กู้สภาพ ปลาวาฬ 140 (สมาชิกที่ขอนแก่น ครับ)

เครื่องเดินเบากระตุกๆ เหตุจากคอยล์จุดระเบิด

รถผม S280 W140 มาเกิดอาการเดินเบากระตุกๆ ตอนเข้าเกียร์แล้วเหยียบเบรคไว้ เหมือนไฟรั่วไม่จุดระเบิดเป็นบางจังหวะ เป็นเฉพาะตอนใช้แกส ถ้าใช้น้ำมันยังนิ่งสนิท ไปให้ร้านแกสจูนดู เค้ายืนยันว่ามาจากระบบไฟ ให้เปลี่ยนสายหัวเทียนดู ก็ยังเถียงกันว่าทำไมใช้น้ำมันไม่เป็นเลย ตอนขับเร็วๆก็ไม่รู้สึก ช่างบอกว่าแกสใช้ไฟจุดระเบิดมากกว่า ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็อุตส่าห์ไปซื้อสายหัวเทียน3เส้น กับยางต่อคอยล์3อัน เปลี่ยนทั้งชุด 1900 ก็ยังไม่หาย พอดีราคาน้ำมันลดมาฮวบฮาบ เลยทนใช้น้ำมันมา 3-4 ถัง วันก่อนจะค้นหาอะไหล่ไปซ่อม 124 เจอคอยล์ที่เคยซื้อเป็นอะไหล่ 210 มันตัวเดียวกับ 140 เลยคิดว่าน่าจะลองเปลี่ยนดู โชคดีมาก เปลี่ยนตัวแรก สูบ 1-2 อาการกระตุกหายสนิทเลยครับ ไม่มีกระตุกอีกเลย นิ่งสนิท สรุปว่าเสียที่คอยล์จุดระเบิดตัวนึง อันนี้ก็น่าจะเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆได้ว่า ถ้าเครื่องสะดุดๆตอนเดินเบา นอกจากสายหัวเทียน อย่าลืมลองหาคอยล์มาเปลี่ยนดูด้วยครับ ขอบคุณครับ
 
รถผม S280 W140 มาเกิดอาการเดินเบากระตุกๆ ตอนเข้าเกียร์แล้วเหยียบเบรคไว้ เหมือนไฟรั่วไม่จุดระเบิดเป็นบางจังหวะ เป็นเฉพาะตอนใช้แกส ถ้าใช้น้ำมันยังนิ่งสนิท ไปให้ร้านแกสจูนดู เค้ายืนยันว่ามาจากระบบไฟ ให้เปลี่ยนสายหัวเทียนดู ก็ยังเถียงกันว่าทำไมใช้น้ำมันไม่เป็นเลย ตอนขับเร็วๆก็ไม่รู้สึก ช่างบอกว่าแกสใช้ไฟจุดระเบิดมากกว่า ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็อุตส่าห์ไปซื้อสายหัวเทียน3เส้น กับยางต่อคอยล์3อัน เปลี่ยนทั้งชุด 1900 ก็ยังไม่หาย พอดีราคาน้ำมันลดมาฮวบฮาบ เลยทนใช้น้ำมันมา 3-4 ถัง วันก่อนจะค้นหาอะไหล่ไปซ่อม 124 เจอคอยล์ที่เคยซื้อเป็นอะไหล่ 210 มันตัวเดียวกับ 140 เลยคิดว่าน่าจะลองเปลี่ยนดู โชคดีมาก เปลี่ยนตัวแรก สูบ 1-2 อาการกระตุกหายสนิทเลยครับ ไม่มีกระตุกอีกเลย นิ่งสนิท สรุปว่าเสียที่คอยล์จุดระเบิดตัวนึง อันนี้ก็น่าจะเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆได้ว่า ถ้าเครื่องสะดุดๆตอนเดินเบา นอกจากสายหัวเทียน อย่าลืมลองหาคอยล์มาเปลี่ยนดูด้วยครับ ขอบคุณครับ

มาแชร์ ปสก.คล้ายกัน
ครั้งแรกเพราะท่อเข้าISC หลุด ผมเลยเปลี่ยนใช้Air Hose แล้วขันแน่นด้วยแหวนรัดซะเรย
*การ DIYเองก็ดีอย่าง ไม่ต้องเปลืองเบิกข้องอ หรือท่อพลาสติกแสนแพง พอเข้าใจBasicของรถแล้ว Applyเองได้ล่ะทีนี้
สอง...เครื่องหอบ หัวฉีดแก็สหมดอายุขัย เปลี่ยนHANAทั้งชุด ข้อดีเป็นหัวเดี่ยว
IMG_8601_zpsztvqlqwa.jpg

ผมเดินตามแนวรางหัวฉีดน้ำมัน สูบ 4/5 อยู่ใต้ท่อข้ามเครื่อง (หากระบายความร้อนยาก มีผลต่อหัวฉีดร้อนหรือไม่ รอผู้รู้มาแนะนำด้วย)
ข้อดีอีกข้อที่สำคัญกว่า ท่อยางเข้าNOZZLEยาวแค่ 4 ซม. ตอนนี้เดินเบานิ่งมาก

**เห็นท่่านซื้อสายหัวเทียนมา 3 เส้น หมายถึงมาตัดต่อหัวเองหรือมีหัวมาด้วย ขอทราบราคาเป็นข้อมูลไว้ด้วย ผมเห็นหลายเส้นเริ่มมีรอยแตก จะได้เอาไอเดียท่านมาปรับปรุงส่วนนี้สักหน่อย ขอบคุณครับ
 
มีเรื่องมาแชร์เพิ่มเติม

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีปัญหาช่วงรถติดมากๆในกรุงเทพฯ ตอนปล่อยเบรคให้รถไหลเองปรากฎว่ามีสะดุดและดับไป2ครั้ง แต่ขับทางไกลไปธุระโคราชก็ไม่มีปัญหาใดๆแต่ขากลับช่วงสระบุรีรถติดหลายกิโลก็เจออีก1ครั้ง จึงสรุปพฤติกรรมที่เกิดขึ้นคือมีปัญหาเฉพาะช่วงเดินเบาแล้วปล่อยไหลและเมื่อมีโหลดเพิ่มทันทีทันใดเช่นคอมฯแอร์ทำงานจะเกิดปัญหาดังกล่าวในบางครั้ง ในใจคิดว่าเจ้าตัวIdle speed control สกปรกหรือมีปัญหาแน่ๆ ปรึกษาพี่อ้วนผู้หยั่งรู้ไปเกือบทุกรุ่นของMB ก็แนะนำว่าไปจับStarดูก่อน เออ! ทำไมเรานึกไม่ถึงนะ มีแต่คิดว่าจะล้างIdle speed control อย่างเดียว:confused: ว่าแล้วก็โทรนัดช่างบอกอาการและขอให้ช่างเตรียมเครื่องมือStarไว้ พอไปถึงช่างจับยามสามตาเอ๊ย...จับสตาร์ก็มีแต่Trotle fault อย่างอื่นไม่มีอะไร เจ้าTrotleก็คือIdle speed controlนี่เอง ว่าแล้วช่างก็ลองResetดูแล้วเช็คอีกรอบก็ไม่มีFaultใดๆ จากนั้นช่างก็เปิดเจ้าตัวIdle speed controlออกมาล้างเสร็จแล้วประกอบและจับยามสามตาอีกรอบก็ไม่มีFaultใดๆ ถึงช่วงHighlightคิดเงิน

ผม: ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ครับช่าง
ช่าง: เออ.. 300ครับ
ผม: ยังไม่ได้ค่าเครื่องมือ ค่าแรง ค่าความรู้ช่างเลย งั้นไม่ต้องทอน....ขอบคุณมากช่าง

นี่สุดยอดอู่บ้านจริงๆ:yelclap: ตั้งแต่ล้างIdle speed controlมาก็ยังไม่มีปัญหาใดๆแต่ถ้ายังเป็นอีกจะมาแจ้งข่าวให้ทราบครับ

เคยเห็นช่าง ศ.อู่บ้านรามอินทรา ไม่รู้อู่เดียวกับที่ท่านSUWIT_E280ใช้บริการหรือไม่
ช่างถอดออกมาง่าย ๆ เลยสำหรับเบนซ์รุ่นอื่น
แต่ยังไม่มีโอกาสเห็นW140
ผมก็ทำแค่ฉีดผ้าด้วยMr. ronson ให้ชุ่ม แล้วล้วง ๆ ถู ๆ(กรุณาอย่าคิดลึก555)ได้เท่าที่นิ้วจะลงถึง

*พอดีว่าเคยอ่านพบ หากถอดออกมาทั้งตัว แล้วต้องปรับตั้งอะไรสักอย่างเนี่ย
**หากไปปรับอะไร หรือมีอะไรขยับผิดตำแหน่งอาการจะหนักไปใหญ่
ตอนท่่านSUWIT_E280ทำ ช่างคงใช้เบนซินล้างขัดด้วยแปรงสีฟัน?
แต่ตอนประกอบกลับ มีเทคนิคอะไรไหมครับ
 
ขอรายงานข่าวคลาดเคลื่อนนิดนึงครับ
Relay ที่ปัดน้ำฝนของผมเดิมมีอาการจังหวะ 2 ไม่ทำงานเอาเลย
อาศัยน้องๆช่วยแกะออกมาทำความสะอาดตามลายแทง
ใส่ไปแรกๆ นานๆเปิดที ก็ใช้งานได้ ไม่รู้สึกอะไร
แต่ตอนหลังนี่ใช้บ่อยขึ้น
พบว่า ถ้ารถเดินช้าๆ เกือบหยุด หรือหยุดเลย
ใบปัดจะไม่ทำงานเลยครับ
เคลื่อนตัวแล้ว(นึกว่าไฟอ่อน) ก็ไม่ทำงาน
ต้องหมุนปิด หรือไปจังหวะอื่น กลับมาจังหวะ 2 ขณะรถวิ่ง ถึงจะทำงานครับ
สงสัยจะกลับจากเยอรมันไม่ครบ
อาจต้องหาตัวใหม่ใช้ครับ
หรือท่านใดมีข้อแนะนำเป็นแนวทางบ้างครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้า
และขออนุญาตท่าน จขกท. ด้วยครับ
ด้วยเห็นว่ากระทู้นี้เป็นที่รวบรวม W140 เป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆด้วย
ขอบคุณอีกทีครับ[/QUOTE

สวัสดีครับ ความเห็นผมซื้อตัวใหม่ดีกั่วครับ สบายใจไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ขนาดของติดรถยังเกิน 10 ปี
ถึงแม้จะเป็นของใหม่ OEM ก็น่าจะใช้ได้นานนะครับ

ตอนนี้รถผมก็ใช้มาครบ 1 ปี แล้วครับ ตอนนี้รถผมก็อยู่ที่อู่เก็บงานใหม่ เครื่องสั่นและติดไม่ครบสูบบางครั้งกับเวลาเลี้ยวเสียงพัดลมดังแง็งๆ เจอตัวปัญหาแล้วคือสายแว็คคัม ที่ต่อไปยังโคมไฟหน้าขวาแตก ส่วนเสียงพัดลมแอร์ดัง ตอนแรกช่างสันนิษฐานว่าแกนโรเตอร์สึกพอเปิดออกมาลูกยางรองพัดลมแอร์ละลาย โรเตอร์ปกติเกือบเสียเงินซื้อตัวโรเตอร์ใหม่ 5400 บาท แล้วก็งานเล็กๆน้อยๆคือ หมอนหลังกับพนักพิงศีรษะข้างคนขับปรับขึ้น-ลงไม่ได้ ถ้ามีภาพประกอบจะเอามาลงกระทู้นะครับ ขอรวบรวมข้อมูลก่อนครับ :)

ลืมอัพเดท ปัญหาตัวนี้เรื่องเครื่องสั่นและติดไม่ครบสูบ แก้ปัญหามาได้ 3-4 เดือนที่ผ่านมา แล้วครับ สรุปคือ สายแวคคัม ที่ต่อเข้าโคมไฟหน้าขวา แตกเลยทำให้เครืื่องเดินไม่เรียบ เปลี่ยนสาย แวคคัมใหม่ หายเรียบร้อยแล้วครับ ค่าแรง+ค่าของ 300 บาท :):)
 
Last edited:
แบตเตอรี่ของเดิม กำลังไฟชักจะแผ่วลง เพราะมีหลายครั้งต้องลากยาวถึงะติด ก็เลยมีโอกาสได้เปลี่ยน ของ W140 ตาม spec ใช้แบต 100 แอมป์แบบกึ่งแห้งกึ่งน้ำ ถามร้านแบตที่ขอนแก่น แกก็แนะนำ ยี่ห้อ โบลิเด้นท์ (Boliden) ดีสุด (เจ้าของร้านแบต เคยทำงานที่โรงงานแบตเป็น 10 ปี แบตทุกยี่ห้อในตลาดแกจะทราบดี เพราะแกรู้จักเพื่อนๆในวงการแบตของค่ายอื่นด้วย และแลกเปลี่ยนความรู้กัน จนแกลาออกมาเปิดร้านขายแบตเตอรี่เองครับ) เพราะ
1. แผ่นตะกั่วมากที่สุดในท้องตลาด ผมจำไม่ได้ว่ากี่เปอร์เซนต์ เจ้าของร้านบอก

สังเกตจากรูป ลักษณะของแผ่นตะกั่วจะมีพื้นผิวสัมผัสกับน้ำกรดที่สม่ำเสมอ



แบตแห้งค่ายอื่น ขอยกตัวอย่างรูปโดยไม่ระบุยี่ห้อนะครับ ดูลักษณะการวางแผ่นตะกั่ว จะแตกต่างกับ ของ โบลิเด้น ชัดเจนครับ



2. ค่าความถ่วงจำเพาะก็จะมากที่สุด ของ Boliden จะระบุความถ่วงจำเพาะชัดเจน และเฉพาะยี่ห้อนี้ก็จะมีน้ำกรดเฉพาะของแบรนด์ ใช้ของยี่ห้ออื่นไม่ได้ เพราะค่าความถ่วงจำเพาะไม่ถึงตามค่ามาตรฐาน ของแบรนด์









3. ยี่ห้อนี้ จะมีตาแมวทุกช่อง .. ก็ช่องเติมน้ำกรดนั่นแหละครับ แต่ละช่องก็จะมีสีบอกการทำงานของเซลล์แบตว่ายังอยู่ในสภาพดีอยู่หรือไม่ สีเขียวแสดงว่ายังทำงานดี ถ้าเปลี่ยนเป็นสีใสแสดงว่าทำงานได้ไม่เต็มที่ ถ้าเป็นสีแดง แสดงว่า เซลล์แบตเดี้ยงแล้วครับ









แบตยี่ห้ออื่นจะมีตาแมวช่องเดียว

http://image.ohozaa.com/view2/xlFpR5yQoGSQmLgl


ผมได้แบต โบลิเด้น ราคา ลูกละ 4000 บาทครับ จะถูกแพงแล้วแต่ท้องที่ด้วยนะครับ ร้านบอกราคาแบตเตอรี่มีขึ้น-ลง เหมือน ราคาน้ำมัน ถ้าผมจำไม่ผิด ร้านแบตบอกว่าหน้าหนาวราคาแบตเตอรี่จะแพงกว่าทุกฤดูเพราะหลังจากหน้า ฝน ผู้ใช้รถก็จะตรวจเช็คสภาพรถ รวมถึงแบตเตอรี่ ความต้องการในตลาดมากขึ้น ราคาจึงสูงขึ้นครับ

แวะเวียนมาอ่านหลายรอบสำหรับ กท.ดี ๆ
อยากสอบถาม จขกท.เรื่องแบต น่าจะ 14 เดือนได้กระมัง
ไฟยังแรง และเก็บไฟได้อยู่เป็นปกติมั้ย
พอดีคันผมตอนซื้อมา เจ้าของเก่าเพิ่งเปลี่ยนมาอายุ 1 เดือน
ตอนนี้ก็ราว ๆ 14 เดือนเช่นกัน ออกอาการอ่อนแรงนิดนึง
สังเกตจากโปรแกรมจูนแก็สจะPop upว่า "กล่อง(แก็ส)รีเซ็ท"
ผมลองดูดน้ำกลั่นเดิมออก แล้วเติมน้ำกรดเข้าไปแทน เก็บไฟได้นานขึ้น
คราวหน้าจะกลับมาใช้Boliden ตั้งแต่ใช้เบนซ์190อีก็ใช้ยี่ห้อนี้มาตลอด
ยิ่งอ่าน กท.ท่าน ที่เริ่มต้นก็ใช้น้ำกลั่น ถพ.เฉพาะของโบลิเด้นท์
เคยถามร้านแบต น้ำกรดของBoที่เป็นแกลลอนแบบท่านไม่มีขายหน่ะซิ
ก็เลยมาสอบถามท่าน หากใช้น้ำกรดเฉพาะเติมแบตของยี่ห้อเดีียวกันนี้แล้วเวิร์ค
ลูกต่อไปจะใช้บ้าง เพราะราคาก็ทั่วไป ท่านซื้อได้ถูกกว่าใน กทม.ซะอีก
รวมค่าน้ำกรดหรือยังครับ
 
แวะเวียนมาอ่านหลายรอบสำหรับ กท.ดี ๆ
อยากสอบถาม จขกท.เรื่องแบต น่าจะ 14 เดือนได้กระมัง
ไฟยังแรง และเก็บไฟได้อยู่เป็นปกติมั้ย
พอดีคันผมตอนซื้อมา เจ้าของเก่าเพิ่งเปลี่ยนมาอายุ 1 เดือน
ตอนนี้ก็ราว ๆ 14 เดือนเช่นกัน ออกอาการอ่อนแรงนิดนึง
สังเกตจากโปรแกรมจูนแก็สจะPop upว่า "กล่อง(แก็ส)รีเซ็ท"
ผมลองดูดน้ำกลั่นเดิมออก แล้วเติมน้ำกรดเข้าไปแทน เก็บไฟได้นานขึ้น
คราวหน้าจะกลับมาใช้Boliden ตั้งแต่ใช้เบนซ์190อีก็ใช้ยี่ห้อนี้มาตลอด
ยิ่งอ่าน กท.ท่าน ที่เริ่มต้นก็ใช้น้ำกลั่น ถพ.เฉพาะของโบลิเด้นท์
เคยถามร้านแบต น้ำกรดของBoที่เป็นแกลลอนแบบท่านไม่มีขายหน่ะซิ
ก็เลยมาสอบถามท่าน หากใช้น้ำกรดเฉพาะเติมแบตของยี่ห้อเดีียวกันนี้แล้วเวิร์ค
ลูกต่อไปจะใช้บ้าง เพราะราคาก็ทั่วไป ท่านซื้อได้ถูกกว่าใน กทม.ซะอีก
รวมค่าน้ำกรดหรือยังครับ

ทั้ง 6 เซลล์ยังเป็นสีเขียว แสดงว่า ไฟยังแรงดี ครับ







โบลิเด้นท์ที่ผมได้ ราคารวมเติมน้ำกรดของโบลิเด้นท์ ร้านเติมให้เรียบร้อบและราคานี้ แบตเก่าร้านให้ราคา 500 บาท ลบออกจากราคาเต็มของราคาแบตโบลิเด้นท์ครับ
 
เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เก็บงานเล็กๆน้อยๆ

1. คลิปแผงท้าย P/N A-124-990-07-92 ตัวละ 65 บาท



2. หมุดล๊อกพลาสติกหน้าเครื่อง P/N A-001-988-47-42 ตัวละ 110 บาท ไม่รวมแหวนตัวเมีย P/N A-004-990-16-40 ตัวละ 50 บาท





3. สกรูล็อกฝาปลั้กหัวเทียน P/N A-102-159-01-71 ตัวละ 120 บาท มีแค่ 3 ตัว อีกตัว หล่นหายครับ แต่ใส่ตัวใหม่ไปทั้งหมด 4 ตัว

ของเก่า





ของใหม่



 
Last edited:
หารูปตั้งนานกว่าจะเจอ เดือนพฤศจิกายน ซ่อมหมอนหลัง ทั้ง 2 ข้าง กับ หัวหมอนเบาะหน้า ข้างคนขับ ปรับไม่ได้ เลยให้ช่างจัดการ

เปิดเบาะหลัง





เอามอเตอร์หมอนหลังออกมาเช็ค (ช่างใช้กล้องมือถือถ่ายรูปมาให้ดู เลยไม่ค่อยชัดนัก)





เลยเจอเฟืองมอเตอร์ ทั้งรูดทั้งแตก หมดทั้ง 2 ตัว โชคดีมอเตอร์หมอนหลังยังสภาพดีทั้ง 2 ข้าง





หลังจากนั้น ก็สั่งอะไหล่ เปลี่ยนเป็น เฟืองทองเหลือง หลังจากประกอบเสร็จ ใช้แล้วโอเคเลยครับ

ตำแหน่งหัวหมอนนอน



ตำแหน่งหัวหมอนตั้ง

 
Last edited:
หัวหมอนเบาะหน้า ตรวจสอบ รูด เรียบร้อย ให้ช่างจัดหาอะไหล่ให้

สีฟ้าอ่อนเป็นของติดรถ สีฟ้าเข้มเป็นของใหม่ที่ช่างศักดาสั่งมาครับ





พร้อมทั้งยังสั่งซื้อตัวล็อก ที่เสียหายมาด้วย







ทดลองใช้แล้ว กลับมาทำงานดังเดิม ค่าใช้จ่ายก็ตามนี้ครับ ครั้งนี้ให้ช่างจัดการให้ทั้งหมด ครับ



ปอลอ ครั้งนี้ก็เปลี่ยนยางรองแท่นเครื่อง และยางรองแท่นเกียร์ใหม่ เพราะพวงมาลัยสั่นมากเกินไป อาการสะเทือนมาถึงมือเลย ก็เลยให้ช่างเปลี่ยนด้วย คิดว่า ช่างน่าจะหาของที่มีคุณภาพดีกว่าของเดิมที่เคยซื้อมาน่ะครับ

ถอดออกมาทรุดไปข้างนึง แต่จะเปลี่ยนทั้งทีก็เอาใหม่ทั้งชุดครับ

ของเก่าทรุด และมีรอยแตกชัดเจนที่ระหว่างตัวตุ้มที่ติดกับยาง - ตัวบน



ของเก่าซ้ายมือ ของใหม่ขวามือ ดูจากภายนอก ทั้งคุณภาพยาง และตุ้มหล่อ ช่างหาของที่มีคุณภาพดีกว่าของเดิมที่ผมหามา ซึ่งผมหาของเอง ตอนต้นๆกระทู้ครับ



P/N 124-240-2617-822-04 ชัดเจนครับ

 
Last edited:
เมื่อวันพฤหัสฯเอารถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค
-น้ำมันซื้อไปเอง Ate Dot4 SL.6ระบุว่า2ปีเปลี่ยน (แต่ความเป็นจริงต้องว่ากันอีกที) ขนาด1Lซื้อมา470
-ให้ช่างเปลี่ยนให้ ยกรถขึ้นHoistไล่น้ำมันเก่าใช้เวลาไม่นานเสร็จ เหลือน้ำมันติดกระป๋องนิดหน่อย
ค่าแรง200 ก็คุ้มค่า ราคาตามประสาอู่บ้านๆๆ
 
เมื่อวันพฤหัสฯเอารถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค
-น้ำมันซื้อไปเอง Ate Dot4 SL.6ระบุว่า2ปีเปลี่ยน (แต่ความเป็นจริงต้องว่ากันอีกที) ขนาด1Lซื้อมา470
-ให้ช่างเปลี่ยนให้ ยกรถขึ้นHoistไล่น้ำมันเก่าใช้เวลาไม่นานเสร็จ เหลือน้ำมันติดกระป๋องนิดหน่อย
ค่าแรง200 ก็คุ้มค่า ราคาตามประสาอู่บ้านๆๆ

ค่าแรงถูกจัง
ช่าง 2 คน(อีกคนนึงคอยย้ำเบรค)ค่าแรงเฉลี่ยคนละร้อยเองหรือครับ
ผมอยู่ กทม.ก็ใช้แต่อู่บ้านรามอินทรา

ปล. น้ำมันเบรครุ่นนี้ใช่ Ate Blue ที่สีออกฟ้า ๆ ไหมครับ
ผมเปลี่ยนมาได้ราว 7 เดือนแล้ว มีพร่องลงเล็กน้อย
สงสัยเบรคคงจะสึก เกือบได้เวลาเปลี่ยนแล้ว
อ่านพบว่าเบรคCeramic ดี แต่ราคาก็สูง(3ใบเทา?)ตาม
 
Last edited:
กันเองครับ แต่โทรนัดก่อน ส่วนใหญ่งานแบบนี้ช่างทำให้เลยใช้เวลาไม่นาน
 
กลับมาบ้านเที่ยวนี้ แอร์ไม่เย็น เลย ไล่ดูที่ตาแมว พบ ว่ามีฟองอากาศ เม็ดเล็กๆ อยู่เต็ม แสดงว่า น้ำยาแอร์หายไปบางส่วน เลย ไล่ระบบแอร์ คร่าวๆ เจอ ที่เติมน้ำยาแอร์ ด้านแรงดันต่ำ (ฝั่งคนนั่งข้างคนขับ) มีน้ำมันคอมแอร์ซึมออกมา เป็นสีชา ปนกับน้ำ

พอเอาลมเป่าออก ภายในเป็นสนิม จากนั้น ลองเติมน้ำยาแอร์จนเต็มระบบ (ไม่มีฟองอากาศที่ตาแมวอีก) แล้วใช้รถไปอีกวันพบว่า มีฟอกอากาศเล็กๆผุดให้เห็น เจอตัวการแล้ว



สั่งอะไหล่ตัวใหม่ เฉพาะ ตัวนี้จะ มีฝาปิดพลาสติกมาให้ด้วย ก่อนได้รถคันนี้มา ไม่มีฝาปิดครับ

P/N A-002-830-55-84 วาล์วท่อแอร์ตัวเล็ก 1 ตัว ราคา 1,050 บาท



ตัวเก่า



เปรียบเทียบด้านล่าง

ตัวเก่า



ตัวใหม่




แวคคัม น้ำยาแอร์เดิมออก (น้ำมันคอมแอร์จะออกมาด้วย) จากนั้น เติมน้ำมันคอมแอร์ ใหม่เข้าไปแล้วเติมน้ำยาแอร์ใหม่ R134a เข้าไปจนเต็มระบบ (ตาแมวดูแล้วใส ไม่มีฟองอากาศ) ค่าช่าง + น้ำยาแอร์ = 800 บาท ครับ

มีคอมเม้นต์จากช่างว่า แผงแอร์เริ่มตัน ให้ใช้น้ำแรงดันสูงฉีดล้างทำความสะอาด จากนั้น วิ่งจากขอนแก่น กลับมา มหาสารคาม ถ้าวิ่งเกิน 100 km/h อุณหภุมิ เกือบๆ 100 องศาเซลเซียส (วันนั้น อุณหภูมิอากาศ ทั่วไป 42 องศาเซลเซียส) ตายละวา อันตราย เพราะปกติอุณหภูมิ จะไม่เคยเกิน 90 ตลอด พัดลมสเต็บ 2 ก็ทำงานแต่เอาไม่อยู่ ต้องวิ่งไม่เกิน 100 km/h แสดงว่า ที่ความเร็วสูงอากาสไหลผ่านหม้อน้ำไม่ทัน ช่างศักดาทัก แม่นจริง

ผมก็รีบไปซื้อปั้มน้ำที่ Global House ขนาดแรงดัน 90 บาร์ ราคา 1990 บาท รวม กับ สายยางขนาด 5 หุน (5/8 นิ้ว) ยาว 15 เมตร กับข้อต่อ อีก 2 ตัวเพื่อต่อเข้ากับ ก๊อกน้ำ ขนาด ครึ่งนิ้ว (1/2 นิ้ว หรือ 4 หุน) เสียเงิน อีกราวๆ 300 บาท

กลับมาบ้าน ถอด คานหน้า แล้ว ตามด้วยถอด แผงบังลมฟรีปั้มออก แล้วถอดกิ๊บล็อก 2 ตัว ที่บังพัดลมไฟฟ้าด้านหน้า 2 ตัว พอที่จะงอตัวนี้แล้วสามารถฉีดน้ำได้

ต่อเครื่องปั้มน้ำแล้ว ลองฉีดน้ำเพื่อปรับรูปแบบการฉีดน้ำที่มีแรงพอจะทำความสะอาดได้จากนั้นก็เริ่ม ฉีดจากด้านพัดลมฟรีปั้มก่อน ให้ทั้วทั้งแผงหม้อน้ำ



จากนั้น ก็กลับมาฉีดแผงแอร์ด้านพัดลมไฟฟ้า 2 ตัว โดยหาช่องว่างระหว่างใบพัดลมแล้วฉีดเข้าไปที่แผงแอร์ พยายามอย่าให้ปลายปืนฉีดน้ำชนที่ครีบ เพราะงานจะเข้าเอา และมุดช่องแผงลมของช่องลมใต้แผ่นทะเบียน แล้วฉีดทำความสะอาดแผงแอร์ด้านล่าง ทำกลับไปกลับมาจนพอใจว่าสะอาดดีแล้ว จากนั้นก็ หาอะไรแข็งๆ เล็กๆ แบนๆ มาไล่แคะเศษแมลงและเศษหินที่ติดอยู่ที่ครีบของแผงแอร์ที่น้ำฉีดไม่ออก รวมทั้ง จัดครีบที่ล้มให้ตั้งตรงมีช่องให้ลมผ่านเข้าได้




ขั้นตอนสุดท้ายประกอบแผงบังลมฟรีปั้ม และคานหน้า ครับ ลองสตาร์ทเครื่องเพื่อให้ห้องเครื่องยนต์แห้งเร็วขึ้น ครับ

วันถัดมาลองวิ่งไปร้อยเอ็ด จากมหาสารคาม แอร์เย็นเร็ว และเย็นฉ่ำ พัดลมสเต็ป 2 ทำงานสั้นๆ อุณหภูมิก็ลงเร็ว วิ่งเกิน ร้อย ก็อุณหภูมิต่ำกว่า 90 องศาเซลเซียสตลอดครับ อุณหภูมิทั่วไปวันนั้น ต่ำกว่า 40 องศาแล้วครับ แฮะๆ แต่คิดว่า ดีขึ้นแน่นอนครับ
:):)
 
Last edited:
ถ้าถอดพัดลมคู่หน้าออกมันจะยุ่งยากไหม ปลาวาฬผมไม่เคยถอดเอง เคยทำแต่124 ถ้าถอดได้รับรองสะอาดแจ่มแน่
 
ถ้าถอดพัดลมคู่หน้าออกมันจะยุ่งยากไหม ปลาวาฬผมไม่เคยถอดเอง เคยทำแต่124 ถ้าถอดได้รับรองสะอาดแจ่มแน่
ช่างเขาก็แนะนำให้ถอดพัดลมคู่หน้าออกครับ ผมก็อยากลองทำดูอยู่ครับ แต่ผมมีข้อจำกัดเรื่องเวลาในวันนั้น เลยทำแบบไม่เต็มที่เท่าไหร่ครับ แต่ลองคิดดูก็ยุ่งยากเอาการอยู่ เรื่องถอดพัดลมคู่หน้าเพราะว่า เมื่อครั้งเปลี่ยนพัดลมไฟฟ้า 1 ตัว ต้องยกทั้งแผงออกมาเพื่อถอดเปลี่ยน ครับ แต่หากพี่สุวิทย์มีโอกาสทำ และมีวิธีถอดพัดลมโดยที่ไม่ต้องยกทั้งแผงพัดลมออก กรุณาแบ่งปันประสบการณ์บ้างนะครับ :n45:
 
รบกวนสอบถามคุณ puarnold หน่อยครับว่า Nut Oil Pan ที่อยู่ใต้คานถอดออกมายังไง ผมจะถอดเปลี่ยนปะเก็นเพราะมีรั่วซึม ขึ้นแม่แรงยกล้อ ถอดแผ่นปิดใต้ท้องออกแล้วแต่ดูแล้ว Nut ใต้คานประมาณ 4-5 ตัวไม่มีช่องว่างพอจะใช้ประแจได้เลย ตอนคุณ puarnold ทำอย่างไรครับ ต้องยกเครื่องให้ลอยขึ้นหรือเปล่า หรือมีเทคนิคอย่างไรรบกวนขอคำแนะนำหน่อยครับ w140s500 เหมือนกัน
 
รบกวนสอบถามคุณ puarnold หน่อยครับว่า Nut Oil Pan ที่อยู่ใต้คานถอดออกมายังไง ผมจะถอดเปลี่ยนปะเก็นเพราะมีรั่วซึม ขึ้นแม่แรงยกล้อ ถอดแผ่นปิดใต้ท้องออกแล้วแต่ดูแล้ว Nut ใต้คานประมาณ 4-5 ตัวไม่มีช่องว่างพอจะใช้ประแจได้เลย ตอนคุณ puarnold ทำอย่างไรครับ ต้องยกเครื่องให้ลอยขึ้นหรือเปล่า หรือมีเทคนิคอย่างไรรบกวนขอคำแนะนำหน่อยครับ w140s500 เหมือนกัน

ใช่ครับ ต้อง ยกเครื่องขึ้นถึงจะถอดน็อตบริเวณคานหน้าออกได้ ขึ้นฮ๊อยดีกว่าครับ ถึงจะปลอดภัยในการเปลี่ยน :)
 
Posted ผิดหัวข้อครับ
ขออภัยด้วย.....
 
Last edited:
(การซ่อมครั้งนี้ ช่างศักดา หาอะไหล่ให้ทั้งหมด เลย ไม่ทราบ P/N ครับ) วันหนึ่ง เสียบ กล้องในรถแล้วเกิดไฟชอร์ต สตาร์ทไม่ติด ที่ อำเภอเกษตรวิสัยจังหวัด ร้อยเอ็ด เลย ขับรถ อัลติด มารับช่างที่ ขอนแก่น มาเอารถ ระยะทางไปกลับ 320 กิโลเมตร ช่างก็สันนิษฐานว่า น่าจะเป็น ไส้กุญแจ เพราะเราก็บอกว่าเช็คดูฟิวส์แล้ว ไม่ขาด จนกลับมาดูรถอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เปลี่ยนไส้กุญแจของเบนซ์แท้ก็ยังสตาร์ทไม่ติด ก็บอกช่างว่าเสียบกล้องที่จุดบุหรี่ แล้วไฟชอร์ต เอาล่ะสิ โดนพี่ศักดาว่าเลย ทำไมบอกไม่หมด 555 แกนึกออกว่าเกิดจากอะไร เอาฟิวส์ 10 แอมป์ เปลี่ยนให้ แชะเดียวติด โอ้ มาย บุดดา!! ไส้กุญแจก็สั่งมาแล้ว ก็เลยตามเลย ราคาไส้กุญแจ เบนซ์แท้ ราคา 5,160 บาท แต่แท้ที่จริงเปลี่ยน แค่ ฟิวส์ตัวละ 3 บาท เอาฟะ ซื้อประสบการณ์ เพราะเราผิดเอ
ที่บอกข้อมูลช่างไม่หมด ช่างไม่ผิด ครับ งานนี้ ผมผิดเอง และบอกต่อกับคนอื่น จะได้แก้ได้ตรงจุดทีเดียว เดี๋ยว กลับมาบอกว่า มันคือ ฟิวส์หมายเลยอะไร นะครับ)

ไหนๆก็อยู่อู่นาน จัดเลย ยกรถดู "อ้าวพี่ศักดา นั่นน้ำมัน อะไร ซึมๆ" แกเช็คดูแล้วบอก "ซึมที่ซีลหน้าเกียร์ ซึม เปลี่ยนใหม่อย่างเดียว" "พี่ไหนๆก็จะทำแล้วเช็คเกียร์ให้ผมเลยครับ ตัวไหนไม่ดี เปลี่ยนเลย" เลยจัดการถ่ายน้ำมันเกียร์ทิ้ง เพราะวิ่งมาก็ 2 หมื่นกิโลเมตรแล้ว

ยกเกียร์ลง เจอลูกทอร์กเกียร์ ตัวเบ่อเฮิ้ม



เอาลูกทอร์คออก ถอดรายละเอียดแต่ละตัว













หลังจากเช็คแล้ว ก็จัดหาร หา อะไหล่แท้

1. ประเก็นเกียร์ 650 บาท
2. โอริง ปั้ม 390 บาท
3. ซีลหน้าเกียร์ 650 บาท
4. ท่ออากาศ 1250 บาท

 
Last edited:
จากนั้นก็ประเริ่มประกอบหลังจาก ได้อะไหล่

โอริงปั้ม





ซีลหน้าเกียร์



ประกอบเกียร์แล้วก็ยกเกียร์เข้าที่เดิม



งานต่อมา ก็อยากเปลี่ยน สวิชแรงดันน้ำมันเกียร์ เพราะว่า มันโชร์ขึ้นบ่อย เมื่อขับเกิน 120 เป็นๆ หายๆ ตอนที่เปลี่ยนครั้งแรก เอา ของ เทียบ ตอนนี้ เลยสั่ง ของ แท้ ราคา 3,700 บาท

เตรียมเปิดอ่างน้ำมันเครื่อง



เปิดอ่างน้ำมันเครื่อง เท่าที่ดูก็ไม่สกปรกเท่าไหร่ครับ



สวิชของเก่า





เปลี่ยนเสร็จก็ประกอบกลับ พอดีซื้อประเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง สำรองไว้ตั้งนานแล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อเพิ่มในรอบนี้ ครับ
 
Back
Top