจ set โบ
ปล. เสียดายเวปนี้ไม่มีกราฟของ K27 ตัวนั้นอะสุดยอดของสุดยอดครับ แปรผันตลอดทุกรอบเลย
garrett2.jpg
 
Last edited:
ไม่รู้จะทันมั๊ย คือวันนี้ตอนค่ำๆ ที่ dyno AUTOCAR ศรีนครินทร์ จะมีSL-turbo จูน 3 คันครับ
ยังไงถ้าท่านใดว่างเชิญได้นะครับ ผมก็ไปด้วยแหละแต่ไม่ได้จูนครับ

น่าเสียดายจริงๆเลย ไม่ทันเห็นข้อความ เวลานั้นผมก็อยู่ซีคอน ใกล้แค่เอื้อม แต่ไม่มีบุญได้เห็น
แต่ถ้าผมไป ก็เป็นเด็กน้อย ซื่อๆ ไปยืนดูความฝันน่ะครับ เสียดายจริงๆ
วันหลังมีอีก บอกด้วยนะครับ อยากไปดูของจริง
 
รถผมวิ่งไล่กับ skyline R35 ของรุ่นน้องในกลุ่มพอได้ครับ แต่ผมใช้ hi boost นะลอง low boost แล้วตามไม่ทันครับ

โอ้ว ไล่ R35ได้ ไม่คิดว่าจะแรงขนาดนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
 
วันนี้ลองเปลี่ยนที่นั่งลงล่างกันครับ ไปดูเรื่องท่อไอเสีย :p
ท่อไอเสีย นี่เป็นอะไรที่เหมือน ไสยสาตร์เข้าไปทุกที สูตรนั่นนี่เต็มไปหมด ที่สำคัญมีส่วนประกอบทางอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็คือ "เสียง" :p
ก่อนอื่นเอาตัวเลขทางวิทยาศาตร์ก่อน ครับ
ขนาดท่อไอเสีย ที่ มีอยู่ในหลายเวป จะมี กราฟ ระบุชัดเจน ดังต่อไปนี้

กราฟแสดงขนาดเส้นท่อไอเสียเปรียบเทียบกับ แรงม้า ของเครื่องยนต์
pipe.jpg


จะเห็นได้ว่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อไอเสีย สำหรับ รถ300แรงม้า อยู่ที่ 2 1/4 นิ้วสำหรับท่อเดี่ยว
และ 1 1/2นิ้ว สำหรับท่อคู่ (ก็คือท่อเปล่าๆ จากปลายเทอโบ ออกท้ายรถเลย ถ้ามี แคทท่อ หรือหม้อพักขวาง ก็ต้องเพิ่มขนาดไปครับ)
แต่เท่าที่ผมอ่านมา เทอโบ จะชอบ การมี แรงดันในเส้นท่อน้อยที่สุด
พูดง่ายๆ ไม่มีท่อดีที่สุด แต่ในเมื่อจะมีท่อ หลายๆสำนักก็เลยบอกว่า ก็ให้ใหญ่สุดๆ ไปเลย (จะได้คล้ายกับไม่มีท่อ)

อันนี้แหละครับ ที่ ข้อมูลทางวิทยาศาตร์ มันแย้งกับความรู้สึก
ท่อใหญ่ๆ ไอเสียได้ไหลไปคล่องๆ ไวๆไง แรงดันก็น้อย
แต่พอเอาเข้าจริงๆ หากขนาดท่อใหญ่เกินไป ความเร็วแกสในเส้นท่อ จะลดลงครับ

จากหนังสือที่ผมอ่าน เค้าเองก็บอกว่า การคำนวนขนาดท่อนั้น พอถึงเวลาใช้จริงๆ บนรถปกติ สุดท้ายแล้ว พบว่า ขนาดที่เหมาะสมก็คือ ท่อมีขนาดใหญ่กว่า turbine outlet 10%
ยก(ตัวอย่างเช่น เจ้า GT3776 ที่ผมซื้อมา มี ช่องคายไอเสีย ประมาณ 2นิ้วครึ่ง ) ก็ต้องเพิ่มไปหน่อย อาจไหลไปถึง 3นิ้ว

ผมวางแผนจะให้เขียวอาม่า เป็น sleeper ดังนั้น เสียงจึงต้องเงียบที่สุด
หลักการทำงานของท่อไอเสียในรถทั่วไปนั้น พี่ Manit ได้ลงไว้ในให้สมุดแล้ว
ก็คือการ อาศัยหลักการ สะท้อน กระจาย และ กระเจิงเสียงในหม้อพัก แต่ก็ทำให้เกิดback pressure
การลดเสียงโดยให้เสียง โดยให้เกิดแรงดันในท่อน้อยที่สุด
ทางเลือกง่ายที่สุดก็คือ Glass-Pack muffler ครับ เมืองไทยน่าจะเรียกเจ้านี่ว่า ท่อตรง เมืองนอกเขาเรียกกันติดปากว่า Cherry Bomb (คล้ายที่เราเรียกผงซักฟอกว่า แฟ๊บ)
ทำงานคล้าย ท่อเก็บเสียงปืน มีแกนกลางเป็น รูพรุน และรอบๆบรรจุด้วยวัสดุซับเสียง ใยแก้ว
เรียกอีกอย่างว่า Resonator คับ

ง่ายๆตรงไปตรงมาครับ
muffler-glasspack.jpg


ภายในมี รู หรือ เกร็ด ย้อนรอย ไว้ให้ เสียงลอดเข้าไปกระเจิง
perf-louvered.jpg


113_0701_13_zcherry_bombvortex_muffler.jpg


0801mt_01_z1993_toyota_pickupmagnaflow_muffler.jpg


คำถามที่ผมยังไม่รู้ก็คือต้องใช้ Resonator และ Glass-Pack muffler กี่ตัว ตัวเล็กตัวใหญ่
ก็เลยเล่นง่ายๆครับ ว่าจะลอกการบ้าน ชุดท่อไอเสียของ 300TD นี่แหละคับ
ผมไม่เคยได้ยินเสียง 300TD แต่เข้าใจว่า ยังไงซะ คงไม่ดังเหมือนรถซิ่งแน่ๆ
ผมฟังเสียงจาก วีดีโอ นี้ ก็ฟังดูเหมือนเครื่องดีเซลธรรมดา
http://www.youtube.com/watch?v=GcH5rTBXzwE

p16a.gif

p16c.gif


ชุดท่อไอเสีย ของ 300TD นั้นเรียบง่ายสมเป็นรถ โบ ก็คือมี แคทท่อ 1ตัว แล้วก็ หม้อปลาย1ใบ เอง
โดยผมจะใช้ท่อขนาด 3" เส้นเดียว Glass-Pack ตรงกลางแทนที่ แคทท่อ
แล้วก็ มี Glass-Pack muffler ตัวหย่ายยยๆๆ 1 ตัว ยัดใยแก้วเข้าไปเยอะๆๆๆ
จบด้วย ปลายท่อไอเสียคู่ 2" งอปลายลงพื้น หลบเสียง
จะรู้ได้ว่าดังว่าเบา ก็คงต้องลองดูครับ
อันนี้ผมลองแล้วเข้าใจว่าคงไม่ต้องมาบอกต่อ
คงมีผมคนเดียวที่อยากได้ รถเทอโบ ท่อเงียบๆ :n21:

ปล. http://www.fiatforum.com/cinquecento-seicento/44817-turbo-exhaust-design-theory-garrett.html
http://www.club4g.com/index.php?topic=74931.0
 
Last edited:
วันนี้ลองเปลี่ยนที่นั่งลงล่างกันครับ ไปดูเรื่องท่อไอเสีย :p
ท่อไอเสีย นี่เป็นอะไรที่เหมือน ไสยสาตร์เข้าไปทุกที สูตรนั่นนี่เต็มไปหมด ที่สำคัญมีส่วนประกอบทางอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็คือ "เสียง" :p
ก่อนอื่นเอาตัวเลขทางวิทยาศาตร์ก่อน ครับ
ขนาดท่อไอเสีย ที่ มีอยู่ในหลายเวป จะมี กราฟ ระบุชัดเจน ดังต่อไปนี้

กราฟแสดงขนาดเส้นท่อไอเสียเปรียบเทียบกับ แรงม้า ของเครื่องยนต์
pipe.jpg


จะเห็นได้ว่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อไอเสีย สำหรับ รถ300แรงม้า อยู่ที่ 2 1/4 นิ้วสำหรับท่อเดี่ยว
และ 1 1/2นิ้ว สำหรับท่อคู่ (ก็คือท่อเปล่าๆ จากปลายเทอโบ ออกท้ายรถเลย)
แต่เท่าที่ผมอ่านมา เทอโบ จะชอบ การมี แรงดันในเส้นท่อน้อยที่สุด
พูดง่ายๆ ไม่มีท่อดีที่สุด แต่ในเมื่อจะมีท่อ หลายๆสำนักก็เลยบอกว่า ก็ให้ใหญ่สุดๆ ไปเลย (จะได้คล้ายกับไม่มีท่อ)

อันนี้แหละครับ ที่ ข้อมูลทางวิทยาศาตร์ มันแย้งกับความรู้สึก
ท่อใหญ่ๆ ไอเสียได้ไหลไปคล่องๆ ไวๆไง แรงดันก็น้อย
แต่พอเอาเข้าจริงๆ หากขนาดท่อใหญ่เกินไป ความเร็วแกสในเส้นท่อ จะลดลงครับ

จากหนังสือที่ผมอ่าน เค้าเองก็บอกว่า การคำนวนขนาดท่อนั้น พอถึงเวลาใช้จริงๆ บนรถปกติ สุดท้ายแล้ว พบว่า ขนาดที่เหมาะสมก็คือ ท่อมีขนาดใหญ่กว่า turbine outlet 10%
ยก(ตัวอย่างเช่น เจ้า GT3776 ที่ผมซื้อมา มี ช่องคายไอเสีย ประมาณ 2นิ้วครึ่ง ) ก็ต้องเพิ่มไปหน่อย อาจไหลไปถึง 3นิ้ว

ผมวางแผนจะให้เขียวอาม่า เป็น sleeper ดังนั้น เสียงจึงต้องเงียบที่สุด
หลักการทำงานของท่อไอเสียในรถทั่วไปนั้น พี่ Manit ได้ลงไว้ในให้สมุดแล้ว
ก็คือการ อาศัยหลักการ สะท้อน กระจาย และ กระเจิงเสียงในหม้อพัก แต่ก็ทำให้เกิดback pressure
การลดเสียงโดยให้เสียง โดยให้เกิดแรงดันในท่อน้อยที่สุด
ทางเลือกง่ายที่สุดก็คือ Glass-Pack muffler ครับ เมืองไทยน่าจะเรียกเจ้านี่ว่า ท่อตรง เมืองนอกเขาเรียกกันติดปากว่า Cherry Bomb (คล้ายที่เราเรียกผงซักฟอกว่า แฟ๊บ)
ทำงานคล้าย ท่อเก็บเสียงปืน มีแกนกลางเป็น รูพรุน และรอบๆบรรจุด้วยวัสดุซับเสียง ใยแก้ว
เรียกอีกอย่างว่า Resonator คับ

ง่ายๆตรงไปตรงมาครับ
muffler-glasspack.jpg


ภายในมี รู หรือ เกร็ด ย้อนรอย ไว้ให้ เสียงลอดเข้าไปกระเจิง
perf-louvered.jpg


คำถามที่ผมยังไม่รู้ก็คือต้องใช้ Resonator และ Glass-Pack muffler กี่ตัว ตัวเล็กตัวใหญ่
ก็เลยเล่นง่ายๆครับ ว่าจะลอกการบ้าน ชุดท่อไอเสียของ 300TD นี่แหละคับ
ผมไม่เคยได้ยินเสียง 300TD แต่เข้าใจว่า ยังไงซะ คงไม่ดังเหมือนรถซิ่งแน่ๆ
ผมฟังเสียงจาก วีดีโอ นี้ ก็ฟังดูเหมือนเครื่องดีเซลธรรมดา
http://www.youtube.com/watch?v=GcH5rTBXzwE

p16a.gif

p16c.gif


ชุดท่อไอเสีย ของ 300TD นั้นเรียบง่ายสมเป็นรถ โบ ก็คือมี แคทท่อ 1ตัว แล้วก็ หม้อปลาย1ใบ เอง
โดยผมจะใช้ท่อขนาด 3" เส้นเดียว Glass-Pack ตรงกลางแทนที่ แคทท่อ
แล้วก็ มี Glass-Pack muffler ตัวหย่ายยยๆๆ 1 ตัว ยัดใยแก้วเข้าไปเยอะๆๆๆ
จบด้วย ปลายท่อไอเสียคู่ 2" งอปลายลงพื้น หลบเสียง
จะรู้ได้ก็คงต้องลองครับ
อันนี้ผมลองแล้วเข้าใจว่าคงไม่ต้องมาบอกผล เพราะคงไม่มีใครสนใจ
คงมีผมคนเดียวที่อยากได้ รถเทอโบ ท่อเงียบๆ :n21:



ติดตามผลงานอยู่ห่างๆ อย่างห่วงงงๆๆๆๆๆๆๆ คับมารอฟังรายงานอยู่กำลังหนุกเร้ยยย :welcome:
 
ปีใหม่ว่างๆ เลยได้ลงมือ ขบคิดการแก้ปัญหาเรื่อง เขาควายเทอโบดูคับ
รถโบ ยังไงต้องทำ เขาควายใหม่ และเขาควายเชื่อม สุดท้ายก็รั่ว แตก จนเซ็ง
ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ เขาควายหล่อ แบบ log style

หน้าตาประมาณนี้
Cast_log_style_enlarged.jpg


แต่จากที่ผมศึกษามา ทางเทคนิคแล้ว เขาควายหล่อแบบ log style ยังไม่ใช่
header ในอุดมคติของ รถโบ เพราะ พลังของไอเสียที่ปล่อยออกมา
ไม่ได้ไหลตรงไปปั่น เทอไบน์ โดยตรง
ไอเสีย จะไหล ย้อนสวนทาง ไป ปะทะกับ ไอเสียจากสูบอื่นได้

ทางออกที่สุดยอดจริงๆ ก็คือ การหล่อเขาควายแบบแยกสูบ
แน่นอนผมโทรไปติดต่อสอบถาม แต่ ราคามันก็แพงเกินไป
ก็เลย ต้องย้อนกลับมามองปัญหา ใหม่ อีกรอบ
เขาควายแตก เพราะการขยายและหดตัว เมื่อได้รับความร้อน
ทำให้รอยเชื่อมต่างๆ เสื่อมสภาพ
เขาควายหล่อทนทานเพราะไม่มีรอยต่อ

คิดแล้ว ทางเลือกของผมคือ
1 ท่อนำไอเสียแบบดัดโค้งไม่มีรอยเชื่อม
โอเคเคยเห็น ร้านดัดท่อแบบไร้รอยยับ ดัดท่อหนา 2มิลได้ ประเด็นนี้ผ่าน
2 merge collector ที่ไร้รอยเชื่อม
อันนี้ ทางที่เป็นไปได้คือซื้อ ก้อนเหล็ก มากลึง เจาะรู ขึ้นรูปไว้เลย
3 นำทั้งสองส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน แบบแค่เชื่อมประครอง
อาศัยการขยายตัวเป็นประเก็นไปในตัว

ผมไม่รู้ใครเคยลองทำดูรึเปล่า แต่ดูแล้วมีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี
เดี๋ยวลงมือทำได้ความอย่างไรจะมาเล่าสู่กันฟังครับ
แบบ3d เข้า scale เพื่อตรวจสอบปัญหา
flange.jpg


พอลองเขียนแบบทำ 3d ดู ก็พบว่า
ไม่น่าแปลกใจ ที่ส่วนต่อเชื่อมจะรั่ว
เพราะพื้นผิวส่วนที่ท่อกลม3ท่อมาเจอกัน
ขนาด intersect ด้วยคอมพิวเตอร์ ยังลำบากเลย
อีกอย่าง ต้องมีการขัด port ส่วนของ flange ด้วย
flange T3 แบบ divide ยังไงก็ยัดท่อขนาด 1.5 นิ้ว ลงไปไม่ได้
ขนาดก้อนเหล็กที่ใช้ ขึ้นรูป ขนาด 10x10x10 ซม ยังไม่รู้เลยราคาจะเท่าไหร่
เดี๋ยวหลังปีใหม่ จะลองไปถามโรงกลึงดูครับ :)

นำมาประกอบกัน ก็ยัดท่อนำไอเสียเข้าไปใน merge collector ที่กลึงมา
หน้าตาประหลาดดีพิลึก ท่าทาง จะหนักเอาเรื่อง :confused:
flangeheader.jpg

flangeheader2.jpg


อาศัยรูปถายจากโปรเจคพี่เสก
ย้ายตำแหน่งให้ใกล้เคียงของพี่เสกที่สุด
ต้องจัดการย้ายตำแหน่งท่อนำไอเสียใหม่หมดเลย
ถึงจุดนี้ ยังต้องมี adapter สำหรับ waste gate อีก
ไว้จะแกะกลงออากาศออกแล้ววัดขนาดเป๊ะๆตรงนั้นดูคับ
flangeheader4.jpg
 
Last edited:
ราคาน่าจะไม่เบา

เขาควายท่อของผมใช้เปนเหล็กด้านนึงจะยากเพราะมันต้องหลบกะปุกพวงมาลัย

ยังโดนไป8พัน
 
ราคาน่าจะไม่เบา

เขาควายท่อของผมใช้เปนเหล็กด้านนึงจะยากเพราะมันต้องหลบกะปุกพวงมาลัย

ยังโดนไป8พัน

8พันที่ ที่หมอทำให้ หรือ ไอ้เจ้าปะการังอันนั้นอะ?
นี่ก็พยายามเขียนแบบให้ มันขึ้นรูปง่ายๆอยู๋เหมือนกัน
ถ้าราคาเกินจริงๆ จะซื้อของ BM มาดัดแปลงและ
เอามา ทำ adapter หนาซัก2 เซน แต่ง port เอียงๆ หน่อย จบไปเลย

ตัวนี้อะ ถึงมือน่าจะซักหมื่นนึง สิ้นเรื่องสิ้นราว :D
e36-tm.jpg


ปล. สวัสดีปีใหม่
 
Last edited:
วันนี้ลองเปลี่ยนที่นั่งลงล่างกันครับ ไปดูเรื่องท่อไอเสีย :p
ท่อไอเสีย นี่เป็นอะไรที่เหมือน ไสยสาตร์เข้าไปทุกที สูตรนั่นนี่เต็มไปหมด ที่สำคัญมีส่วนประกอบทางอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็คือ "เสียง" :p
ก่อนอื่นเอาตัวเลขทางวิทยาศาตร์ก่อน ครับ
ขนาดท่อไอเสีย ที่ มีอยู่ในหลายเวป จะมี กราฟ ระบุชัดเจน ดังต่อไปนี้

กราฟแสดงขนาดเส้นท่อไอเสียเปรียบเทียบกับ แรงม้า ของเครื่องยนต์
pipe.jpg


จะเห็นได้ว่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อไอเสีย สำหรับ รถ300แรงม้า อยู่ที่ 2 1/4 นิ้วสำหรับท่อเดี่ยว
และ 1 1/2นิ้ว สำหรับท่อคู่ (ก็คือท่อเปล่าๆ จากปลายเทอโบ ออกท้ายรถเลย ถ้ามี แคทท่อ หรือหม้อพักขวาง ก็ต้องเพิ่มขนาดไปครับ)
แต่เท่าที่ผมอ่านมา เทอโบ จะชอบ การมี แรงดันในเส้นท่อน้อยที่สุด
พูดง่ายๆ ไม่มีท่อดีที่สุด แต่ในเมื่อจะมีท่อ หลายๆสำนักก็เลยบอกว่า ก็ให้ใหญ่สุดๆ ไปเลย (จะได้คล้ายกับไม่มีท่อ)

อันนี้แหละครับ ที่ ข้อมูลทางวิทยาศาตร์ มันแย้งกับความรู้สึก
ท่อใหญ่ๆ ไอเสียได้ไหลไปคล่องๆ ไวๆไง แรงดันก็น้อย
แต่พอเอาเข้าจริงๆ หากขนาดท่อใหญ่เกินไป ความเร็วแกสในเส้นท่อ จะลดลงครับ

จากหนังสือที่ผมอ่าน เค้าเองก็บอกว่า การคำนวนขนาดท่อนั้น พอถึงเวลาใช้จริงๆ บนรถปกติ สุดท้ายแล้ว พบว่า ขนาดที่เหมาะสมก็คือ ท่อมีขนาดใหญ่กว่า turbine outlet 10%
ยก(ตัวอย่างเช่น เจ้า GT3776 ที่ผมซื้อมา มี ช่องคายไอเสีย ประมาณ 2นิ้วครึ่ง ) ก็ต้องเพิ่มไปหน่อย อาจไหลไปถึง 3นิ้ว

ผมวางแผนจะให้เขียวอาม่า เป็น sleeper ดังนั้น เสียงจึงต้องเงียบที่สุด
หลักการทำงานของท่อไอเสียในรถทั่วไปนั้น พี่ Manit ได้ลงไว้ในให้สมุดแล้ว
ก็คือการ อาศัยหลักการ สะท้อน กระจาย และ กระเจิงเสียงในหม้อพัก แต่ก็ทำให้เกิดback pressure
การลดเสียงโดยให้เสียง โดยให้เกิดแรงดันในท่อน้อยที่สุด
ทางเลือกง่ายที่สุดก็คือ Glass-Pack muffler ครับ เมืองไทยน่าจะเรียกเจ้านี่ว่า ท่อตรง เมืองนอกเขาเรียกกันติดปากว่า Cherry Bomb (คล้ายที่เราเรียกผงซักฟอกว่า แฟ๊บ)
ทำงานคล้าย ท่อเก็บเสียงปืน มีแกนกลางเป็น รูพรุน และรอบๆบรรจุด้วยวัสดุซับเสียง ใยแก้ว
เรียกอีกอย่างว่า Resonator คับ

ง่ายๆตรงไปตรงมาครับ
muffler-glasspack.jpg


ภายในมี รู หรือ เกร็ด ย้อนรอย ไว้ให้ เสียงลอดเข้าไปกระเจิง
perf-louvered.jpg


113_0701_13_zcherry_bombvortex_muffler.jpg


0801mt_01_z1993_toyota_pickupmagnaflow_muffler.jpg


คำถามที่ผมยังไม่รู้ก็คือต้องใช้ Resonator และ Glass-Pack muffler กี่ตัว ตัวเล็กตัวใหญ่
ก็เลยเล่นง่ายๆครับ ว่าจะลอกการบ้าน ชุดท่อไอเสียของ 300TD นี่แหละคับ
ผมไม่เคยได้ยินเสียง 300TD แต่เข้าใจว่า ยังไงซะ คงไม่ดังเหมือนรถซิ่งแน่ๆ
ผมฟังเสียงจาก วีดีโอ นี้ ก็ฟังดูเหมือนเครื่องดีเซลธรรมดา
http://www.youtube.com/watch?v=GcH5rTBXzwE

p16a.gif

p16c.gif


ชุดท่อไอเสีย ของ 300TD นั้นเรียบง่ายสมเป็นรถ โบ ก็คือมี แคทท่อ 1ตัว แล้วก็ หม้อปลาย1ใบ เอง
โดยผมจะใช้ท่อขนาด 3" เส้นเดียว Glass-Pack ตรงกลางแทนที่ แคทท่อ
แล้วก็ มี Glass-Pack muffler ตัวหย่ายยยๆๆ 1 ตัว ยัดใยแก้วเข้าไปเยอะๆๆๆ
จบด้วย ปลายท่อไอเสียคู่ 2" งอปลายลงพื้น หลบเสียง
จะรู้ได้ว่าดังว่าเบา ก็คงต้องลองดูครับ
อันนี้ผมลองแล้วเข้าใจว่าคงไม่ต้องมาบอกต่อ
คงมีผมคนเดียวที่อยากได้ รถเทอโบ ท่อเงียบๆ :n21:

ปล. http://www.fiatforum.com/cinquecento-seicento/44817-turbo-exhaust-design-theory-garrett.html
http://www.club4g.com/index.php?topic=74931.0

ความต้องการท่อไอเสียของเครื่องยนต์ NA กับเครืองยนต์ติดเทอร์โบนั้นมีความแตกต่างกัน เครื่อง NA นั้นต้องการให้ไอเสียที่ใหลในท่อมีความเร็วสูงเพื่อการคายไอเสียได้ดีกว่า แต่เมื่อท่อมีขนาดค่อนข้างเล็กก็จะเกิดผลพวงของความดันที่เกิดจากแรงเสียดทาน(Back pressure)ตามมาซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลย ดังนั้นเราจึงต้องพยายามทำให้ท่อที่เป็นส่วนโค้งให้มีความราบเรียบมากที่สุด เช่นการดัดท่อเฮดเดอร์ที่โค้งงออย่างสวยงาม รวมทั้งต้องมีการคำนวณหาความยาวของท่อแต่ละช่วงให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดการสะท้อนคลื่นความดันจากปลายท่อกลับมาที่ช่องพอร์ทไอเสียให้เป็นความดันลบเพื่อช่วยดึงไอเสียออกจากห้องเผาใหม้ และหยุดดึงไอเสียโดยเป็นความดันบวกในห้วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันส่วนผสม อากาศ-น้ำมัน ติดออกมาด้วย
ส่วนท่อไอเสียเครื่องเทอร์โบนั้นต้องการให้เกิดอัตราส่วนความดัน(Pressure ratio)ระหว่างความดันขาเข้าโข่งไอเสียกับความดันขาออกจากโข่งไอเสียสูงสุด ซึ่งจะทำให้กังหันเทอร์ไบน์ในโข่งไอเสียหมุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คือให้โล่งที่สุดเท่าที่จะยอมรับในเรื่องเสียงดังไม่มากนักได้ครับ
 
เนี่ยๆ ลองเทียบระยะ กับ ประเก็นของ 104
ตำแหน่ง port ไอเสีย ใกล้กันมาก น่าจะโอเคเลย
ไว้ดูกันว่าจะ ออกหัว ออก ก้อย

ใครมีระยะ centre ของ port ไอเสีย 104 ช่วยสงเคราะห์ผมด้วยครับ
ตอนนี้อาศัยวัดจากระยะน๊อตประเก็นแทน
ซึ่งออกมา น่าจะเอา header ของ BM มาใช้ได้ตามรูป :n43:
Compare.jpg
 
Back
Top