การทางพิเศษ ติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วทุกเส้นแล้วครับ

accabu

New member
%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A756-1024x770.jpg

…โปรดทราบครับ ท่านผู้ที่ขับขี่รถบนทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ในเขตกรุงเทพฯ

โปรดขับรถโดยใช้ความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด อย่าขับเร็วเกิน เพราะตอนนี้

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ทำการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วรุ่นใหม่ล่าสุด

ซึ่งกล้องตรวจจับความเร็วเข้าประจำอยู่ตามจุดต่างๆบนทางด่วน 1 และ 2 เสร็จสิ้น

เรียบร้อยตั้งแต่ต้นปี 2556 แล้ว เป็นกล้องตรวจจับความเร็วแบบเดียวกับต่างประเทศ

ใช้กัน และมีการทดสอบ พบว่ามีการตรวจจับรถที่ขับเร็วบนทางด่วน 1 และ 2 แต่ละวัน

ได้ภาพรถที่ขับเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดหลายพันคัน

...ซึ่งก่อนหน้านี้ การทางพิเศษได้ติดตั้งกล้องจับความเร็วบนทางด่วนบูรพาวิถีและ

ติดตั้งกล้องจับความเร็วบนทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร

และทางตำรวจจังหวัดสมุทรปราการได้ทำการออกหมายเรียกมาดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

เป็นจำนวนมาก และวันนี้(4มี.ค.56)ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ทางด่วน 1 และ สน.ทางด่วน 2

เริ่มดำเนินคดีกับผู้ที่ขับขี่รถเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดอย่างน่าเกลียดมาก

จากกล้องตรวจจับความเร็วที่การทางพิเศษได้ทำการติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ซึ่งไม่บอกว่าติดไว้ที่จุดใด

เป็นวันแรก หลังจากที่มีการทดสอบการใช้กล้องตรวจจับความเร็วรุ่นนี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

โดยกล้องตรวจจับความเร็วรุ่นใหม่นี้ เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูง

และสามารถตรวจจับความเร็วได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ถ่ายภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงและ

ส่งหมายไปดำเนินคดีกับผู้ขับขี่ถึงบ้านพัก รวมทั้งมีระบบออน์ไลน์ทั่วประเทศ ไม่ปล่อยให้คนทำผิดลอยนวล

ไปได้โดยเด็ดขาด ดังนี้นขับขี่รถโปรดใช้ความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด อย่าขับเร็วมากเกินไป

เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา และจะถูกกล้องตรวจจับความเร็วออกหมายเรียกมาดำเนินคดีถึงบ้านพักครับ

เครดิต www.rodtidgas.com
>>>ข่าวด่วน การทางพิเศษแห่ง ติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วทุกเส้นแล้วครับ
 
เดี๋ยวรถถอดทะเบียนหน้าเพียบแน่เลย :p
 
งานนี้รถแรงจะไปวิ่งที่ใหนอิๆๆ:D
 
แก๊งแมวเหมียว ทำไงกันดีครับ ขอความคิดเห็นหน่อย
ส่วนตัวขับช้านิดก็ปลอดภัย :ylsuper: แต่มันไม่ทันใจนะซี๊:p
 
อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากรถที่วิ่งเร็วเสมอไปครับ ที่เจอมากับตัวก็พวกขับช้าแล้วไปอยู่ในเลนส์ที่เร็วสุด หรือพวหเมาแล้วชอบขับครับ

เสียเงินขึ้นทางด่วนแล้วต้องขึ้นไปเจอรถที่วิ่งขวาง แถมยังมาโดนจับความเร็วอีก เอาเข้าไปประเทศไทย
 
เมืองนอกเขาบอกว่าจะมีตรวจจับความเร็วไว้ล่วงหน้า
แต่เมืองไทยไม่บอกตำแหน่ง ซะงั้น

สรุป
อยากจะป้องปรามเพื่อลดอุบัติเหตุให้ประชาชน
หรืออยากจะจับปรับให้ได้เงินเยอะๆกันแน่นิ
 
เดี๋ยวรถถอดทะเบียนหน้าเพียบแน่เลย :p

ที่เคยเจอจะมีทั้งรูปด้านหน้าและด้านหลังดังนั้นถอดป้ายด้านหน้าออกอาจเจอข้อหาอื่นเพิ่ม
 
เมื่อไม่นานผมโดนที่มอเตอเวย์ขาเข้ากทมตรงกองกำกับการตำราจทางหลวงเลยทางลงอ่อนนุชมาหน่อยรูปท้ายรถครับส่งLove letter มาถึงบ้านเลยสำเร็จโทษทางไปษณีย์ไปแล้วครับ:football4:
 
เมื่อไม่นานผมโดนที่มอเตอเวย์ขาเข้ากทมตรงกองกำกับการตำราจทางหลวงเลยทางลงอ่อนนุชมาหน่อยรูปท้ายรถครับส่งLove letter มาถึงบ้านเลยสำเร็จโทษทางไปษณีย์ไปแล้วครับ:football4:

โดนที่เดียวกันประมาณ กม.22.5 ครับ
 
ค้นคว้ามาให้อ่าน

การเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนส่วนใหญ่มีสาเหตุจากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงมาก ซึ่ง กทพ.ได้ยึดความเร็วตาม พ.ร.บ.จราจรฯ สำหรับรถยนต์สี่ล้อ วิ่งได้ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ในเขตเมือง ส่วนนอกเมืองกำหนดไว้ที่ 90 กม./ชั่วโมง ทั้งนี้มีหลายฝ่ายท้วงติงว่าการกำหนดดังกล่าวอาจไม่สัมพันธ์กับลักษณะของการใช้ทางด่วนที่ต้องการความเร็ว จึงควรมีประกาศกำหนดอัตราความเร็วที่เหมาะสมอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ใช้ความเร็วเกิน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ในส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ กทพ.อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งจะต้องตอบสังคมได้ว่าทำไมต้องเปลี่ยนเป็นเท่านี้ และอัตราความเร็วที่จะเปลี่ยนใหม่ต้องรองรับการเดินทางของผู้ที่ต้องการใช้ทางด่วนได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจคงที่ 80 กม./ชั่วโมงเหมือนเดิม หรืออาจปรับเพิ่มขึ้น ต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง คาดว่าการศึกษาจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2556.

อาจมีข่าวดีในอัตราความเร็วที่เพิ่มขึ้นหรือคงเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป
 
ต้องมีรถป้ายแดงไว้ใช้ครับถึงจะปลอดภัย
 
เมื่อไม่นานผมโดนที่มอเตอเวย์ขาเข้ากทมตรงกองกำกับการตำราจทางหลวงเลยทางลงอ่อนนุชมาหน่อยรูปท้ายรถครับส่งLove letter มาถึงบ้านเลยสำเร็จโทษทางไปษณีย์ไปแล้วครับ:football4:
สงสัย ใครทราบบ้าง?? รูปที่กล้องจับความเร็วเชื่อถือได้หรือไม่??ถ้าให้ศาลตัดสินจะพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้อย่างไร?ถ้าดื้อไม่จ่ายค่าปรับ จะเป็นไงบ้าง
 
รูปที่เคยได้มาเป็นรูปสีเห็นทะเบียนชัดเจนมีเวลาระบุ มีความเร็วระบุชัดเจนไม่มั่ว ถ้ารูปแถวแยกที่มีไฟแดงก็จะเห็นไฟแดงติดมาด้วยครับซึ่งส่วนใหญ่ที่โดนแถวแยกมักจะเป็นตอนฝ่าไฟเหลืองแต่เวลาถ่ายจากรูปจะเป็นรูปรถเราเห็นท้ายรถกับไฟแดงครับ
 
ควรขับให้เร็วมากๆ เผื่อกล้องจับไม่ทัน
เพราะ...
ขับ 121 กม./ชม. ก็โดนปรับ
ขับ 140 กม./ชม. ก็โดนปรับเท่ากัน

ถ้าขับ 180 กม./ชม. กล้องอาจจะถ่ายไม่ทันก็ได้นะ... :ylsuper:
 
ต่อจากตอนเดิม

การเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนส่วนใหญ่มีสาเหตุจากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงมาก ซึ่ง กทพ.ได้ยึดความเร็วตาม พ.ร.บ.จราจรฯ สำหรับรถยนต์สี่ล้อ วิ่งได้ไม่เกิน 80 กม./ชั่วโมง ในเขตเมือง ส่วนนอกเมืองกำหนดไว้ที่ 90 กม./ชั่วโมง ทั้งนี้มีหลายฝ่ายท้วงติงว่าการกำหนดดังกล่าวอาจไม่สัมพันธ์กับลักษณะของการใช้ทางด่วนที่ต้องการความเร็ว จึงควรมีประกาศกำหนดอัตราความเร็วที่เหมาะสมอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ใช้ความเร็วเกิน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ในส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ กทพ.อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งจะต้องตอบสังคมได้ว่าทำไมต้องเปลี่ยนเป็นเท่านี้ และอัตราความเร็วที่จะเปลี่ยนใหม่ต้องรองรับการเดินทางของผู้ที่ต้องการใช้ทางด่วนได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจคงที่ 80 กม./ชั่วโมงเหมือนเดิม หรืออาจปรับเพิ่มขึ้น ต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง คาดว่าการศึกษาจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2556.

อาจมีข่าวดีในอัตราความเร็วที่เพิ่มขึ้นหรือคงเดิม โปรดติดตามตอนต่อไป

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่องตรวจจับความเร็วของยวดยานพาหนะที่ขับรถเร็วเกินกำหนดติดตั้งอยู่บนเส้นทางหลวงมากกว่า 162 จุดทั่วประเทศ หลักการทำงานของเครื่องตัวนี้คือจะใช้กล้องส่งสัญญาณเลเซอร์ โดยตั้งความเร็วสูงสุด (Speed limit) เอาไว้ที่ 110 กม./ชม. เมื่อกระทบกับรถยนต์คันที่วิ่งเร็วเกินกว่า 110 Km/H ที่วิ่งสวนมา มันจะแปลงเป็นค่าความเร็วปรากฎขึ้นที่หน้าจอกล้อง แล้วเมื่อรถวิ่งเข้ามาใกล้ระยะหวังผลประมาณ 70-140 ม. มันจะถ่ายภาพทะเบียนรถที่ฝ่าฝืน จากนั้นความเร็วและภาพรถ จะถูกประมวลผลพร้อมแสดง เวลา สถานที่ แล้วถูกส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงเพื่อที่จะตรวจสอบทะเบียนรถ และออกใบสั่งส่งไปยังที่อยู่ของผู้ครอบครองรถตามทะเบียนต่อไป
 
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่องตรวจจับความเร็วของยวดยานพาหนะที่ขับรถเร็วเกินกำหนดติดตั้งอยู่บนเส้นทางหลวงมากกว่า 162 จุดทั่วประเทศ หลักการทำงานของเครื่องตัวนี้คือจะใช้กล้องส่งสัญญาณเลเซอร์ โดยตั้งความเร็วสูงสุด (Speed limit) เอาไว้ที่ 110 กม./ชม. เมื่อกระทบกับรถยนต์คันที่วิ่งเร็วเกินกว่า 110 Km/H ที่วิ่งสวนมา มันจะแปลงเป็นค่าความเร็วปรากฎขึ้นที่หน้าจอกล้อง แล้วเมื่อรถวิ่งเข้ามาใกล้ระยะหวังผลประมาณ 70-140 ม. มันจะถ่ายภาพทะเบียนรถที่ฝ่าฝืน จากนั้นความเร็วและภาพรถ จะถูกประมวลผลพร้อมแสดง เวลา สถานที่ แล้วถูกส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวงเพื่อที่จะตรวจสอบทะเบียนรถ และออกใบสั่งส่งไปยังที่อยู่ของผู้ครอบครองรถตามทะเบียนต่อไป

สรุปว่าถ้าขึ้นทางแล้วไม่ต้องการโดนยิงความเร็วนี่ต้องขับให้ต่ำกว่า 110 ใช่ไหมครับ

ขอบคุณครับ
 
เห็นป้ายเตือนเป็นระยะตลอดทางวงแหวนไปบางปะอินเลยครับ :n23:
 
ผมโดนทางด่วนสุขสวัสดิ์ที่ความเร็ว 123km/h ในใบแจ้งว่าลิมิตอยู่ที่ 90km/h
แหม คิดว่าลิมิตอยู่ที่ 120km/h อุตสาห์เลี้ยงคันเร่งแล้ว
รูปชัดมากครับ รถสวยมาก ว่าจะขอไฟล์มาเก็บไว้สักหน่อย
 
Back
Top