ขอปรึกษาเรื่องประกันหน่อยครับ 3+

AmericanPie

New member
ขอปรึกษาเรื่องประกันหน่อยครับ 3+

พอดีโดนรถมอไซด์ชนท้าย แล้วคู่กรณีไม่ยอมอยู่ที่เกิดเหตุท่าเดียว โดยอ้างว่าจะไปเข้างานก่อนแล้วค่อยมาคุย ณ ตอนนั้นผมทำได้แค่ขอบัตรประชาชนมาถ่ายเก็บไว้ ขอเบอร์ติดต่อ แล้วถ่ายรูปรถมอเตอร์ไซด์ไว้เป็นหลักฐาน แล้วดันเป็นมอไซด์ที่ไม่มีป้ายทะเบียน

จากนั้นผมก็แจ้งประกัน และจะนัดให้คู่กรณีมาคุย แต่คู่กรณีไม่ยอมมา (ก็คงหนี นั่นหละ)
ประกันมาที่เกิดเหตุภายหลังแล้วก็เก็บเอกสารต่างๆ ใบแจ้งความ และรูปถ่ายไป
บอกว่าจะให้ฝ่ายติดตามตามให้ หรือ หลังจาก 1 อาทิตย์ให้ติดต่อมาที่บริษัท

หลังจากที่ติดต่อประกันไปก็ได้ความว่า ประกันไม่รับผิดชอบ เนื่องจากดังนี้ครับ
1. ประกันรับผิดชอบกับการชนที่เป็นยานพาหนะทางบก ที่ติดป้ายทะเบียน เท่านั้น
2.ใบแจ้งความ ต้องระบุไปเลยว่า คู่กรณีชนแล้วหลบหนี แต่จากหลักฐานที่ได้มาแสดงว่าคู่กรณ๊ไม่ได้หลบหนีมีการเจรจากันแล้ว
3. บัตรประชาชนของคู่กรณี ไม่สามารถใช้ได้เนื่องจาก ประกันยึดถือหลักฐานจากป้ายทะเบียนรถเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าบุคคลนั้นอาจจะได้ขโมยมอเตอร์ไซด์มาก็ได้
4. ประกันให้ผมเป็นคนพยายามติดตามคู่กรณีด้วยตนเอง แล้วแจ้งประกัน
4. ประกันแจ้งว่า ถึงติดตามคู่กรณีได้แต่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ เราก็ต้องเป็นผู้จ่ายอยู่ดี


1. อันดับแรกผมเข้าใจ 3+ อะครับว่า ต้องมีคู่กรณีและเป็นยานพาหะนทางบก แต่ถ้าในประกันระบุไว้อย่างนั้นผมก็ต้องเข้าใจและยอมรับ ผมซวยเองว่าดันไปเจอมอไซด์ดันไม่มีป้ายทะเบียน มาชน

2. ถ้ามอเตอร์ไซด์หนีไป ถึงมีทะเบียนผมก็คงจำไม่ทัน แล้วไม่มีหลักฐานอะไรเลย แล้วไปแจ้งความก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี แล้วคู่กรณีไม่ยอมอยู่ในที่เกิดเหตุ ผมทำได้เพียงแค่รวมรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด ณ ตอนนั้น ผมคงไม่กล้าไปรั้งเอาตัวแลกหรอกอ่ะ เผื่อมีปืน มีดขึ้นมา จะไม่คุ้มกะค่าซ่อมสีรถเอา

3-5 ไม่รู้จะตอบอะไรเค้าแล้วอะครับ

สรุปคือ โดยหลักฐานเท่าที่ผมมีคือ บัตรประชาชน รูปคนขับ รูปมอเตอร์ไซด์ไม่มีป้าย เบอร์ติดต่อ ทำไรไม่ได้มากกว่า ซ่อมเองใช้มั๊ยครับ เท่ากับมีประกันไปก็เท่านั้นใช่มั๊ยครับ กับ เคสนี้

มีพี่ท่านไหนเคยเจอเคส หรือ แนะนำบ้างไหมครับ
 
เห็นใจครับ เท่าที่รู้ทำประกันประเภท3 มีประโยชน์กรณีเราเป็นฝ่ายผิดครับ ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกต้องเรียกร้องจากคู่กรณีเอง รอนักกฎหมายมาให้คำแนะนำครับ
 
เห็นใจครับ เท่าที่รู้ทำประกันประเภท3 มีประโยชน์กรณีเราเป็นฝ่ายผิดครับ ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกต้องเรียกร้องจากคู่กรณีเอง รอนักกฎหมายมาให้คำแนะนำครับ

ขอบคุณครับ

มันก้ไม่ได้เสียหายอ่ะไรมากอะคับซ่อมเองก็ได้ แต่ก็แบบว่าเราก็พยายามทำให้ครบเงื่อนไขเขามากที่สุดแล้วนี่หน่า ดันมาเข้าเคสซวยมั๊งครับ
 
เห็นใจเจ้าของรถครับ

- ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเงื่นไขห่วยๆ ของบริษัทนี้เลยครับ ผมไม่รู้ว่าบริษัทอื่นเป็นไหมครับ ช่วยประจานหน่อยครับว่าบริษัทอะไร จะได้บอกญาติหรือคนรูธ้จักว่าไม่ควรทำกับบริษัทนี้

- มีหลักฐานครบแต่ทำอะไรไม่ได้ นี่หน่าประเทศไทย

- อย่างนี้ถ้าผมหมันไส้ใครขี่มอเตอร์ไซด์ไม่มีทะเบียนไปชนใครก็ได้เพราะยังไงตำตรวจก็ไม่จับ ขนาดมีหลักฐานพร้อม เออดีว่ะ ทีแม่งตั้งด่านไถเอาไถเอาอะไรไม่ผิดก็บอกว่าผิด มีคนขับแท๊กซี่ที่รู้จักโดนตำรวจเรียกจับข้อหาขับรถไม่ใส่ถุงเท้า(ตลกไหมครับ) พออีกวันทำถูกหมดไม่รู้จะเล่นอะไร จับตรวจฉี่ หาแดกไปเรื่อย ไม่รู้ว่าจะมีไปทำไมตำรวจแบบนี้น่าจับลงภาคใต้ให้หมด
 
ขอบคุณครับ

พูดถึงตำรวจ ตอนไปแจ้งความผมแค่จะเอาใบแจ้งความไปให้ประกัน แต่ตำรวจคงนึกว่าจะให้ตามตัวออกหมายจับ แกรีบบอกออกตัวมาก่อนเรยว่า....ตามไปก็เท่านั้นหละ มันไม่มาหรอก ให้ออกหมายจับมันก็ไม่สนใจหรอก ทะเบียนอยู่ต่างจังหวัดแต่มาทำงานกทมกันทั้งนั้น ตามยาก"

... พูดเยอะมาก ผมเหนื่อยใจละ จนผมต้องบอกว่า ผมมีเท่านี้อ่ะครับ รูปบัตรประชาชน รูปรถมอไซด์ ผมจะทำไรได้บ้าง แค่จะเอาใบแจ้งความไปให้ประกันครับ ถึงจะเขียนให้ แค่ใบแจ้งความเนี่ยะยากเย็นจัง

ประกันอาคเนย์ครับ เรื่องเงื่อนไขผมก็ไม่แน่ใจว่าของบริษัทอื่น ตระกูล 3,3+ หรืออื่นๆ มันจะต่างกันมากน้อยยังไง แต่ผมคิดว่าก็คงคล้ายๆกันอ่ะครับ ตั้งแต่ขับรถมาสิบกว่าปี ชนแค่สามครั้งและไม่เคยเป็นฝ่ายผิดเรยนะเนี่ยะ ทุกครั้งก็จบสวยๆ มีแค่ครั้งนี้อ่ะเรื่องมากสุด และเข้าล๊อคคอนดิชั่นซวยที่สุดละ ก็ยังดีที่ไม่เสียหายมาก เก็บแผลไว้ก่อนรอทำสีทีเดว:D

ถือว่าเป็นบทเรียนไปอะครับ ผมว่าหลังจากนี้ไปชนปั๊บ ถ้าเจอคู่กรณีมอไซด์ รถจักรยาน พวกไม่มีประกัน ผมรับผิดเองทุกครั้งเรยดีกว่าจบง่ายดี ยอมจ่ายประกันค่านิดๆหน่อยๆ :D ด้วยเหตุเหมือนที่พี่ Mr.Lo บอกไว้ข้างบนอ่ะครับ
 
เข้ามาในเวปครั้งแรก ขอให้ความเห็นประกัน 3+ ตามประเด็น ดังนี้
1.ประกันรับผิดชอบเฉพาะการชนกับยานพาหนะทางบกนั้นถูกต้อง แต่จะมีทะเบียนหรือไม่มีทะเบียนนั้นไม่ใช่ประเด็นที่บริษัทประกันภัยจะนำมาปฏิเสธความรับผิด
2.ใบแจ้งความ (ปจว.) ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมาเป็นประเด็นว่าชนแล้วหนีหรือไม่ได้หลบหนี แต่เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งว่ามีการแจ้งความว่ามีเหตุเกิดขึ้นและมีหลักฐานพอสมควรที่จะสืบสาวไปถึงตัวผู้ต้องหาได้ แต่ตำรวจไทยก็มิได้นำพา
3.แม้จะไม่มีหลักฐานจากทะเบียนรถ แต่ก็มีที่มาที่ไปว่าเหตุเกิดจากรถและมีตัวตนของผู้ที่ขับมาชนตามข้อ 1 และข้อ 2 ส่วนรถ จยย.ที่ชนจะเป็นรถที่ขโมยมาหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่บริษัทประกันภัยจะนำมาปฏิเสธความรับผิด
4.ถ้าติดตามตัวได้ก็เป็นผลดีกับคุณ แต่เมื่อตำรวจพึ่งไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดาครับ ถ้าพึ่งได้นี่สิเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เรื่องนี้ตำรวจเป็นเพียงตัวประกอบไม่ได้มีบทเด่นอะไร ไม่ตามไปจนได้ตัวผู้ร้ายก็ไม่ใช่ประเด็นที่บริษัทประกันภัยจะนำมาเป็นเหตุในการปฏิเสธความรับผิด
5.ยิ่งถ้าตามตัวคู่กรณีได้ บริษัทประกันภัยจะยกเอาเหตุที่เรียกเก็บเงินจากคู่กรณีไม่ได้แล้วให้เราต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองนั้นยิ่งต้องไล่ส่งเข้าป่าไปเลย เพราะเงื่อนไขความรับผิดของการประกันภัย 3+ ประเด็นหลักก็คือ "การชนกับยานพาหนะทางบก" ไม่เกี่ยวกับว่า่จะเรียกร้องค่าเสียหายได้จากผู้ทำละเมิดได้หรือไม่
พักซักครู่จะมาสรุปครับ
 
สรุปว่า หลักฐานที่คุณมีอยู่ สำเนาบัตรประชาชน+รูปคนขับ+รูปรถ จยย.คู่กรณี+เบอร์โทร+ปจว.เท่านี้ก็เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่ารถของคุณเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกจริง แต่เมื่อบริษัทประกันภัยปฎิเสธความรับผิด คุณควรไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลอาญารัชดา เบอร์โทร.02-5153999 หรือสายด่วน 1186 อย่าไปคิดว่าค่าเสียหายเล็กน้อยขี้เกียจเสียเวลาซ่อมรถเองก็ได้ มันเป็นสิทธิอันพึงมีพึงได้โดยชอบธรรมที่คุณควรจะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทประกันภัยที่ดีควรยึดหลัก"สุจริตอย่างยิ่ง" (Usmost Good Faith) มองถึง "เจตนา" และพฤติกรรมของผู้เอาประกันภัยเป็นหลักว่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด มากกว่ากฎเกณฑ์หรือข้อยกเว้นบางข้อที่บริษัทประกันภัยไม่ต้องรับผิดมาพิจารณาในการรับผิดชอบมากกว่าการหาช่องทางตั้งแง่ที่จะไม่รับผิดชอบ อย่าลืมว่าคุณเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อต้องการความคุ้มครองนะครับ เกิดเหตุแล้วไม่ได้รับความคุ้มครองจะประกันไปทำลิงอะไร
 
เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง...๚...๏...๛

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำข้างบน...แจ๋วคับ
 
ผมขอเพิ่มเติมนิดนึงครับ
การที่บริษัทประภัยรายนี้ไม่รับผิดชอบในเบื้องต้นให้พี่ไปติดต่อที่ พี่ท่านได้ระบุไว้ในข้างต้น (คปภ) หรือลองหาที่ใกล้บ้านพี่ก้อได้ครับเพราะเค้ามีสาขาย่อยไว้รับร้องเรียน ลองดูในอินเตอร์เน็ต
ประเด็นในเรื่องบริษัทประกันปฎิเสธความรับผิดนี้ผมช่วยแนะนำได้ครับ
1.ให้พี่ร้องเรียนในเบื้องต้นก่อน
2.ให้พี่เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในระหว่างซ่อม นับจากวันที่เกิดเหตุแล้วประกันภัยไม่รับผิดชอบ โดยให้รวมถึงวันพิจารณาอนุมัติ โดยเฉลี่ยประกันภัยต้องให้วันละ500บาท โดยการนี้พี่จะต้องเขียนข้อความลงในกระดาษa4ด้วยลายมือตนเอง ในข้อความให้ในลักษณะการใช้รถ ความสะดวกจากการที่ไม่ได้ใช้รถ และค่าใช้จ่ายจากยานภาหนะในการเช่ารถระหว่างซ่อม และอีกอย่างค่าชดเชยในการรอบริษัทประกันภัยอนุมัติ
เรียกร้องได้เลยครับ...ผมรับรองว่าทำได้ครับ
 
เปิดมาอีกทีข้อมูลแน่นเรย

ขอบคุณพี่ SiangSarn และ พี่ candle-hz7499 มากครับ ผมจะลองโทรไป คปภ ดูครับ

แล้วได้ความว่าอย่างไรจะมาอัพเดทให้ครับ เผื่อคนอื่นเจอเคสแบบนี้จะได้ตั้งรับกันถูก
 
Last edited:
ลองpmถามทนายaorhaดูครับ มีประสบการณ์สูง fightมาหลายรอบ:D
 
ลองpmถามทนายaorhaดูครับ มีประสบการณ์สูง fightมาหลายรอบ:D

ขอบคุณครับ

อัพเดทล่าสุด เมื่อเย็นนี้สืบเจอแล้วมันอยู่บริษัทไหน พรุ่งนี้จะลองตามดู
ถ้าเจอตัว เจอรถ เรียกประกันมาขูดเลขตัวถังได้ ก็น่าจะจบ
 
วันนี้ ไปตามตัวมอไซด์ถึงที่ทำงาน แจ้งหัวหน้าเค้าให้ทราบแล้วเรียกตัวออกมาพบ จากนั้นผมก็เรียกประกันเพื่อมาจัดการให้เรียบร้อย ไปโรงพักให้ตำรวจชี้คดีว่าใครถูกหรือผิด เพื่อจะได้ออกใบเคลมให้

สรุป ผมได้รับใบเคลมมาเรียบร้อยโดยเป็นฝ่ายถูก แต่กว่าจะได้ใบเคลมต้องตามตัวเองทั้งหมด ไม่มีใครพึ่งได้เลยจริงๆ ครับ

และที่สำคัญประโยคที่หัวหน้าประกันโทรมาแจ้งและอ้างผมว่า มีระบุอยู่ในกรมธรรม์ว่า
"ประกันรับผิดชอบกับการชนที่เป็นยานพาหนะทางบก ที่ติดป้ายทะเบียน หรือสามารถระบุเลขทะเบียนได้ แต่ถ้าผมถ่ายรูปมาแล้วมีเลขทะเบียน แม้ว่าเค้าจะติดป้ายทะเบียนปลอมมา ผมก็สามารถเคลมได้"

ผมกลับมาแล้วเปิดอ่านกรมธรรม์เจอแค่หน้า 10 ที่ใกล้เคียงที่ประกันอ้างมากที่สุด
ข้อที่ 1.ข้อตกลงคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์
"บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัยต่อรถยนต์รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องตกแต่งหรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบรายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณีได้"

หลักฐานที่ผมมีอยู่ สำเนาบัตรประชาชน+รูปคนขับ+รูปรถ จยย.คู่กรณี+เบอร์โทร+ปจว

ฝ่ายติดตามหรือหัวหน้าประกันอ้างว่า ไม่มีทะเบียนติดตามตัวไม่ได้หรอก บัตรประชาชนไม่นับเพราะเค้าอาจจะไปขโมยรถมาก็เป็นไปได้ ถ้าผมให้คุรเคลมไปผมไม่รู้จะไปตามตัวยังไง

สุดท้าย ที่ผมรอมาหนึ่งอาทิตย์ไม่ได้กระดิกเพราะประกันแจ้งว่าขอเวลาให้ฝ่ายติดตามตามตัวคู่กรณี แต่ท้ายสุด ผมก็คนธรรมดา ตามจริงจังวันเดียวก็เจอ

เลยยังไม่ทันได้แจ้ง (คปภ.) เลยครับเพราะว่าดันตามตัวคู่กรณีได้เร็วกว่าที่คิด

ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำนะครับ :D

- จบคดี -
 
วันนี้ ไปตามตัวมอไซด์ถึงที่ทำงาน แจ้งหัวหน้าเค้าให้ทราบแล้วเรียกตัวออกมาพบ จากนั้นผมก็เรียกประกันเพื่อมาจัดการให้เรียบร้อย ไปโรงพักให้ตำรวจชี้คดีว่าใครถูกหรือผิด เพื่อจะได้ออกใบเคลมให้

สรุป ผมได้รับใบเคลมมาเรียบร้อยโดยเป็นฝ่ายถูก แต่กว่าจะได้ใบเคลมต้องตามตัวเองทั้งหมด ไม่มีใครพึ่งได้เลยจริงๆ ครับ

และที่สำคัญประโยคที่หัวหน้าประกันโทรมาแจ้งและอ้างผมว่า มีระบุอยู่ในกรมธรรม์ว่า
"ประกันรับผิดชอบกับการชนที่เป็นยานพาหนะทางบก ที่ติดป้ายทะเบียน หรือสามารถระบุเลขทะเบียนได้ แต่ถ้าผมถ่ายรูปมาแล้วมีเลขทะเบียน แม้ว่าเค้าจะติดป้ายทะเบียนปลอมมา ผมก็สามารถเคลมได้"

ผมกลับมาแล้วเปิดอ่านกรมธรรม์เจอแค่หน้า 10 ที่ใกล้เคียงที่ประกันอ้างมากที่สุด
ข้อที่ 1.ข้อตกลงคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์
"บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัยต่อรถยนต์รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องตกแต่งหรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก และผู้เอาประกันภัยสามารถ


แจ้งให้บริษัททราบรายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณีได้"

หลักฐานที่ผมมีอยู่ สำเนาบัตรประชาชน+รูปคนขับ+รูปรถ จยย.คู่กรณี+เบอร์โทร+ปจว

ฝ่ายติดตามหรือหัวหน้าประกันอ้างว่า ไม่มีทะเบียนติดตามตัวไม่ได้หรอก บัตรประชาชนไม่นับเพราะเค้าอาจจะไปขโมยรถมาก็เป็นไปได้ ถ้าผมให้คุรเคลมไปผมไม่รู้จะไปตามตัวยังไง

สุดท้าย ที่ผมรอมาหนึ่งอาทิตย์ไม่ได้กระดิกเพราะประกันแจ้งว่าขอเวลาให้ฝ่ายติดตามตามตัวคู่กรณี แต่ท้ายสุด ผมก็คนธรรมดา ตามจริงจังวันเดียวก็เจอ

เลยยังไม่ทันได้แจ้ง (คปภ.) เลยครับเพราะว่าดันตามตัวคู่กรณีได้เร็วกว่าที่คิด

ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำนะครับ :D

- จบคดี -

เป็นผมจะร้องเรียนต่อ โทดฐานทำให้เสียเวลา และจ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภค อิอิ (ถ้าว่างนะ) จัดให้หนักเลยประกันห่วยๆแบบนี้ :cool:
 
เป็นผมจะร้องเรียนต่อ โทดฐานทำให้เสียเวลา และจ้องจะเอาเปรียบผู้บริโภค อิอิ (ถ้าว่างนะ) จัดให้หนักเลยประกันห่วยๆแบบนี้ :cool:

อยากจะร้องเรียนเหมือนกัน แต่ไม่ว่างเท่าไหร่

เมื่อวานก็เสียเวลา ไม่ได้เข้ามาอ่าน BON เกือบทั้งวัน จะร้องเรียนก็ตรงนี้หละ :D
 
ไม่ได้จะมาต่อความให้ยาว สาวความให้ยืด แต่ขอเคลียร์ความหมายตามความที่คุณขีดเส้นใต้ไว้หน่อย เผื่อบางทีเพื่อนพ้องสมาชิกบางท่านที่ทำประกันภัย 3+ จะได้ประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี คำว่า "รายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณี" นั้น ขอเพียงแสดงให้รู้ว่าเป็นรถคันไหนที่มาชนกับรถเราก็ถือได้ว่า เป็นรายละเอียดของยานพาหนะของคู่กรณีแล้ว ซึ่งคุณก็ได้แสดงหลักฐานเป็นที่ประจักษ์แล้ว ส่วนรถที่เป็นคู่กรณีจะเป็นรถที่ขโมยมาหรือไม่ จะมีทะเบียนหรือไม่มีทะเบียนก็ตามไม่ใช่ประเด็นที่บริษัทประกันภัยจะปฏิเสธความรับผิด เพราะถ้ายึดทะเบียนเป็นที่ตั้งเกิดรถเราไปชนกับรถไถ รถแทรคเตอร์ หรือรถเฉพาะกิจอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ก็เคลมไม่ได้กระนั้นหรือ ผมว่าประกันภัยของคุณไม่เข้าท่านะ
จบคดี ด้วยการไม่มีคดี ก็ยินดีด้วยครับ
 
ไม่ได้จะมาต่อความให้ยาว สาวความให้ยืด แต่ขอเคลียร์ความหมายตามความที่คุณขีดเส้นใต้ไว้หน่อย เผื่อบางทีเพื่อนพ้องสมาชิกบางท่านที่ทำประกันภัย 3+ จะได้ประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี คำว่า "รายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณี" นั้น ขอเพียงแสดงให้รู้ว่าเป็นรถคันไหนที่มาชนกับรถเราก็ถือได้ว่า เป็นรายละเอียดของยานพาหนะของคู่กรณีแล้ว ซึ่งคุณก็ได้แสดงหลักฐานเป็นที่ประจักษ์แล้ว ส่วนรถที่เป็นคู่กรณีจะเป็นรถที่ขโมยมาหรือไม่ จะมีทะเบียนหรือไม่มีทะเบียนก็ตามไม่ใช่ประเด็นที่บริษัทประกันภัยจะปฏิเสธความรับผิด เพราะถ้ายึดทะเบียนเป็นที่ตั้งเกิดรถเราไปชนกับรถไถ รถแทรคเตอร์ หรือรถเฉพาะกิจอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ก็เคลมไม่ได้กระนั้นหรือ ผมว่าประกันภัยของคุณไม่เข้าท่านะ
จบคดี ด้วยการไม่มีคดี ก็ยินดีด้วยครับ


"รายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณี"
- ตามที่ผมก็เข้าใจ ก็เหมือนตามที่พี่บอกไว้ทุกประการครับ
- ตามประกันแจ้งผม คือ ระบุยานพาหนะได้ว่าใครเป็นเจ้าของรถ โดยระบุเป็นเลขทะเบียน หรือเลขตัวถังรถ เพื่อให้ประกันสามารถตามตัวเจ้าของรถต่อไปได้

โดยความคิดผมเอง ผมว่าประกันจะให้เคลมก็ได้ แต่ก็จะตามตัวยากคนที่รับเคสให้เคลมก็จะลำบากต่อไป เลยปฏิเสธไว้ก่อนโดยเอาจุดนี้มาอ้าง บอกว่า ประกันรายละเอียดเพียงเท่านี้ไม่เพียงพอ และระบุมาเรยว่าไม่มีทะเบียนที่ใช้ระบุยานพาหนะ ทำให้ไม่สามารถตามตัวได้ (ที่จริงคือไม่ตาม หรือ ขี้เกียจจะตาม) จึงไม่เข้าข่ายรับประกัน

สรุปสั้นๆว่า "ประกันประเภทนี้ 3 หรือ 3+ มีข้อเสียตรงนี้เขียนไว้เพื่อให้ครอบคลุมกว้างๆ มีบางคนได้สมดั่งใจ กับ บางคนก็ไม่ได้ตามที่คาดหวัง"
ประโยคนี้ผมยินมาจากปากของคนที่ผมคุยด้วยทางโทรศัพท์ คิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าประกันฝ่ายติดตาม หรือรับเคส เพราะพี่มอเตอร์ไซด์ตัวแทนประกันที่มาออกใบเคลมให้บอกว่าเป็นหัวหน้าเค้า

จบคดี ด้วยการไม่มีคดี จริงครับ ถ้าเคสนี้ผมไม่โชคดี ที่ตามตัวมอไซด์ได้เองและเร็ว ไม่งั้นคงยังไม่จบ จะให้ไปสู้กะประกันต่อก็ได้ แต่คงต้องแลกกับเสียเวลา เสียงาน และเสียรายได้มากกว่าที่จะได้กลับมา


สรุปอีกครั้งสำหรับเคสของผม มีการเฉี่ยวชน แล้วคู่กรณีหลบหนี หรือ ไม่ยอมอยู่จะทำอย่างไร โดยที่เราสามารถเก็บหลักฐานได้เท่าที่มี เช่น สำเนาบัตรประชาชน+รูปคนขับ+รูปรถ จยย.คู่กรณี+เบอร์โทร+ปจว
เผื่อพี่ๆสมาชิกบางท่านที่ทำประกันภัย 3+ จะได้ประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อยๆ นะครับ

1.อันดับแรก ลองกลับไปเปิดตารางกรมธรรม์ดูครับ อย่างเช่นของผม อาคเนย์แพลตตินั่ม 3+ อาจจะเขียนต่างกันออกไป

หน้าที่ 10 ข้อที่ 1.ข้อตกลงคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์
"บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิ ดขึ้นระหว่างระยะเวลาประกันภัยต่อรถยนต์รวมทั้งอุปกร ณ์เครื่องตกแต่งหรือสิ่งที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบรายละเอียดของยานพาหนะคู่กรณีได้"

อ่านเตรียมไว้ก่อนเลยว่า มันหมายความว่าอย่างไร ลองโทรถามประกันตัวเองดูครับ ว่าจะได้คำตอบอย่างไร ผมคิดว่า ถ้าถามตอนที่ยังไม่มีเหตุประกันจะอธิบายอย่างนึง(เป็นที่น่าพอใจ) แต่ถ้าเกิดเหตุขึ้นมาแล้วประกันจะอธิบายอย่างนึงแน่นอน

2.ถ้าเกิดเหตุแล้วคู่กรณีไม่ยอมอยู่ ก็พยายามรวมรวมหลักฐานเท่าที่มี เท่าที่จะสามารถทำได้ จำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด (อย่างของผมตามได้เพราะมีรูปถ่ายบัตรประชาชน โชคดีที่คู่กรณีใส่ชุดยูนิฟอร์มแต่ไม่ชัดเท่าไหร่ แล้วบริษัทอยู่ไม่ห่างกันมาก เรยตามจากยูนิฟอร์มก่อนว่าเป็นของบริษัทอะไร แล้วก็ค่อยๆไล่ไป)

จากนั้นก็ลุ้นเอาว่าประกันจะว่าไงกะเราต่อไป เมื่อเกิดเหตุแล้วจะให้เคลมเหมือนตอนที่เราเคยถามไว้หรือไม่
-ประกันก้จะทำเป็นรับเรื่องบอกให้รอฝ่ายติดตาม (แต่จริงๆ ไม่ติดตามหรอก)
-ผลของประกันจะแจ้งกลับมาว่า
1.เคสของพี่ประกันยินดีรับ ดูจากหลักฐานแล้วเป็นฝ่ายถูก ไม่เสียค่าแอคเซฟ (ประกันดี มีจริยะธรรม)
2.เคสของพี่ประกันยินดีรับนะครับ แต่เนื่องจากว่า คู่กรณีตามตัวยากอาจเข้าข่ายจะไม่มีคู่กรณี ประกันยินดีรับเคลมให้แต่อาจจะต้องเสียค่า แอคเซฟ (ประกันพอใช้)
3.เคสของพี่ ประกันไม่รับครับ ไม่อยู่ในเงื่อนไข บลาๆ (อาจจะเข้าข่าย อ้างตามเคสของผม แย่ที่สุด)

จากข้อ 3 ถ้าเราตามตัวได้เอง (ไม่นับความช่วยเหลือจากฝ่ายติดตามของประกัน หรือตำรวจ) เราก็จะได้เคลมจากประกัน แต่จะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ก็แล้วแต่จะไปเถียงกันกับคู่กรณี เป็นอีกเรื่องไป

แต่ถ้าเจอเคสหนักกว่าผม คือชนแล้วไม่มีแม้แต่โอกาศได้คุย จำอะไรคงไม่ได้เท่าไหร่ ก็คงเรียบร้อยประกันไปท่าเดียว

ทางที่ดี
-อย่าเฉี่ยวอย่าชน
-ถ้าชนก็ขอให้มีคู่กรณีที่ไม่หนี
-ไม่แยกรถจากที่เกิดเหตุได้ก็จะดีที่สุด เพราะเดี๋ยวมาเถียงกันทีหลังอีก ให้รอประกันมาเถียงกันเอง
-ถ้าจำเป็นต้องแยก ควักเอกสารยอมรับผิด ถ่ายปบัตรประชาชนแนบไปด้วย แล้วรอประกันมา พร้อมอยู่กับคู่กรณี
 
Back
Top