เครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องเข้าหัวเทียนครับ เริ่มทำอะไรดี

Peace_Keeper

New member
เครื่อง M104

น้ำมันเครื่องเยิ้มมาที่หัวเทียนครับ

- เครื่องเดินปกติแต่กินน้ำมันนิด คาดว่าหัวเทียนอ่อนประสิทธิภาพเผาทำให้เผาไหม้ไม่ดี

- ควันไม่ขาว

- น้ำไม่ยุบ

ควรต้องเปลี่ยนประเก็นอีกไหมครับ ประเก็นรวมทั้งแหวนหัวน๊อต ผมยกชุดเปลี่ยนมาได้ประมาณ ปีครึ่งครับ

หรือว่าต้องเปลี่ยนทุกปีครับ
 
เครื่อง M104

น้ำมันเครื่องเยิ้มมาที่หัวเทียนครับ

- เครื่องเดินปกติแต่กินน้ำมันนิด คาดว่าหัวเทียนอ่อนประสิทธิภาพเผาทำให้เผาไหม้ไม่ดี

- ควันไม่ขาว

- น้ำไม่ยุบ

ควรต้องเปลี่ยนประเก็นอีกไหมครับ ประเก็นรวมทั้งแหวนหัวน๊อต ผมยกชุดเปลี่ยนมาได้ประมาณ ปีครึ่งครับ

หรือว่าต้องเปลี่ยนทุกปีครับ



เยิ้มสูบไหนครับ ยางฝาวาวล ยี่ห้อไร

ผมเคยเจอสูบท้ายเครื่อง
คั้นเเรก
ลองไล่ดูว่าน๊อตฝาวาวล แน่นดีมั้ย
 
ปูเสื่อนั่งรอรุ่นใหญ่เขาคุยกันครับ :)
 
เยิ้มๆทุกหัวเลยครับ

เจออีกอย่างสายหัวเทียนก็รั่วสายนึง เปลี่ยนมาพร้อมประเก็นเลยครับ

เซ็ง
 
เมื่อวานผมก็เจอครับ ใส่ของเออริ่งไปไม่ถึง 5 เดือนเอาอีกแล้ว
เลยโทรกลับไปหาร้าน เขาบอกอยู่ได้อย่างมากประมานปีนึง
ถามขอแท้ ตอนนี้ประมาน 4000-5000 ครบชุด ไม่รวมตรงโบล์ท:eek:

ผมลองใส่กาวประเก็นละลายครับ ไม่เหมือนตัว4สูบ เอาอยู่ครับ
ขับน็อตไล่แล้วก็ไม่หาย
ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี รอบเดินเบาสะดุดมาก น้ำมันเครื่องนองในเบ้า
ทุกสูบครับ
 
เปลี่ยนซิลเบ้าหัวเทียน ซิลฝาวาล์วไม่กี่ตังค์ครับพี่
eringใช้ได้ไม่แพง อย่าลืมเปลี่ยนยางรองหัวน๊อตยึดฝาวาล์วด้วยครับ
ไม่มีทางแก้อื่น แค่สั่งช่างลงมือไม่ต้องคิดมากครับ
เปลี่ยนสายหัวเทียนยกชุดด้วย จะได้จบใช้แก๊สได้สบายใจครับ
 
ยางรองน๊อตฝาวาล์ว ต้องแท้เท่านั้น ของเทียบบ้านเรา ใส่ไม่นาน น้ำมันซึมครับ แต่ราคาใช้ได้เลย (ผมซื้อที่ 12 ตัว 1800 ชุดยางฝาวาล์ว elring 700 เอง แต่ของแท้แถว ๆ 4000 แพงจังงงงง ทั้ง ๆ elring ทำให้)

ส่วน ชุดซีลยางฝาวาล์ว+ซีลหัวเทียน ของ elring ใช้ได้ครับ ผมใช้เป็นปี ๆ หัวเทียนไม่ซึมซักแอะ แต่ซีลฝาวาล์วซึมนิด ๆ ซะงั้น หาข้อมูลก็คิดว่ามันผุตามอายุ

แต่ต่อมา ประเก็นเครื่องรั่ว ต้องทำฝาบน แล้วซวยตรงพบว่าเกลียวน๊อตยึดฝาวาล์วมันล้าจนหวาน (สาเหตุหลักของการรั่วซึมของเคสผม)

ทำให้ยึดได้ไม่แน่น เลยค่อย ๆ ซึมทั้งรอบซีลฝาวาล์ว หัวเทียน แม้จะขันย้ำ ยังดีที่ซึมไม่มาก แบบเปลี่ยนหัวเทียนมีแค่คราบนิด ๆ หน่อย ๆ

ถามช่างใหญ่ แกบอกต้องลองทำเกลียวใหม่ (แต่ไม่ชัวร์ว่าจะหายขาด อีกทางคือเปลี่ยนฝาวาล์วใหม่) ไว้ทำตอนออกอาการมากกว่านี้ (แค่น้ำมันเครื่องซึมนิด ๆ ถ้าจะทำต้องทิ้งรถ เปลี่ยนชุดซีลฝาวาล์ว ยางรองน๊อตพร้อมกัน ให้ดีถ่ายน้ำมันเครื่องเลย)

ผมก็ชั่งใจอยู่นาน เพราะฝามันก็มีผุเป็นตามดนิด ๆ จะหามือสองก็ดูไม่เป็น ของใหม่ราคานี่ไม่ไหวจริง ๆ

หลัง ๆ ไม่ไหว เริ่มซึมมากขึ้นตรงยางรองน๊อต จนเยิ้มเลอะในช่องวางคอยด์ และบางครั้งเครื่องเร่งแถมให้ จนต้องทำตามข้างต้น สรุปเกลียวหวานไป 3 ตัว หลังจากนั้นก็ไม่ซึมเลยเป็นปีได้และ

สายหัวเทียน น่าจะไม่เกี่ยวกับน้ำมันซึมครับ อยู่ที่ซีลเบ้าหัวเทียนกับความแน่นในการยึดเลย

ตอนใส่จะมีวิธีการใส่ และวิธีในการขัน ที่เฉพาะตามสูตรของเบนซ์

เช็คดูว่าเกลียวหวานไหม ผุเกินเยียวยาไหม

ถามว่า
- ซีลยางฝาวาล์วซึมไหม
- ยางรองน๊อตซึมไหม

เห็นว่าซึมแค่ยางเบ้าหัวเทียน ลองเปลี่ยนชุดซีลยางใหม่ ยางรองน๊อตไม่ต้องเปลี่ยน ถ้าใช้ของแท้มาก่อนหน้านี้

และตอนนั้นได้ลงทำเอง ลองปรึกษาพี่ศักดิ์ดู เพราะตอนทำรถผม พี่วีทำไป ผมก็ดูบ้าง คุยกะคนโน้นคนนี้บ้าง หันมาอีกทีเสร็จและ
 
Last edited:
1.ยางเบ้าหัวเทียนเสื่อม -- มีผลให้ นมค.เข้าหัวเทียน
2.ยางรองสกรูขันฝาวาล์วส่วนใหญ่ใช้ของเทียบกัน มันคงหยุ่นตัวสู้ของแท้ไม่ได้ -- นมค.ซึมรอบฝาวาล์ว

สกรูขันฝาวาล์วนี้ขันโดยมีบู้ชโลหะรองอยู่ ทำให้ขันกดยางรองสกรูได้แน่นระดันนึง
...ผมก็เลย กลึงบู้ชโลหะที่ว่า(ด้านล่าง)ออกนิดนึง (0.6 มม.) ดังนั้นเวลาขันสกรูก็จะทำให้ขันลงไปได้มากกว่าเดิมอีก 0.6 มม. มีผลทำให้ขันฝาได้แน่นกว่าเดิม การซึมของ นมค.ที่ฝาโดยรอบจึงน้อยลงครับ
 
เปลี่ยนซิลฝาวาวล์ ยางรองน็อต มีแค่วิธีนี้เท่านั้นครับที่จะแก้ให้หายสนิท
แต่ถ้ายังไม่มีเวลาไปอู่เราสามารถเอาน้ำมันออกเองได้โดยใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมันในเบ้าหัวเทียนครับ
เป็นการแก้ขัด
 
ผมเคยฟังงรายการวิทยุที่เจ้ารายการเชิญเจ้าของเจ้าของอู่เบนซ์มาออกรายการด้วย บอกว่าตามคู่มือ ทุกครั้งที่เปลี่ยนปะเก็นฝาสูบต้องเปลี่ยน "น๊อต" ฝาวาวล์ใหม่ด้วย หากใครมี repair manual ก็วานดูทีว่ามีระบุไว้อะป่าว
หากผมจำผิดก็ขออภัย
 
เยิ้มๆทุกหัวเลยครับ

ผมก็ทุกหัวเหมือนกัน ร่วม 3 ปีแล้วยังไม่ได้เปลี่ยนเลย เพราะเครื่องยังนิ่งดี แต่ผมเป่าเช็คเดือนละครั้งหรือ สองเดือนครั้ง (ปริมาณที่ดูดออกหลุมนึงก็เกือบ 10 cc)
 
น้ำมันเครื่อง เป็นตัวนำไฟฟ้า กระแสไฟไหลผ่านได้
ในขณะที่ บริเวณปลั๊กเบ้าหัวเทียน เราต้องการฉนวน ไม่ต้องการให้ไฟจากคอล์ยไหลไปที่อื่น
ต้องการให้ไฟไหลเข้าหัวเทียน เพื่อไปจุดระเบิดเท่านั้น
พอไฟเรารั่วออกข้าง ๆ (เนื่องจากน้ำมันเครื่องเยิ้ม)
ก็มีการชิงจุดระเบิด การจุดระเบิดในลูกสูบไม่สมบูรณ์
จึงเป็นเหตุอาการสะดุดครับ
จุดระเบิดไม่สมบูรณฺ์ สะดุด ก็พาลให้คอล์ยอายุสั้นลง
แถมยางที่สายหัวเทียน ยางปลั๊กใต้คอล์ย มันไม่ชอบน้ำมัน
แช่ทิ้งไว้นาน ๆ ยางต่าง ๆ บวมซะอีก
มีแต่เสียมากขึ้น ลามไปจุดอื่นเพิ่ม
ด้วยความเป็นห่วง แก้ไขให้ถูกวิธีดีกว่าครับคุณNAAT
 
น้ำมันเครื่อง เป็นตัวนำไฟฟ้า กระแสไฟไหลผ่านได้
ในขณะที่ บริเวณปลั๊กเบ้าหัวเทียน เราต้องการฉนวน ไม่ต้องการให้ไฟจากคอล์ยไหลไปที่อื่น
ต้องการให้ไฟไหลเข้าหัวเทียน เพื่อไปจุดระเบิดเท่านั้น
พอไฟเรารั่วออกข้าง ๆ (เนื่องจากน้ำมันเครื่องเยิ้ม)
ก็มีการชิงจุดระเบิด การจุดระเบิดในลูกสูบไม่สมบูรณ์
จึงเป็นเหตุอาการสะดุดครับ
จุดระเบิดไม่สมบูรณฺ์ สะดุด ก็พาลให้คอล์ยอายุสั้นลง
แถมยางที่สายหัวเทียน ยางปลั๊กใต้คอล์ย มันไม่ชอบน้ำมัน
แช่ทิ้งไว้นาน ๆ ยางต่าง ๆ บวมซะอีก
มีแต่เสียมากขึ้น ลามไปจุดอื่นเพิ่ม
ด้วยความเป็นห่วง แก้ไขให้ถูกวิธีดีกว่าครับคุณNAAT

ใช่ครับ เขาเรียกว่าไฟลงกราวด์ ผมถึงต้องคอยดูแลดูดเช็ดให้แห้งครับ ถ้ามีอาการเมื่อไหร่ก็คงต้องเปลี่ยนยกเซตอยู่แล้ว ค่าของก็น่าจะเกือบสองพันบาท (ผมไม่ได้ใส่ฝาครอบคอยล์เพื่อคอยตรวจเช็คตลอด)
 
Last edited:
1.ยางเบ้าหัวเทียนเสื่อม -- มีผลให้ นมค.เข้าหัวเทียน
2.ยางรองสกรูขันฝาวาล์วส่วนใหญ่ใช้ของเทียบกัน มันคงหยุ่นตัวสู้ของแท้ไม่ได้ -- นมค.ซึมรอบฝาวาล์ว

สกรูขันฝาวาล์วนี้ขันโดยมีบู้ชโลหะรองอยู่ ทำให้ขันกดยางรองสกรูได้แน่นระดันนึง
...ผมก็เลย กลึงบู้ชโลหะที่ว่า(ด้านล่าง)ออกนิดนึง (0.6 มม.) ดังนั้นเวลาขันสกรูก็จะทำให้ขันลงไปได้มากกว่าเดิมอีก 0.6 มม. มีผลทำให้ขันฝาได้แน่นกว่าเดิม การซึมของ นมค.ที่ฝาโดยรอบจึงน้อยลงครับ

ขออนุญาตสอบถามท่านairเพิ่มเติม
เห็นว่าวิธีนี้น่าสนใจ กำลังจะเปลี่ยนยางรองเบ้าหัวเทียนเหมือนกัน
เมื่อกลางปีก่อนสั่งอะไหล่ อยากรวม ๆ ให้ได้สัก 2 พัน เค้าจะได้คุ้มส่ง
ก็เลยสั่งสายอ่อนเบรค น้ำมันเบรค น้ำมันเฟืองท้าย ฯลฯ
อ่าน กท.พูดถึงยางรองฝาวาวล์แท้กับเทียบ ก็อยากเห็นกันตา จึงเอาตัวนี้มาด้วย
ถัดมาอีก 2 เดือน ไปดูที่รถเห็นแตกลายแล้ว ทั้ง ๆ ที่เจ้าของเดิมฮอลเครื่องมา เปลี่ยนพวกนี้หมดแล้วราว 6 เดือนเท่านั้น ถอดออกมาหลายตัวก็ฉีกขาด แห้งแข็งเสื่อสภาพหลุดเป็นชิ้น ๆ
***วิธีของท่านairน่าสนใจมาก แต่เมื่อเจียร์ให้บางลง 0.6มม แบบนี้ต้องขันให้มากกว่าปกติหรือไม่ เดิมผมขัน 10 NMเท่านั้นครับ
 
เปลี่ยนครั้งล่าสุด ก็ Erling(ชุด)น่าจะราคาดีที่สุด(มั๊ง) แต่ตอนเปลี่ยนก็ได้ตรวจสอบ-ซ่อมเกลียวจุดที่ยึดฝาครอบวาวล์ จนใช้ได้ดีทุกจุด ตอนที่น้ำมันเครื่องซึมก็ไม่พบว่ารถมีปัญหาอะไร เครื่องเดินนิ่งปกติ แต่พอว่างและเพื่อความสบายใจ ก็เปลี่ยนซีลทั้งหมด(รวมยางรองน๊อตฝาวาวล์ด้วย) ตอนนี้ก็ราวสองปีล่ะ เปิดฝาครองคอยล์ดูก็ยังแห้งสะอาดเหมือนเดิม
 
1.ยางเบ้าหัวเทียนเสื่อม -- มีผลให้ นมค.เข้าหัวเทียน
2.ยางรองสกรูขันฝาวาล์วส่วนใหญ่ใช้ของเทียบกัน มันคงหยุ่นตัวสู้ของแท้ไม่ได้ -- นมค.ซึมรอบฝาวาล์ว

สกรูขันฝาวาล์วนี้ขันโดยมีบู้ชโลหะรองอยู่ ทำให้ขันกดยางรองสกรูได้แน่นระดันนึง
...ผมก็เลย กลึงบู้ชโลหะที่ว่า(ด้านล่าง)ออกนิดนึง (0.6 มม.) ดังนั้นเวลาขันสกรูก็จะทำให้ขันลงไปได้มากกว่าเดิมอีก 0.6 มม. มีผลทำให้ขันฝาได้แน่นกว่าเดิม การซึมของ นมค.ที่ฝาโดยรอบจึงน้อยลงครับ

พอจะมีรูปให้ดูมั้ยครับ ว่าตัวไหน
 
คุณTigerVit ได้กรุณาส่งข้อความส่วนตัวมาหาผม ขอบพระคุณที่ให้เกียรติครับ
สำหรับผมไม่ใช่เรื่องยาก หรือเสียหน้า ที่จะเอ่ยขอโทษครับ
ผมอาจด่วนสรุปไปนิดครับ เห็นน้ำมันเครื่องลงเบ้าหัวเทียนทีไร สะดุดทุกทีครับ

ผมเห็นประโยชน์ ของการแลกเปลี่ยนความรู้
ทั้งข้อมูลที่ถูกและข้อมูลที่คลาดเคลื่อนครับ
เลยขออนุญาตนำมา ให้อ่านนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ





TigerVit said:
คุณเอดส์ครับ เพิ่งอ่านเจอที่คุณเอดส์ตอบปัญหาเรื่องน้ำมันเครื่องรั่วเข้าช่องหัวเทียน แล้วระบุว่าน้ำมันเครื่องเป็นตัวนำไฟฟ้า อันนี้ไม่ถูกต้องครับ ลองเอามิเตอร์ตั้งวัดค่าความต้านทาน แล้วจิ้มวัดดูก็ได้นะครับ
ผมติดตามอ่านหลายเรื่องที่คุณเอดส์เขียน สนุกดีครับ และหวังดีต่อเพื่อนสมาชิกมากๆ เลยต้องทักท้วงส่วนตัวมาให้ทราบ ผมเป็นวิศวกรจบไฟฟ้าครับ
ขอบคุณครับ
 
ความเห็นส่วนตัวผมไม่เกี่ยวกับความถูกหรือผิดแต่ประการใด แต่ขอแลกเปลี่ยนความเห็นนะครับ
การนำไฟฟ้า ง่ายๆ คือเราจะพูดถึงความสามารถในการยอมให้ไฟฟ้าผ่านตัวเองไปได้ เรียกว่ามีสองแบบ Conductor (ตัวนำ) กับ Insulator (ฉนวน) การทดสอบนั้นเราสามารถแยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ ตัวนำไฟฟ้า - กึ่งตัวนำไฟฟ้าและกึ่งฉนวน- ฉนวนไฟฟ้า การแยกได้มาจากการทดสอบการยินยอมให้ไฟฟ้าไหลผ่านว่าได้ดีมากน้อยเพียงใด
ตัวอย่างแรก: เงิน นำไฟฟ้าได้ดีที่สุด (ตัวนำไฟฟ้า) - ผ้าฝ้ายหรือสำลี (กึ่งตัวนำกึ่งฉนวน) - น้ำมันต่างๆ (ฉนวน) แต่วิทยาศาสตร์ก็คือวิทยาศาสตร์บางอย่างมีเงื่อนไขที่ทำให้บางสิ่งเปลี่ยนไปได้อย่างที่เราคิดไม่ถึงก็ได้
ตัวอย่างสอง: น้ำธรรมดา เป็นตัวนำไฟฟ้าที่อยู่ในอันดับต้นๆ เลย แต่หากเราทำให้น้ำดังกล่าวมีความบริสุทธิ์ เช่นน้ำกลั่น น้ำดังกล่าวจะกลายเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีในอันดับต้นๆ เลย น่าแปลกใช่ไหมครับ วิทยาศาสตร์ย่อมมีคำอธิบาย ด้วยเหตุผลที่ว่าน้ำบริสุทธิ์ไม่มีไอออนอิสระหรืออิเล็กตรอนวิ่งไปมาระหว่างโมเลกุลได้จึงกลายเป็นฉนวนไป
ตัวอย่างสาม: น้ำมันเครื่อง ยังไม่ผ่านการใช้งาน เป็นฉนวนไฟฟ้าแน่นอน แต่เราต้องเข้าใจว่าฉนวนนั้นไมได้หมายความว่าไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเลยนะครับ ขึ้นอยู่กับประเภทของฉนวนด้วยว่าเป็นฉนวนที่ดีมากน้อยเพียงใด หากฉนวนดีที่สุดคือไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเลยเป็นต้น เมื่อเราเริ่มเทน้ำมันเครื่องใหม่จากแกลลอนลงในเครื่องยนต์เพื่อใช้งานค่าของการเป็นฉนวนไฟฟ้าของน้ำมันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เพราะอะไร เพราะเกิดจากมีเศษโลหะทั้งอะลูมิเนียมและเหล็กชนิดต่างๆ สึกหรอผสมกับตัวน้ำมันเครื่อง และจะมีการทำปฏิกริยาของน้ำมันเครื่องกับความร้อนและสารเคมีที่ผสมในน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดจากการเผาไหม้ ค่าความเป็นกรดด่างย่อมมีมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นน้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาพอสมควรจึงมีโอกาสที่จะกลายเป็นตัวนำไฟฟ้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากสิ่งที่ผสมปนอยู่ในน้ำมันเครื่องนั่นเอง อะลูมิเนียมนำไฟฟ้าได้ดีอันดับ 4 เหล็กอันดับ 7 ความเป็นกรดด่างอยู่ดันดับ 10 ในการเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุดรองจากเงินครับ

ดังนั้นที่คุณ aids กล่าวไว้ก็มีความเป็นไปได้สูงมากครับ สมาชิกเราก็แลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างนี้จะทำให้เวปเราอบอุ่นครับ ผมเองก็ไม่มีความรู้กับเขาเท่าไหร่นักแต่ก็อยากพูดคุยกันแบบเพื่อนสมาชิกครับ ผิดถูกอย่างไรขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ข้อมูลนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับ ไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้อ้างอิงอะไรได้มากนัก ขอให้มีความสุขในวันสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามาทุกๆ ท่านครับ :)
 
งั้นเราพิสูจน์ง่ายมากเลยครับ
เอาน้ำมันเครื่องจากกระป๋องใหม่ ๆ มาวัดค่าการนำไฟฟ้า
เปรียบเทียบกับน้ำมันเครื่องกระป๋องเดิม ที่เอาไปใช้งาน
และผ่านการใช้งานมา 5,000 ก.ม.
และ 10,000 ก.ม. ตามลำดับ
มาวัดการนำไฟฟ้าใหม่ เปรียบเทียบกัน

การแลกเปลี่ยนเพื่อต่อยอด มันดีอย่างนี้เองครับ
ขอบคุณทั้ง 2 ท่านอีกครั้งครับ
 
Back
Top