การupgradeไดชาจเป็นแบบแอมสูงๆมีผลเสียอะไรมั๋ยครับ

เพิ่มแล้วมีผลต่อระบบจุดระเบิด คือจุดดีขึ้นไหมครับ?

ผมไม่เห็นความแตกต่างเรื่องแรงพลังเครื่องยนต์ครับ
ผมเปลี่ยนเพราะมีแอมป์ขยายเสียง 3 ตัว ครับ ของเดิม
ไฟไม่ค่อยพอครับ
 
ไดชาร์ต...ผมอ่านยังงงนิด ๆ เลยคิดว่าคนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานก็น่าจะไม่รู้...ลองแบบของผมดูบ้างนะครับ
สมมุติว่ารถต้องการการใช้ไฟฟ้ารวม 80 วัตต์/ชม.
วิศวกรจะออกแบบให้ไดชาตร์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 80 วัตต์/ชม.
เพื่อ ให้เพียงพอต่อการใช้งานของระบบในรถยนต์
ส่วนแบตเตอรี่ มีหน้าที่สำรองไฟฟ้าไว้ใช้ เช่น สตาร์ทเครื่อง ฯลฯ

คราวนี้มันสัมพันธ์กันอย่างไร
ถ้า ระบบสัมพันธ์กันเพียงพอก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ ถ้า ไดชาร์ตเล็ก...ระบบจะดึงไฟสำรองออกมาใช้มากขึ้น...แบตเตอรี่ก็ต้อง
ทำปฏิกิริยากับสารเคมีในตัวของมันทำให้ ...น้ำกลั่นหมดเร็ว ไฟหมดเร็วไม่พอ สุดท้าย
แบตเตอรี่เสื่อมก่อนกำหนด...ใครเป็นแบบนี้อยู่อยู่ตรวจสอบด่วน...
ถ้า ไดชาร์ตใหญ่ ผลิตไฟฟ้าเพียงพอ แบตเตอรี่ก็จะทำงานสมบูรณ์และมีอายุตามหน้าที่ของมัน
และ ไม่ต้องกลัว ไดชาร์ตพัง เพราะเมื่อระบบไม่ต้องการไฟฟ้า
มันก็จะส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ทุ่นน้อย เป็นสนามแม่เหล็กน้อย ผลิตไฟฟ้าก็น้อยตาม
( แต่ถ้าเมื่อก่อนยังไม่มีระบบที่ว่าจะเห็นว่าชาร์ตกันจนแบตเตอรี่เดือดเลยก็มี...
ตามบ้านนอกเห็นบ่อย ๆ )

เอ้าคราวนี้ทำไมกินกำลังเครื่อง...ถ้าระบบต้องการมากมันผลิตไฟฟ้าตลอด
อันนี้ไดชาร์ต...ใหญ่กินกำลังเครื่องแน่นอนตามสูตรที่พี่เขาลงไว้ให้
แต่ถ้าระบบเดิม ๆ มันก็ทำงานตามที่ผมอธิบาย เราก็แค่จ่ายแพงกว่าสำรองเผื่อไว้ในอนาคตติดเครื่องเสียงเยอะ..อิอิ
และ เล็กกับใหญ่มีพี่เขียนแล้วว่าต่างกัน 5-10 % ผมอยากบอกว่า ถ้าระบบเดิมไม่ถึง 3 % ครับ
หมุนฟรีเล่นแทบจะเท่ากันเพราะไม่มีกระแสเข้าไปทำให้ทุ่นเป็นแม่เหล็กก็แค่หนักกว่า
แต่เมื่อคำนวนเป็นแรงหมุนตามแนวแกนนิดส์เดียวเอง...ไหนจะลูกปืนช่วยให้ลื่นอีก...

แต่ถ้าทำงานตลอดเวลาก็ตามที่พี่เขาคำนวนให้ดูครับ อันนี้เพิ่มจากเดิมแน่นอน
ก็จาก 80 เป็น 120 = 100-(80/120x100) = 33% ม้ากี่ตัวก็ว่ากันไป....

อันนี้ของผมครับ...ไม่รู้เข้าใจหรือเปล่า..อิอิ :confused::confused:
 
Last edited:
แบตเตอรี่กับไดชาร์จ

แบตเตอรีจ่ายไฟตอนดับเครื่อง
มีหน้าที่เก็บสำรองไฟและจ่ายไฟในขณะที่เครื่องยนต์กับได้ชาร์จไม่ได้ทำงานอุปกรณ์ที่ดึงกระแสมากที่สุดคือไดสตาร์ทแต่มันแค่เดี๋ยวเดียว แต่ถ้ามีอุปกรณ์ใช้ไฟมากเพิ่มเข้าไปเช่นแอมป์ใหญ่ๆ แล้วชอบเปิดตอนที่จอดรถดับเครื่องอยู่ อย่างนี้ควรใช้แบตความจุสูงจะทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น
ไดชาร์จจ่ายไฟตอนติดเครื่อง
หลักจากเครื่องยนต์ทำงานแล้วแบตหมดหน้าที่จ่ายไฟ ไดชาร์จรับหน้าที่แทนจ่ายไฟไปเลี้ยงอุปกรณ์ใช้ไฟทั้งหมด เนื่องจากเขาออกแบบให้ไดชาร์จมีแรงดันสูงกว่าคือประมาณ 13 -14 โวลท์ ส่วนแบตมีแรงดันราว 12 โวลท์ กระแสไฟจะใหลจากที่แรงดันสูงไปหาที่แรงดันต่ำ จึงใหลเข้าไปชาร์จที่แบตอีกด้วย กระแสที่ชาร์จแบตมีประมาณไม่เกิน 5% ของความจุที่แบตปกติมีไฟ 12 โวลท์อยู่เคยวัดได้ราว 1-3 แอมป์ ในกรณีที่มีแรงดันน้อยหรือไม่มีเลยมันจะดึงกระแสมากกว่านี้ ถ้ามีเครื่องเสียงใหญ่หรืออุปกรณ์ที่กินไฟมากและต้องเปิดใช้งานในขณะขับรถซึ่งไดชาร์จทำงาน แบบนี้ต้องเลือกไดชาร์จใหญ่ๆ จึงจะรับโหลดที่กระแสสูงๆได้ดี
ส่วนระบบจุดระเบิดกินไฟเล็กน้อยเปลี่ยนไดใหญ่ไม่มีผลอะไร
 
:rolleyes: อ่านไปอ่านมา

ได้ข้อสรุป ทำให้ผมได้คิดว่า

ถ้าเป็นรถเดิมๆ ก็ควรใช้ขนาดเดิม ที่วิศวกรเยอรมัน เขาคำนวณมาให้แล้ว จะดีที่สุดครับ

ยกเว้น ถ้าเป็นรถแต่ง แบบเทพๆ ที่ใช้ไฟเยอะๆ นั่นก็ว่าไปอย่าง
 
แบตเตอรีจ่ายไฟตอนดับเครื่อง
มีหน้าที่เก็บสำรองไฟและจ่ายไฟในขณะที่เครื่องยนต์กับได้ชาร์จไม่ได้ทำงานอุปกรณ์ที่ดึงกระแสมากที่สุดคือไดสตาร์ทแต่มันแค่เดี๋ยวเดียว แต่ถ้ามีอุปกรณ์ใช้ไฟมากเพิ่มเข้าไปเช่นแอมป์ใหญ่ๆ แล้วชอบเปิดตอนที่จอดรถดับเครื่องอยู่ อย่างนี้ควรใช้แบตความจุสูงจะทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น
ไดชาร์จจ่ายไฟตอนติดเครื่อง
หลักจากเครื่องยนต์ทำงานแล้วแบตหมดหน้าที่จ่ายไฟ ไดชาร์จรับหน้าที่แทนจ่ายไฟไปเลี้ยงอุปกรณ์ใช้ไฟทั้งหมด เนื่องจากเขาออกแบบให้ไดชาร์จมีแรงดันสูงกว่าคือประมาณ 13 -14 โวลท์ ส่วนแบตมีแรงดันราว 12 โวลท์ กระแสไฟจะใหลจากที่แรงดันสูงไปหาที่แรงดันต่ำ จึงใหลเข้าไปชาร์จที่แบตอีกด้วย กระแสที่ชาร์จแบตมีประมาณไม่เกิน 5% ของความจุที่แบตปกติมีไฟ 12 โวลท์อยู่เคยวัดได้ราว 1-3 แอมป์ ในกรณีที่มีแรงดันน้อยหรือไม่มีเลยมันจะดึงกระแสมากกว่านี้ ถ้ามีเครื่องเสียงใหญ่หรืออุปกรณ์ที่กินไฟมากและต้องเปิดใช้งานในขณะขับรถซึ่งไดชาร์จทำงาน แบบนี้ต้องเลือกไดชาร์จใหญ่ๆ จึงจะรับโหลดที่กระแสสูงๆได้ดี
ส่วนระบบจุดระเบิดกินไฟเล็กน้อยเปลี่ยนไดใหญ่ไม่มีผลอะไร

ผมจำได้ว่าเคยกินข้าวลิงแถวโลตัสอ่อนนุชนานแล้ว เพราะแบตเสื่อม ตอนที่ร้านเอาแบตมาเปลี่ยน
เห็นช่างทำแบบนี้คับ
สตาร์ทรถแล้วเปิดไฟแสงสว่างทั้งหมด แล้วก็ปลดขั้วแบตออก
ปรากฏว่าทุกอย่างยังทำงานปกติดี เพียงแต่สังเกตดูความสว่างมันจะวูบๆๆ ตามรอบเคื่องมั้งคับ
แต่พอสวมขั้วแบต ระบบไฟจะนิ่งไม่วูบๆ
แสดงว่าพอเคื่องยนต์ทำงานแล้วไดชาร์ทจะทำหน้าที่จ่ายให้ทั้งระบบเป็นหลัก และจ่ายเข้าแบตเตอรี่ถ้าไฟในแบตต่ำกว่าค่าที่กำหนด
ส่วนแบตเตอรี่จะคอยจ่ายช่วยให้ระบบไฟคงที่อีกทีเท่านั้้น
ผมยังไม่ได้ลองเปิดแอร์ กับพัดลมไฟฟ้าหน้าเคื่องตอนเคื่องร้อน

เพราะช่างบอกว่าไฟจะชาร์ทเข้าแบตก่อนแล้วแบตจะจ่ายให้ทั้งระบบ แล้วถ้าไฟที่แบตตก ไดชาร์ทจะช่วยจ่ายให้คงที่ อันนี้ยังสงสัยอยู่ งงๆๆ

หรือถ้าท่านไดที่วิ่งกลางคืนพอเคื่องร้อนๆๆจนพัดลมทำงาน เปิดแอร์ด้วยแล้วปลดขั้วแบตดูเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
พอดีมี100A bosh อยู่อันนึงว่าจะเปี่ยนเหมือนกันคับ
 
จริงๆแล้วคุณสมบัติเจ้าไดชาร์จยังมีอยู่อย่างหนึ่งที่เราๆท่านๆลืมนึกถึงไปคือ ขนาดกระแสที่จ่ายออกมาได้สูงสุดขณะหมุนที่รอบต่ำสุดครับ ลองดูที่เนมเพลทไดชาร์จดูนะครับอาจเขียนไว้ว่า 34/90A 14V. นั่นหมายความว่าไดชาร์จตัวนี้ผลิตไฟฟ้าออกมาที่แรงดัน 14โวล์ต ขนาดกระแสสูงสุดที่จ่ายได้ที่รอบเดินเบาของเครื่งยนต์ที่ 34 แอมแปร์ และที่รอบเครื่องยนต์มากกว่าเดินเบาขึ้นไป (ลองวัดมาแล้วอยู่ที่ประมาณ2000รอบขึ้นไป) ถึงจะจ่ายได้ 90แอมแปร์ครับ

นั่นแสดงว่าหากท่านติดเครื่องเดินเบาเปิดแอร์ ไฟหน้า ก็แทบเต็มความสามารถของไดชาร์จแล้วถ้าความต้องการกระแสไฟฟ้ามากกว่าที่ไดชาร์จจ่ายได้แบตเตอรี่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าเสริมให้ครับ รถที่ติดนู่นี่นั่นเพิ่มควรจะเปลี่ยนไดชาร์จใหญ่ขึ้นเมื่อสิ่งที่ท่านติดเพิ่มใช้งานต่อเนื่องในรอบเดินเบาด้วย เช่น เครื่องเสียงชุดใหญ่ๆ จอดเปิดดังๆ เป้นต้น ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่างอื่น เช่น ซันรูฟ ม่านหลัง ฯลฯ ไม่ถือเป้นโหลดใช้งานต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าหรอกครับ คือ คงไม่มีใคร เปิดไฟหน้า ไฟเลี้ยว สปอตไลต์ ซันรูฟ รูดม่าน เปิด/ปิดกระจกทั้ง4 และปรับกระจกข้างพร้อมกัน ขณะนั่งในรถแอร์เย็นๆ เพลงดังๆ ตอนติดไฟแดงเวลากลางคืน และมีหมอกลงจัด พร้อมกับฝนตก กระมังครับ:confused: :n06:
 
Last edited:
จริงๆแล้วคุณสมบัติเจ้าไดชาร์จยังมีอยู่อย่างหนึ่งที่เราๆท่านๆลืมนึก

จิงด้วยคับ
ของผมเขียนว่า
36/100A
 
ผมจำได้ว่าเคยกินข้าวลิงแถวโลตัสอ่อนนุชนานแล้ว เพราะแบตเสื่อม ตอนที่ร้านเอาแบตมาเปลี่ยน
เห็นช่างทำแบบนี้คับ
สตาร์ทรถแล้วเปิดไฟแสงสว่างทั้งหมด แล้วก็ปลดขั้วแบตออก
ปรากฏว่าทุกอย่างยังทำงานปกติดี เพียงแต่สังเกตดูความสว่างมันจะวูบๆๆ ตามรอบเคื่องมั้งคับ
แต่พอสวมขั้วแบต ระบบไฟจะนิ่งไม่วูบๆ
แสดงว่าพอเคื่องยนต์ทำงานแล้วไดชาร์ทจะทำหน้าที่จ่ายให้ทั้งระบบเป็นหลัก และจ่ายเข้าแบตเตอรี่ถ้าไฟในแบตต่ำกว่าค่าที่กำหนด
ส่วนแบตเตอรี่จะคอยจ่ายช่วยให้ระบบไฟคงที่อีกทีเท่านั้้น
ผมยังไม่ได้ลองเปิดแอร์ กับพัดลมไฟฟ้าหน้าเคื่องตอนเคื่องร้อน

เพราะช่างบอกว่าไฟจะชาร์ทเข้าแบตก่อนแล้วแบตจะจ่ายให้ทั้งระบบ แล้วถ้าไฟที่แบตตก ไดชาร์ทจะช่วยจ่ายให้คงที่ อันนี้ยังสงสัยอยู่ งงๆๆ

หรือถ้าท่านไดที่วิ่งกลางคืนพอเคื่องร้อนๆๆจนพัดลมทำงาน เปิดแอร์ด้วยแล้วปลดขั้วแบตดูเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
พอดีมี100A bosh อยู่อันนึงว่าจะเปี่ยนเหมือนกันคับ

ความสามารถการจ่ายกระแสของไดชาร์จมีความสัมพันธ์กับรอบการหมุนของได ที่รอบเดินเบาไดจ่ายไฟได้ต่ำสุด
แสงสว่างวูบวาบตามรอบเครื่องเมื่อถอดขั้วแบตเกิดขึ้นเพราะ
1. ไฟที่เปิดใช้ในรถกินเกินกว่าที่ไดชาร์จจะจ่ายให้ได้ที่รอบเดินเบา ทำให้แรงดันตกลงมาต่ำกว่า 12 โวลท์ แรงไฟนี้มิอาจชาร์จเข้าแบตได้ แบตจะค่อยๆ หมดไฟ แสงไฟจะอ่อนลง แต่ตอนเร่งรอบขึ้นไดจ่ายกระแสไฟเพียงพอ แรงดันจึงพุ่งไปเป็นประมาณ 13 โวลท์ตามปกติ แสงไฟจะสว่างจ้า
2. ไดชาร์จเสื่อม ปกติรถเดิมๆ กระแสไฟที่ใช้ในรถ ไดชาร์จควรจะไฟพอเลี้ยงแม้ในยามรอบเดินเบา วันดีคืนร้ายไดเริ่มเสื่อมจ่ายกระแสไฟได้น้อยลงกว่าเดิมไม่พอกินแรงดันต่ำกว่า 12 โวลท์ แสงจะวูบถ้าถอดขั้วแบต ถ้าต่อแบตไม่วูบเพราะจะไปดึงไฟจากแบตมาช่วยแทน

เชื่อว่าในการออกแบบรถยนต์ วิศวกรต้องเลือกไดชาร์จให้จ่ายไฟเพียงพอต่อการใช้ปกติ แม้ในรอบเดินเบา ถ้ามีการใช้ไฟในรถเพิ่ม หรือไดเสื่อม ไฟตกลงมาน้อยกว่าแบตเมื่อใด (~12V) แบตจะถูกดึงไฟไปช่วยเลี้ยงทดแทน ซึ่งถือว่าไม่เป็นปกติ ในสภาพปกติไดชาร์จต้องมีแรงดันสูงกว่าแบต(~13V) กระแสไฟจากไดจะไหลไปเลี้ยงในรถ และชาร์จแบตไปพร้อมๆ กัน แรงดันไฟจากไดอาจมีกระเพื่อม(ripple)บ้างแบตเหมือนตุ้มใหญ่อาจช่วยลดแรงกระเพื่อมลงได้บ้างแต่มิได้ก่อความเสียหายใดๆ ในยามปลดขั้วแบต บางครั้งแบตเสื่อมไฟหมดหารถมาต่อพ่วงแบต สตาร์ทติดวิ่งไปเปลี่ยนแบตใหม่ได้สบาย นี่คล้ายกับการปลดขั้วแบต

มาดูตัวอย่างการกินกระแสไฟใน E280
- Switch On = 3A
- เบรค = 3A
- ปั้มติ๊ก = 6A
- แอร์ I=6A, II=8A, III=11A, IV=17A
- ไล่ฝ้าหลัง = 16A
- เปิดไฟหน้า = 13A
- ไฟตัดหมอก = 8A
- พัดลมสเต็จ 1 = 10A
- พัดลมสเต็จ 2 = 20A
ลองคำนวณเอง รถใช้ไฟเท่าไร แล้วจะได้เลือกขนาดไดได้อย่างเหมาะสม
ลองเปิดไฟทุกชนิด + พัดลมสเต็จ 2 กินไฟจากไดไป 53 แอมป์ แรงดันตกต่ำกว่า 13V เป็นสภาวะที่กินไฟเกินได

กราฟความสัมพันธ์ระหว่างการจ่ายกระแสไฟของไดชาร์จ เทียบกับความเร็วรอบ ตรงแถบด่ำตัดกราฟคือกระแสที่จ่ายได้ที่รอบเดินเบา
 

Attachments

  • alternator_current.jpg
    alternator_current.jpg
    21.5 KB · Views: 3,466
Last edited:
Back
Top